บทที่ 8 EP 2/2 ลูกเขยวัยละอ่อน

----------

กว่าสิบนาทีที่ความเงียบงันเกาะกินบรรยากาศ หลังจากที่อารดาแนะนำสามีให้ทุกคนรู้จัก บิดาของเธอต้องควานหายาดม ในขณะที่ผู้เป็นป้าชักสีหน้าในทันทีที่ได้ยิน

“แต่งงานบ้าบออะไร ทำไมถึงไม่บอกผู้ใหญ่ เห็นพวกฉันเป็นหัวหลักหัวตอรึแม่อุ่น” อรดี สตรีวัยหกสิบต้นๆ โพล่งขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก อย่างน้อยๆ ตอนอารดาแต่งงาน นางก็อยากเห็นสินสอดกองโตๆ บ้าง ในฐานะญาติของฝ่ายหญิง 

“ขอโทษค่ะป้า หนูมีเหตุผลของหนูค่ะ” อารดาตอบอย่างใจเย็น ในเรื่องนี้เธอทำไม่ถูก แต่ว่า...เธอก็มีเหตุผลของเธอ

“ท้องหรือจ๊ะ ท้องใช่ไหมหนูอุ่น” โฉมชบา สตรีวัยสี่สิบห้า ภรรยาคนปัจจุบันของโอภาส เอ่ยถามลูกเลี้ยงอย่างอดไม่ได้ 

“คุณ!?” โอกาสปรามภรรยา อย่างไรเสียอารดาก็เป็นลูกสาวแท้ๆ ท่านสูดยาดมเข้าปอดลึกๆ แล้วพิจารณาทุกสิ่งด้วยสติ อารดาไม่ใช่คนที่จะทำอะไรโดยไม่คิด ดูท่าเรื่องนี้ เจ้าตัวคงไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว “คุณแม่...บงการอีกแล้วใช่ไหม”

อารดาก้มหน้านิ่ง ไม่ตอบบิดา คล้ายกับว่ายอมรับความจริงโดยปริยาย ศรัณขยับกายอย่างอึดอัด เริ่มไม่ชอบใจบรรยากาศครอบครัวที่อุ่นจนร้อนของคนบ้านนี้

“นี่!? หรือเธอจะท้องจริงๆ ฮะ” รสิกาอดไม่ได้ อารดาจะมาท้องได้อย่างไร เธอแต่งงานก่อนตั้งเป็นปีนะ ยังไม่ท้องเลย

“ฉันเปล่า” อารดาตอบกลับ 

รสิกามองหน้าศรัณแล้วยิ้มเยาะมุมปาก 

“ฉันตกใจนะ ที่เธอมีสามี...เด็ก...ขนาดนี้”

คนถูกว่ากระทบปรายหางตามองลูกพี่ลูกน้องของภรรยาอย่างเอาเรื่อง

“คุณอุ่นเปล่าท้องครับ แต่อีกหน่อยก็ไม่แน่ อย่างที่เห็น ผมยังเด็กและผม ฟิต มากครับ” ตอบแล้วยิ้มอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก ทุกคนรอบโต๊ะหันมองเขาอย่างตื่นตะลึง “ผมหมายถึงร่างกายแข็งแรงน่ะ เลี้ยงลูกแฝดสามสบายเลย” ไม่เพียงแค่พูด แต่ยังทุบอกตัวเองด้วยกำปั้นทำเอามัดกล้ามตรงนั้นสะเทือนแรง สาวน้อยสาวใหญ่เลยได้มองตาค้าง 

“ศรัณ!?” อารดาเรียกเขาอย่างอยากจะปราม เขาทำเกินหน้าที่ไปแล้วนะ บอกว่าอย่าหาเรื่องให้เธอปวดหัวไง 

“พูดจาเหมือนมาจากชนชั้นรากหญ้านะแม่อุ่น สามีหล่อนน่ะ” 

อรดีจีบปากจีบคอประชด ลูกสาวอย่างรสิกายิ้มเยาะสำทับคำมารดา ในขณะที่ลูกเขยของนางเอาแต่นิ่งเงียบ และลอบมองศรัณเป็นระยะ 

“ขอโทษค่ะ ศรัณเพิ่งมา ยังไม่รู้อะไรมากนัก หนูจะคุยกับเขาเองค่ะ”

“คุณอุ่น?” ศรัณไม่พอใจ เริ่มโมโหกับความยอมคนของศรีภรรยา

“กินข้าวเถอะค่ะ” อารดาตัดบท จะตักข้าวเข้าปาก แต่อรดีกลับวางช้อนลงแรงๆ

“อะไรอีกคะคุณพี่” โฉมชบาเรียกขานพี่สาวของสามี นางอรดีนั้น ยังนับว่าแข็งแรงดีทั้งที่อายุมากแล้ว แน่ล่ะ นางไม่เคยต้องทำงานหนักใดๆ นี่นา

“ฉันกินไม่ลงหรอก กลิ่นยัยรุ้งทำฉันปวดหัว”

“หือ?” โฉมชบาทำเป็นใคร่รู้ ทั้งที่รู้เรื่องนั้นตั้งแต่อยู่บนรถกับสามีแล้ว

“ไหนล่ะโอภาส คำขอโทษที่ยัยอุ่นต้องพูดกับยัยรุ้งน่ะ” 

พอพี่สาวเอ่ยทวง โอกาสก็ขยับกายอย่างอึดอัด ท่านไม่ได้พูดออกมา แต่มองตรงไปที่บุตรสาวคนโต 

อารดาวางช้อนลงที่เก่า มืออันเย็นเฉียบกุมกันแน่นอยู่บนตัก เธอนิ่งเงียบชั่วอึดใจแล้วอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำขอโทษ ทว่าเสียงของเธอมิอาจเปล่งออกจากริมฝีปาก เพราะจู่ๆ มืออันเย็นเฉียบก็ถูกกุมแน่นด้วยมือของคนที่นั่งอยู่ข้างกัน เธอตกใจที่เขาทำอย่างนั้น พยายามดึงมือออก แต่ศรัณกุมมันไว้แน่นเหลือเกิน เธอจ้องเขาอย่างคาดโทษ แต่เขาทำหน้าทะเล้นไม่แยแสต่อสิ่งที่เธอสื่อ

“คำขอโทษอะไรกันครับ คุณยาย!”

“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะของอรุณฉาย หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดที่นั่งเงียบๆ อยู่ข้างมารดา ดังลั่นขึ้นมาเมื่อได้ยินพี่เขยวัยละอ่อนเรียกป้าของเธอว่ายาย

“ยัยออม เงียบไปเลยนะ” โฉมชบาปรามลูก

“ก็มันขำนี่คะคุณแม่ ขอโทษนะคะป้าอร หนูอดขำไม่ได้จริงๆ” ว่าแล้วจะหัวเราะอีกแต่ถูกมารดาหยิกขาเข้าให้

อรดีหน้าม้าน อับอายที่ถูกเรียกว่ายาย อันที่จริงในวัยหกสิบต้นๆ นางมั่นใจมากว่าตัวเองยังผิวพรรณดีและไม่ได้ดูชราขนาดนั้น

โอภาสส่ายหัวให้เหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้า 

“หัดปรามคนของตัวเองบ้าง ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะพูดทุกอย่างตามที่ใจคิดได้นะ” บอกลูกสาวแล้วถอนหายใจแรงๆ

อารดาก้มหน้ารับ หันมองคนของตัวเองแล้วเหนื่อยใจเหลือเกิน

“ผมยังเด็กครับ ขอโทษจริงๆ บางทีผมก็พูดอะไรโดยไม่คิด โดยเฉพาะถ้าเรื่องนั้นเกี่ยวกับเมียผม”

“แต่เมียของเธอมาทำร้ายยัยรุ้งของฉัน!”

“อา...ทำไมคุณยาย...โอ๊ะๆๆ ไม่ใช่ๆ ทำไมคุณป้าที่เป็นผู้ใหญ่แล้วถึงมายุ่งกับเรื่องเด็กๆ ละครับ ตอนผมอยู่อนุบาล ต่อยกับเพื่อนปากแตก ผมยังไม่ฟ้องแม่เลย หรือว่า...คุณรุ้งไปฟ้องหรือครับ โอ...อย่างนี้นี่เอง...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป