บทที่ 6 แสงสว่าง

ชายหนุ่มพับจดหมายใส่ในซองเดิมแล้วเก็บมันไว้ในลิ้นชัก แล้วตัดสินใจหยิบกระดาษเขียนจดหมายตอบกลับเธอไป เขาไม่อยากรอจดหมายฉบับอื่นๆ ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เพราะเขาไม่มีเวลาจะรออีกแล้ว ทุกประโยคที่หล่อนเขียนมาในจดหมาย มันประทับใจเขาแม้หล่อนจะไม่ได้ส่งรูปถ่ายแนบมาด้วย แต่ข้อมูลที่เธอเขียนมามันก็เพียงพอให้เขาตัดสินใจ เขาเขียนจดหมายเสร็จ ก็รีบสตาร์ทรถขับออกไปส่งจดหมายทันที

“พี่แสงคะ น้อยเซนต์รับจดหมายไว้ให้พี่แสงตั้งแต่เมื่อวานค่ะ” เด็กสาวลูกสาวเจ้าของบ้านหลังที่ติดกับเธอ วิ่งกระหืดกระหอบเอาจดหมายมาให้หล่อนในตอนเช้าก่อนที่จะออกจากบ้าน หล่อนตัดสินใจเดินกลับเข้าบ้านอีกครั้ง ทันทีที่ปิดประตูลงเสียงกริ่งจักรยานพร้อมหนังสือพิมพ์ก็ลอยละลิ่วเข้ามาในบ้านเหมือนเช่นทุกวัน หล่อนดูชื่อที่จ่าหน้าซองอย่างตื่นเต้น แล้วค่อยๆ ลงมือแกะซองจดหมาย เธอสะดุ้งนิดหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงระฆังดังแว่วมาจากวัดซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปไม่ไกล ก่อนจะเปิดจดหมายขึ้นมาอ่าน

สวัสดีครับ คุณเพียงแสง

ผมดีใจมากที่ได้รับจดหมายจากคุณ ข้อความในจดหมายของคุณเหมือนแสงสว่างในยามมืดมิดที่สุดของชีวิตผมในช่วงเวลานี้ ผมจึงส่งจดหมายมาหาคุณเพื่อตอบตกลงที่จะรับคุณมาร่วมชีวิตกับผม

หากคุณต้องการตื่นนอนมาเพื่อพบกับเสียงนกร้องในยามเช้าและมองเห็นแสงอาทิตย์ผ่านเมฆหมอกที่หยอกล้อกับทิวเขาสูง ได้วิ่งเล่นบนพื้นที่ไร่อันกว้างใหญ่ผมรับรองว่าตอนนี้ฝันของคุณได้เป็นจริงแล้ว และที่สำคัญผมเลิกคิดอยากได้ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกมานานแล้ว ผมต้องการเพียงผู้หญิงซักคนที่ทำให้โลกของผมในช่วงเวลานี้สวยงามที่สุดและผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอคนนั้นจะเป็นคุณ

หากคุณตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะขึ้นมายังดินแดนที่คุณใฝ่ฝันเพื่อพบกับเด็กตัวน้อยๆ ที่กำลังรอส่งเสียงอ้อแอ้ทักทายคุณอยู่และแม่อุ้ยที่แสนจะใจดีแม้จะไม่ค่อยแข็งแรงซักเท่าไหร่แต่ผมก็มันใจว่าเธอจะทำให้คุณอุ่นใจอย่างที่คุณต้องการ ผมได้ส่งเบอร์โทรศัพท์ของผมมาให้คุณแล้ว คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็สามารถโทรกลับหาผมได้ทันที แต่หากติดต่อไม่ได้ก็ให้คุณติดต่อผมทางจดหมายแทน เนื่องจากดินแดนที่คุณใฝ่ฝันค่อนข้างห่างไกลจากเสียงแตรรถและเขม่าควันอันทึมทึบจากรถยนต์ที่ติดแทบไม่ขยับ ทำให้บางครั้งการติดต่อทางจดหมายสามารถติดต่อกันได้เร็วกว่าการรอสัญญาณโทรศัพท์มือถือ

สุดท้ายนี้ผมเชื่อว่านี่คือการเริ่มต้นที่ดีที่สุดของผม และหวังว่ามันจะจบลงอย่างสวยงามกว่าที่ผ่านมา

กาวิน สุริยวงศ์

หล่อนวางจดหมายลงพร้อมกับรอยยิ้ม ประโยคในจดหมายที่เธออ่านรวมทั้งลายมือของเขา แสดงว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายทื่อๆ อย่างที่ประกาศไว้ในหนังสือพิมพ์ แต่เขามีอะไรบางที่เหมือนกับหล่อนโดยเฉพาะแนวทางและถ้อยคำในการเขียนซึ่งหล่อนมั่นใจว่าไม่มีวันที่ผู้ชายป่าเถื่อนและชอบใช้แรงงานผู้หญิงจะเขียนอะไรในลักษณะนี้

หล่อนเดินไปหยิบกระดาษเขียนจดหมายซึ่งดูดีกว่ากระดาษที่เขียนไปหาเขาครั้งแรก มันเป็นกระดาษเขียนจดหมายเนื้อดีสีชมพูอ่อนจนเกือบขาว หล่อนจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างไม่ลังเล หล่อนมั่นใจในลายมืออันสวยงามของหล่อนมากกว่าสิ่งใด เพียงไม่นานกระดาษใบนั้นก็เต็มไปด้วยข้อความที่เธอเขียนออกมาอย่างลื่นไหล เธอพับจดหมายใส่ซองแล้วเปิดประตูเดินออกไปขึ้นรถขับออกไปและแวะส่งจดหมายแบบ ems ที่ร้านรับส่งจดหมายของเอกชนร้านเล็กๆ ซึ่งอยู่หน้าหมู่บ้าน ก่อนขับรถไปทำงานเหมือนเช่นทุกวัน

เธอขึ้นป้ายลดราคาเลิกกิจการ 50% ในทันทีที่ไปถึง รวมทั้งโทรไปหาลูกค้าประจำเพื่อให้เข้ามาซื้อ เธอต้องการเพียงแค่ทุนคืนให้มากที่สุดเท่านั้น วันนี้ร้านของเธอผู้คนพลุกพล่านกว่าวันก่อนๆ มันเหมือนความหวังใหม่แห่งชีวิตเธอได้เริ่มขึ้นแล้ว เธอขายไปจนถึงปิดร้าน วันนี้เสื้อผ้าของหล่อนหายไปจากราวกว่าครึ่ง ต้นทุนได้คืนมาพอสมควร เธอปิดร้านแล้วไปที่ลานจอดรถอย่างมีความหวัง น่าแปลกที่วันนี้หล่อนไม่คิดถึงประวิทย์หรือร้านที่จะต้องคืนให้ป้าแสวงเลยแม้แต่น้อย อารมณ์ของเธอรื่นเริงจนสามารถกลับมาร้องเพลงได้อย่างเคย หล่อนฮัมเพลงเบาๆ ผ่านร้านขายอาหารตามสั่ง ซึ่งต้อยกำลังช่วยเก็บร้าน หญิงสาวหันมามองหล่อนอย่างแปลกใจที่เห็นหล่อนหายจากอาการตึงเครียดที่เป็นมาหลายวัน วันนี้ดูหล่อนสดใสมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“นายกาวิน จ๊ดหมายมาส่ง” ไอ้วงศ์เอาจดหมายมาส่งให้ในห้องทำงานของเขา ก่อนรีบเดินออกไป

กาวินเห็นชื่อที่หน้าซองก็รีบเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องตื่นเต้นนักหนาที่จะได้อ่านจดหมายของเธอซึ่งเต็มไปด้วยสำนวนแปลกๆ ที่อ่านแล้วทำให้เขายิ้มได้

สวัสดีค่ะ คุณกาวิน

เสียงระฆังดังเหง่งหง่างจากวัดข้างบ้านดังขึ้นทันทีขณะที่ฉันเปิดจดหมายของตอบรับของคุณ เสียงมันกังวานราวเสียงลั่นระฆังวิวาห์ คุณอ่านแล้วอาจจะหัวเราะหรือตกใจในความเพ้อเจ้อของฉัน แต่เสียงนั่นฉันถือว่ามันเป็นลางดีสำหรับชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสุดกู่ของฉัน คุณอาจจะไม่รู้ว่าฉันตื่นเต้นและลังเลกับมันมากแค่ไหน ที่การตัดสินใจของฉันในครั้งนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของฉันไปทั้งชีวิต แต่เอาเถอะ คุณไม่ต้องสนใจกับความเพ้อเจ้อของฉัน ฉันเพียงต้องการจะตอบคุณว่า ฉันจะเดินทางไปหาคุณในสิ้นเดือนนี้ซึ่งมันเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วัน ฉันขอเวลาเพื่อจัดการปัญหาที่คั่งค้างที่นี่ให้หมดสิ้นเสียก่อน ฉันจะได้เดินทางไปยังดินแดนที่ฉันไฝ่ฝันอย่างสบายใจ เพื่อที่จะไปรับคำทักทายอ้อแอ้จากเด็กสาวตัวน้อยๆ ที่รอคอยฉันอยู่ และโผซบอ้อมกอดอบอุ่นของแม่อุ้ยที่แสนจะใจดีของคุณ

ฉันได้ส่งเบอร์โทรศัพท์ของฉันมาให้คุณพร้อมกับจดหมายฉบับนี้ คุณสามารถโทรหาฉันได้ทันทีที่คุณสามารถหาสัญญาณโทรศัพท์เจอ ส่วนวันเวลาที่จะเดินทางฉันจะเขียนไปบอกคุณทันทีที่ฉันจองตั๋วเรียบร้อยแล้ว

เพียงแสง จงจำเริญ

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกเบอร์ของหล่อนเอาไว้ก่อนจะพับจดหมายเก็บเข้าซองแล้วเก็บไว้ในลิ้นชักอย่างที่เคยเก็บ แล้วลุกขึ้นพร้อมกับความหวังว่าหล่อนกำลังมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมิดนี่เสียที หล่อนอาจจะเป็นแสงไฟนีออน หรือเป็นแค่แสงไม้ขีดไฟที่จุดติดให้แสงสว่างเพียงวูบเดียวแล้วก็วับหาย แต่เขาก็ขอคว้าเอาไว้ก่อน ขอแค่ได้เห็นทางเดินเพียงรางๆ ก็เพียงพอแล้ว...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป