บทที่ 4 EP 1/4 ผมเป็นสามีของคุณ

อารดาเอ่ยยังไม่ทันจะขาดคำ สตรีหุ่นผอมเพรียวในชุดฟอร์มของธนาคารก็เปิดประตูเข้ามา ใบหน้าเจ้าหล่อนหามีความยินดีไม่

“ลูกค้าเรียกหาค่ะคุณผู้จัดการ” รสิกาบอกธัตธรเสียงแข็ง

อารดาทำไม่รู้ไม่ชี้ เสหยิบแฟ้มงานบนโต๊ะให้ดูยุ่งวุ่นวาย ธัตธรเหมือนอยากเอ่ยบางอย่างกับเธอ แต่พอมีรสิกามายืนมอง เขาเลยต้องเก็บปากเก็บคำแล้วก้าวออกไป

“เธอไม่ไปทำงานเหรอ” อารดาท้วง

รสิกามองคนถามอย่างไม่ค่อยพอใจนัก หันมองประตู พอเห็นว่าไม่มีใครรออยู่ข้างนอกก็เดินเข้ามาหาคนที่นั่งอยู่ เจ้าตัวดักทางตั้งแต่เธอยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรด้วยซ้ำ

“ฉันไม่คุยเรื่องส่วนตัวในเวลางาน ถ้าอยากถามเรื่องเมื่อกี้ รอเที่ยง หรือไม่ก็กลับไปคุยกันที่บ้าน”

รสิกาชักสีหน้าในวินาทีนั้น อารดาสบตาเธอแล้วจ้องนิ่งๆ อยู่หลายวิฯ และสุดท้ายเธอก็ไม่อาจทานทนต่อความเย็นชาที่สาดออกมาจากดวงตาของคนที่นั่งอยู่

“ไว้คุยกันที่บ้านก็แล้วกัน” รสิกาเอ่ยแล้วก้าวฉับๆ ออกจากห้องไป

อารดาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เธอบอกธัตธรไปหลายคราแล้ว เรื่องให้ย้ายเธอไปทำงานที่สาขาอื่น แต่ไม่เคยสำเร็จเลย หรือว่าทางที่ดีที่สุด เธอควรลาออกไปเสีย เจอสองคนนี้ที่ที่ทำงานยังไม่พอ ยังต้องไปเจอกันที่บ้านอีก เพลียใจเหลือเกิน

หญิงสาวนั่งทำงานของตัวเองไปเรื่อยๆ มีลูกค้าสองสามรายเข้าพบเธอจนสมองของเธอถูกเติมเต็มด้วยเรื่องงาน

ช่วงบ่ายมีลูกค้าเข้ามาอีกหลายราย เธอทำหน้าที่ของเธอเหมือนเช่นวันที่ผ่านมา เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมเอาไว้ ชีวิตของเธอหยุดนิ่งตั้งแต่วันนั้น วันที่ธัตธรทิ้งเธอไป

อันที่จริงชีวิตของเธอไร้สีสันแห่งความสุขมานานมากแล้ว ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวใหญ่ มีบ้านสองหลังในรั้วเดียวกัน บ้านหลังเล็กนั้น ป้าของเธออยู่กับลูกสาวลูกเขย นั่นคือรสิกากับธัตธร ส่วนเธออยู่บ้านหลังใหญ่กับบิดา แม่เลี้ยง และน้องสาวต่างมารดา

เหมือนในละครที่ทุกคนอาจเคยดู ลูกสาวคนโตของบ้านเริ่มขาดแคลนความรักตั้งแต่มารดาแท้ๆ ตายจากไป บิดาพาภรรยาใหม่เข้าบ้าน และทุกอย่างเริ่มเลวร้ายเมื่อน้องสาวของเธอเกิดมา

เธออยู่ในบ้านหลังงามเหมือนส่วนเกิน มีแค่พี่พุดซ้อนที่พอให้เธอได้พึ่งพิง ยังดีที่เธอมีย่าพร้อม คุณย่าที่เคารพคอยหนุนหลัง เลยทำให้เธอพอมีที่ยืนในบ้านของตัวเองบ้าง หากไม่มีย่า บางที...เธออาจต้องออกไปเช่าบ้านอยู่ก็เป็นได้


เกือบหกโมงเย็นตอนที่อารดากลับเข้าบ้านมา ความล้าจากการทำงานทำให้เธอเดินทอดน่องไปตามทางเดินที่ทอดจากโรงรถเข้าสู่ตัวบ้าน กลิ่นดอกโมกข์ที่ปลูกเป็นแนวไปตามทางเดินยังหอมจรุง แต่หัวใจของเธอกลับไร้ซึ่งความเสน่หาใดๆ

เธอเพลียๆ อยากหลับสักงีบแล้วค่อยลุกมากินมื้อค่ำ หรือบางทีก็หลับยาวถึงเช้าไปเลยเพราะพรุ่งนี้วันเสาร์ด้วย

“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป!”

อารดาหยุดยืนข้างแนวต้นโมกข์ ละอองน้ำจากสปริงเกอร์ที่อยู่ในสวน กระเด็นมาโดนแก้มเธอให้รู้สึก วันนี้เหมือนคนสวนจะขยันเป็นพิเศษ ค่ำมากแล้วยังรดน้ำต้นไม้อยู่เลย

ซ่า!!!

เสียงเทน้ำลงที่โคนต้นโมกข์ อารดาหันมอง แต่ไม่เห็นลุงคนสวน เห็นแต่หลังไวๆ สปริงเกอร์คงจ่ายน้ำไม่ทันใจ ลุงถึงได้หิ้วถังน้ำมาเทรดต้นโมกข์อย่างนี้

“นี่! ฉันเรียกน่ะ สนใจกันบ้างสิ”

เสียงแวดๆ ที่ดังอยู่ทำเอาอารดาต้องหันมา เจอกันที่ที่ทำงานว่าน่ารำคาญแล้ว ยังต้องมาเจอกันที่บ้านอีก

“มีอะไร” ถามคนที่อายุอานามไล่เลี่ยกัน เธอกับรสิกานั้น เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่เด็กก็ว่าได้

“เมื่อกลางวัน แกคุยอะไรกับพี่ธี”

“เรื่องงาน”

“ตอแหล! นึกว่าฉันไม่รู้หรือว่าแกแอบอ่อยเขาลับหลังฉัน!”

อารดาพ่นลมหายใจร้อนๆ เหนื่อยกับความขี้หึงของลูกพี่ลูกน้องเหลือเกิน

“เธอได้อะไรจากการหาเรื่องฉันนะรุ้ง”

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง เรายังต้องทำงานด้วยฉัน แล้วเราก็อยู่บ้านเดียวกัน มันยากนะที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กันเลย”

อารดาอธิบาย ยังได้ยินเสียงเหมือนใครเทน้ำอยู่ใกล้ๆ แก้มข้างหนึ่งของเธอเริ่มชื้น เพราะสปริงเกอร์ยังจ่ายน้ำรดต้นไม้ไม่หยุด

รสิกาทำหน้าเหม็นเบื่ออารดาเต็มทน

“ข้ออ้างน่ะสิ ทำไมนะ เธอไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีหรือไง เขามีเมียแล้วแท้ๆ”

การวางเฉยของอารดาเกิดขึ้นอีกคราเมื่อได้ยินวาจาที่รสิกาเอ่ยอ้าง เป็นเธอสิที่ควรเอ่ยคำนั้น

“ฉันไม่ได้ทำอะไร ไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย อย่าคิดว่าคนอื่นจะทำเหมือนที่ตัวเองเคยทำสิรุ้ง”

เผียะ!

เสียงตบดังๆ เกิดขึ้นในทันทีที่อารดาว่าจบ คอเสื้อของเธอยังถูกดึงทึ้งด้วย

“ปากดีตั้งแต่เมื่อไหร่นะ หมาหัวเน่าก็เป็นหมาหัวเน่าต่อไปสิ อยู่เงียบๆ ไม่ต้องมีปากมีเสียง ถ้ามันยากนักก็เข้าครัวไปอยู่กับพวกคนใช้โน่น งานถนัดไม่ใช่เหรอ”

“ปล่อยฉัน” อารดาเอ่ยเสียงเรียบ แก้มที่ถูกตบยังชาอยู่

“อย่ามายุ่งกับพี่ธีอีก ไม่อย่างนั้นเจ็บตัวแน่ ยังไม่เข็ดเหรอ ที่โดนไปคราวนั้นยังไม่เข็ดใช่ไหม หรืออยากโดนอีกฮะ!”

รสิกาเงื้อแขนขึ้นสุด เตรียมจะฟาดลงที่แก้มขวาของอารดา แต่ทว่า...

ซ่า!!!

“กรี๊ดดด!!!” เสียงกรีดร้องของรสิกาดังลั่นทางเดิน มือของเจ้าหล่อนหลุดจากคอเสื้อของอารดา “นี่อะไร!? นี่มันน้ำอะไร ใคร!? ใครทำฉัน!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป