บทที่ 5 EP 1/5 ผมเป็นสามีของคุณ
อารดาเองก็แลหาตัวต้นเรื่อง ประหลาดใจที่อยู่ๆ น้ำเหม็นๆ นี่ก็ถูกสาดใส่ร่างรสิกา แล้วเธอก็ถึงบางอ้อ ตัวต้นเรื่องมิใช่ลุงคนสวน แต่เป็น...
“โอ...ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ พอดีผมช่วยลุงเขารดน้ำต้นไม้น่ะ ไม่รู้ว่ามีคนยืนอยู่ตรงนี้”
ศรัณตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ มองสภาพเหมือนหนูตกคลองน้ำเน่าของสาวเจ้าแล้วอยากหัวเราะดังๆ แต่ต้องกลั้นไว้ ช่วยไม่ได้ละนะ อยู่ดีๆ มาตบคุณอุ่นของเขาทำไมล่ะ
“นะ...นาย!? นายเป็นใคร!? เข้ามาบ้านฉันได้ยังไง!”
รสิการ้องถาม ถึงหนุ่มน้อยที่พาร่างออกมาจากแนวต้นโมกข์จะหน้าตาดี แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาควรมาอยู่ในบ้านของคนอื่นอย่างนี้
“ผมเหรอ ผมเป็นสามีคุณอุ่นครับ” ศรัณตอบชัดๆ
อารดาปัดหยดน้ำเน่าเหม็นออกจากตัว มันกระเด็นมาโดนเธอไม่น้อย เรื่องปวดหัวของเธอเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้า และยังไม่จบลงง่ายๆ
“อะไรนะ! สามีงั้นเหรอ!?”
อารดาไม่ตอบโต้ ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“กลับไปอาบน้ำเถอะรุ้ง บอกคนที่บ้านเธอมากินข้าวด้วยล่ะ ฉันจะพูดทุกอย่างตอนมื้อค่ำ”
“อย่ามาสั่งนะ แล้วเรื่องน้ำบ้าๆ นี่ล่ะ”
“ปุ๋ยหมักชีวภาพครับ ไม่ใช่น้ำบ้าๆ กลิ่นมันแรงไปนิดแต่รดต้นไม้แล้วงามเชียวครับ” ศรัณเสนอเกร็ดความรู้ที่ไม่ได้เข้าหูรสิกาเลย
“เงียบก่อนศรัณ”
อารดาปรามเสียงต่ำ ศรัณหุบปากฉับเหมือนไม่ได้พกปากมา
“ฉันไม่ยอมแน่! แกขอโทษฉันเดี๋ยวนี้เลย”
รสิกาท้วงถามการขอโทษจากอารดา ศรัณเป็นงง
“เดี๋ยวนะครับ คนที่โดนตบคือคุณอุ่น”
“แต่ก็เห็นว่าฉันตัวเหม็นขนาดไหน!”
“นั่นผมขอโทษคุณแล้ว มันเป็นอุบัติเหตุ” ศรัณชี้แจง
รสิกาเชิดหน้าไม่สนไม่แคร์ จ้องหน้าอารดาเขม็ง
“ถ้าฉันบอกให้ขอโทษ แกก็ต้องขอโทษสิ ยังไม่ชินอีกเหรอ”
อารดายังเงียบอยู่ ใช่...มันเป็นเช่นนั้นมาตลอด แต่ไม่รู้สิ ตอนที่เด็กคนนี้มายืนเถียงคอแข็งเป็นเอ็นเพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้ผิด มันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ นานแล้วกระมังที่นอกจากพี่พุดซ้อน ก็ไม่เคยมีใครเข้าข้างเธอเลย
“ฉันจะรอที่บ้าน อย่าสายล่ะ”
“ยัยอุ่น!”
รสิกาไม่อยากยอม แต่อารดาหันหลังเดินหนี
“รอดูไปเถอะว่าจะเกิดอะไรขึ้น รอดูได้เลย”
ศรัณเป็นงงเมื่อรสิกาเอ่ยเช่นนั้นแล้วก้าวจากไปด้วยโทสะ เขารีบเดินตามอารดาไป มือไม้ยื่นไปหาหล่อนโดยอัตโนมัติ ยื่นไปหาแก้มที่ถูกตบของหล่อนนั่นอย่างไร
ยามที่ปลายนิ้วของศรัณสัมผัสที่ผิวแก้ม อารดาก็ถอยห่างเขาโดยสัญชาตญาณ หัวคิ้วมนๆ ของหญิงสาวขมวดมุ่น
“ทำไมต้องมายุ่งเรื่องนี้”
“อ้าว? เมียผมถูกรังแกจะให้ผมยืนเฉยเหรอ ถ้าอยู่ใกล้ๆ จะตบคนเมื่อกี้ให้หน้าหันเลย”
“อย่าเอานิสัยอย่างนั้นมาใช้ที่นี่นะ เป็นผู้ชายก็ควรให้เกียรติผู้หญิง”
“แต่ผู้หญิงที่ตบเมียผม ผมควรให้เกียรติด้วยเหรอ”
“ศรัณ!”
“ครับ!”
“เลิกเรียกเมียผมๆ สักทีเถอะ ฉันไม่ชินเลย เราควรต้องมาจับเข่าคุยกันก่อนจะแสดงให้คนอื่นรู้ว่าเป็นสามีภรรยา” เธอเอ่ยแล้วเริ่มออกเดินอีกครั้ง
“ผมแค่อยากปกป้องเมียผมบ้าง”
อารดาแอบชักสีหน้า เพิ่งบอกเมื่อกี้ว่าอย่าเรียกเธอว่าเมีย แต่ก็หลุดปากพูดจนได้ เขาเอาความเคยชินมาจากไหนกัน เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงแท้ๆ
“ทำไมถึงทำแบบนี้กับฉันนะ”
“ทำอะไรล่ะ” เขาย้อน
“เราเพิ่งรู้จักกัน ทำไมถึงพูดเหมือนว่าเรารู้จักกันมานานจนสนิทสนม และพร้อมจะปกป้องฉัน”
“ผมก็เป็นแบบนี้แหละ ผิดด้วยเหรอที่ผมเป็นห่วงคนของผม”
“แต่เรายังไม่รู้จักกันดีด้วยซ้ำ”
“งั้นเราก็แค่ต้องอยู่ใกล้กัน จะได้เรียนรู้กันและกันให้มากขึ้น”
อารดาเม้มปากเม้มแล้วเม้มอีก เด็กบ้านี่เถียงเก่งเหลือเกิน
“เราแต่งงานกันแค่ในนาม”
“หือ?” ศรัณทำตาโต “ใครบอกคุณกัน”
อารดาอ้ำอึ้ง อันที่จริงนี่ไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เธอตกลงกับย่าพร้อม เธอแค่ลองๆ หยั่งเชิงดู เผื่อว่าเขาจะยอม
“ก็...เราไม่ได้รักกัน”
“ผมรักคุณ”
“หา!?”
“เมื่อเช้า ตกหลุมรักจังเบ้อเร่อ”
สองแก้มของอารดาเห่อร้อน อะไรกันนะ พูดตรงๆ แบบนี้ก็ได้หรือ
“เพราะยังเด็กสินะถึงพูดคำว่ารักออกมาง่ายๆ”
“ไม่ง่ายเลย แต่ไม่รู้จะทำยังไงให้คุณอุ่นสนใจผมบ้าง บางทีเราอาจเป็นสามีภรรยาแค่ในทะเบียนสมรส ผมเคยคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้...เปลี่ยนใจละ” ว่าแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม จ้องเข้าไปในดวงตาของคนที่อยู่ตรงข้าม แน่นอนว่าอารดาไม่อาจทนทานต่อสายตาเจ้าชู้ของเขาหรอก
อารดาไม่รู้จะเถียงเขาอย่างไรแล้ว พูดอะไรออกไปเขาก็ตอบกลับมามากกว่าที่เธอพูดเสียอีก
“กินข้าวเสร็จเราค่อยคุยกันอีกทีแล้วกัน อ้อ...อย่ายุ่งกับรุ้งอีกล่ะ”
“ใคร ผู้หญิงเมื่อกี้เหรอ”
“อือ...เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก ฉันไม่ชอบมีเรื่อง ฉันเบื่อ”
อารดาตอบแล้วเดินล่วงหน้าไปก่อน
ศรัณครุ่นคิดยามเดินตามร่างบอบบางที่เหมือนว่าพลังความสดใสถูกสูบออกไปจากร่างของหล่อน อารดาเหมือนคนที่อมทุกข์ตลอดเวลา แม้สีหน้าหล่อนวางเฉย แต่ดวงนั้นแสนเศร้าพิกล
เขาไม่เข้าใจว่าผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างหล่อนทำไมถึงมีแววตาเช่นนั้น และเขาคงได้หาคำตอบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ศรัณไม่ได้ตามอารดาไปในทันที แต่กลับตรงไปในทิศทางของห้องครัว คนสนิทของอารดาช่วยแนะนำเขาคร่าวๆ เกี่ยวกับห้องหับในบ้านหลังนี้ พี่พุดซ้อนช่วยเขาหลายอย่าง รวมถึงที่หลับที่นอนในคืนนี้ด้วย แต่ว่า...มันคนละห้องกับศรีภรรยานี่สิ น่าขัดใจชะมัด
