บทที่ 2 วันใหม่ของเพียงแสง

ตอนที่ 2 วันใหม่ของเพียงแสง

เช้าวันใหม่ของเพียงแสงก็ไม่ต่างจากกาวินนัก เธอตื่นมาพร้อมกับความว่างโหวงเหวงในหัวใจเหมือนไร้ที่ยึดเหนี่ยว เธอพาร่างอันตุ๊ต๊ะของเธอลุกขึ้นมาจากเตียงนอน พระเจ้า! เธอนอนทับช็อคโกแล็ตที่เธอกินเหลือไว้เมื่อคืนนี้บี้แบนติดกับที่นอน มันเป็นความซวยอันเหลือร้ายในเช้าวันใหม่อันเดียวดาย เธอต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่แล้วเอาผ้าปูที่นอนผืนเดิมไปใส่เครื่องซักผ้า ก่อนที่จะเข้าไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อไปร้านขายเสื้อผ้าของเธอที่ตึกแพล็ตตินั่ม ย่านประตูน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของร้านขายเสื้อผ้าทั้งค้าปลีกและค้าส่งจำนวนมากมายบนตึกอันใหญ่โตนั่น เธออาบน้ำเสร็จก็มาแต่งตัวอยู่หน้ากระจกเงา ถึงเธอจะอ้วนแต่เธอก็รักความสวยความงามเป็นชีวิตจิตใจ เสื้อผ้าหน้าผมของเธอ เป๊ะเวอร์ วันนี้เธอม้วนผมด้วยโรลไฟฟ้าเป็นเกลียวเล็กน้อย เสื้อผ้าเธอก็สวมใส่อย่างพิถีพิถัน ส่วนที่พลางรูปร่างที่เกินเย้ายวนของเธอได้ก็พยายามที่จะพลางแม้มันจะยากเย็นเพียงไรเธอก็จะพยายาม แม้วันนี้เธอจะไม่ได้แต่งตัวอย่างมีความสุขเหมือนเช่นทุกวัน ออกจะหงอยเหงาและเลื่อนลอยแต่เธอก็ค่อยๆ บรรจงแต่งอย่างใจเย็น ใบหน้าโทนสีชมพูอ่อนของเธอทำให้ดูสดใสขึ้นมานิดหนึ่ง แม้หัวใจจะแห้งแล้งก็ตาม

                เธอเดินลงไปดูผ้าปูที่นอนที่ซักไว้เห็นมันปั่นจนหมาดเรียบร้อยแล้ว ก็เอาไปตากไว้หลังบ้าน ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าถือแบรนด์เนมที่มีอยู่เพียงใบเดียวของเธอแล้วก้าวเท้าออกจากบ้านซึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเล็กๆ ย่านชานเมือง เธอเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียง ‘กริ๊งๆๆ’ ของจักรยาน เด็กส่งหนังสือพิมพ์นั่นเอง ปั่นจักรยานมาแล้วก็โยนหนังสือพิมพ์เข้ามาในบ้าน มันหล่นลงใกล้เท้าของเธอ เธอหยิบมันใส่รถอีโคโนมี่คาร์คันเล็กๆ ของเธอไปด้วยเหมือนเช่นทุกวัน แม้รถมันจะดูไม่สมตัวเธอซักเท่าไหร่ แต่เธอก็มีกำลังที่จะซื้อเพียงแค่นี้ ก่อนจะฝ่าฟันรถติดในยามเช้า เธอไม่เข้าใจทำไมวันนี้เธอถึงนั่งร้องให้เมื่อเห็นรถติดแทบไม่ขยับ เธอร้องให้เพราะรถติดหรือเธอร้องให้เพราะคิดถึงผู้ชายหลอกลวงคนนั้นกันแน่ รู้แต่ว่าวันนี้หัวใจคนอ้วนอย่างเธออ่อนแอเหลือเกิน

                เธอฝ่าฟันรถติดมาพร้อมกับน้ำตาจนขึ้นไปถึงลานจอดรถของตึกแพล็ตตินั่ม เธอเงยหน้าขึ้นมองกระจกรถเพื่อเช็คความเรียบร้อยก่อนลงจากรถเหมือนเช่นทุกวัน ภาพที่เห็นทำให้เธอแทบช็อค โอ้! ตาของเธอบวมปูด มัชคาร่าเลอะขอบตาย้อยเป็นทางยาวตามคราบน้ำตาที่มันไหลออกมา ให้ตายเถอะ เห็นแล้วก็รู้สึกกลัวหน้าตัวเองขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าถือออกมา แล้วจัดการเช็ดหน้าเช็ดตา แล้วแต่งหน้าใหม่อยู่พักใหญ่ ก่อนลงจากรถปิดประตูรถแล้วเดินออกไปอย่างเลื่อนลอย

                “น้องแสงวันนี้รับอะไรดีคะ” ลูกจ้างของร้านขายอาหารตามสั่งอายุราวสามสิบเข้ามารับออเดอร์ทันที่ที่เธอไขประตูร้านซึ่งเป็นห้องให้เช่าขนาดแค่ไม่กี่ตารางเมตร เธอขายอะไรนะเหรอ ก็ดูตัวเธอสิ หุ่นขนาดนี้คงไม่ขายเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับคนหุ่นดีหรอกนะ เธอขายเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน ส่วนพรีเซนเตอร์เสื้อผ้านั่นน่ะเหรอ ก็ตัวเธอเองนั่นแหละ ไม่ว่าคนอ้วนที่ไหนเห็นเธอก็มักจะเข้ามาถามว่าซื้อเสื้อผ้ามาจากไหน ทำไมเธอใส่ออกมาแล้วมันดูดีจัง และนี่แหละคือจุดที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วนเป็นหนทางทำมาหากินสำหรับเธอ เธอจึงไม่แคร์ที่จะอ้วนต่อไป

                “เอากระเพราไก่ไข่ดาว 1 ราดหน้าเส้นใหญ่ 1 แล้วก็มักกะโรนี 1 ทุกอย่างพิเศษค่ะ เอามาเร็วๆ เลยนะพี่ต้อย แสงกำลังหิวมาก จนจะกินควายได้ซักสองตัวแล้วค่ะ” หล่อนสั่งพร้อมกับวางกุญแจและหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะ

                “อะไรคะนั่น” ต้อยถามพลางชี้ไปที่หนังสือพิมพ์

                “ก็หนังสือพิมพ์ไงคะพี่ต้อย พี่ต้อยรีบไปทำกับข้าวเถอะ ก่อนที่แสงจะเห็นมันเป็นแฮมเบอร์เกอร์” วันนี้หล่อนอารมณ์ไม่สู้ดีนัก ทั้งๆ ที่ทุกวันหล่อนจะเริงร่าร้องเพลงผิวปากได้ทั้งวัน

“ขอโทษค่ะพี่นึกว่าถุงกล้วยแขก” สภาพหนังสือพิมพ์ที่ยับยู่ยี่เพราะเธอขยำมันด้วยความคับแค้นใจอย่างลืมตัว ทำให้หนังสือพิมพ์อยู่ในสภาพที่ดูแล้วไม่ต่างจากถุงกล้วยแขกอย่างที่ต้อยว่าจริงๆ ต้อยมองหน้าเพียงแสงแปลกๆ แล้วรีบเดินออกไปจากร้าน ซักพักหล่อนก็กลับมาพร้อมอาหารสามจานในถาด หล่อนวางมันไว้บนโต๊ะเก็บตังค์แล้วเดินออกไป วันนี้เพียงแสงพูดน้อยกว่าปกติ เป็นสิ่งที่ต้อยไม่เคยเห็นมาก่อนเลยออกจะเกรงๆ นิดๆ ไม่กล้าล้อเล่นเช่นทุกวัน

“พี่ต้อย” เสียงเรียกของเพียงแสงทำให้ต้อยสะดุ้งเฮือก รีบหันหลังกลับมา

“พี่ต้อยเคยอกหักมั้ย” หล่อนถาม ตอนนี้หล่อนสับสนนิดหน่อยถ้ามีเพื่อนคุยบ้างคงจะดี

“หน้าตาอย่างพี่นี่นะคะอกหัก ไม่เคยหรอกค่ะ” แลดูหล่อนจะมั่นใจคำตอบของตัวเองมาก

“เหรอคะ แสงนึกว่าพี่ต้อยเคยอกหัก จะได้ขอคำปรึกษาบ้าง” หล่อนบอกเบาๆ แล้วค่อยๆ ตักอาหารใส่ปากอย่างเนือยๆ แค่กินไปตามที่ร่างกายเรียกร้องเท่านั้น ท้องหิวแต่กลืนอะไรไม่ค่อยจะลง

“โอ้ย น้องแสงคะ พี่ยังไม่เคยรู้เลยว่าถูกจีบเป็นยังไงแล้วจะเคยอกหักได้ยังไงคะ” หล่อนให้ความกระจ่างแล้วเดินออกไป หมดกัน!ที่ปรึกษาหล่อน...ถึงจะกินอะไรไม่ค่อยลงแต่อาหารทั้งสามจานก็หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป