บทที่ 1 วันไนท์แสตนด์กับเพื่อนสนิทวัยเด็ก

Peilin part

ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความปวดเมื่อยร่างกาย เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นก็จำได้ไม่ชัดนัก รู้แค่ยิ้มหวานพาฉันไปสังสรรค์ หลังจากดื่มน้ำส้มแก้วนั้น...

เดี๋ยวนะ!

ทำไมฉันไม่ใส่เสื้อผ้า!?

เพราะความรู้สึกหนาวเย็นทำให้ฉันรู้สึกตัว สำรวจตัวเองก็พบว่าไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...

แต่แล้วความทรงจำของเมื่อคืนก็ค่อย ๆ หลังไหลเข้ามาทำให้ฉันเริ่มประจัก

"ตื่นแล้วเหรอ เพ่ยหลิน ไม่เจอกันนานเลยนะ" น้ำเสียงทุ้มของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นข้าง ๆ ทำให้ฉันเริ่มมีสติกลับมาอย่างเต็มที่

ใบหน้าหล่อเหลา ผิวขาวดุจหิมะ ร่างกายกำยำราวกับถูกดูแลมาอย่างดี ทว่า...รอยแผลเป็นเล็ก ๆ ซึ่งเป็นรอยขีดจาง ๆ ที่อยู่บนแก้มซีกซ้ายของเขานั้นทำให้ฉันนึกถึงใครบางคน

ไป๋ซิงงั้นเหรอ...ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ บนเตียงตรงนี้!

ปากของฉันค่อย ๆ เผยอขึ้น ได้แต่พะงาบ ๆ อากาศลงท้องเพราะพูดไม่ออก

"เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น" ฉันถามออกไป แกล้งตีมึนจำไม่ได้ทั้งที่ในหัวสมองมีภาพที่ตัวเองไปลวนลามไป๋ซิงจนฉันรู้สึกอาย

บ้าไปแล้ว!ทำไมทุกอย่างเป็นแบบนี้เนี่ย

"อย่ามาแกล้ง ไป๋ดูออกนะ...บอกจำไม่ได้นี่เสียใจแย่เลย"ใบหน้าหล่อเคลื่อนที่มาใกล้ ๆ จนฉันต้องหดตัวหนี มือสองข้างกำผ้าห่มแน่น อยากจะมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด

น้ำส้มแก้วนั้นทำให้ฉันรู้สึกร้อนรุ่มจนขาดสติ!แล้วก็เกิดเรื่องอย่างว่าขึ้นมา จะว่าโชคดีก็ใช่ที่มาเจอไป๋ซิง แต่ต้องไม่ใช่สถานการณ์แบบนี้!

เราไม่ได้เจอกันมาหลายปี ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเขายังจำเด็กอ้วน ๆ แบบฉันได้

"ไป๋จำหลินหลินได้ด้วยหรอ..."

"ผู้หญิงคนเดียวที่ไป๋คอยดูแลมาตลอด ก็มีแต่เธอ ไม่ดีใจเหรอที่ได้เจอไป๋"

ฉันหลุบตามองแค่มือของตัวเองเท่านั้น ไม่กล้าเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทวัยเด็กของตัวเองที่ตอนนี้เพิ่งจะผ่านมรสุมบนเตียงมาด้วยกัน

มันแค่ความผิดพลาดใช่ไหมนะ

"ไป๋ หลินหลินขอโทษ"

"..."

"หลินหลินไม่ได้ตั้งใจลวนลามไป๋"

"แต่ไป๋ตั้งใจมีอะไรกับเธอ"

ประโยคเมื่อครู่ทำเอาหูฉันวิ้ง สติหลุดกว่าเก่า...นี่เขาพูดว่าอะไรนะ?!

ฉันหันขวับไปทองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่เอ่ยประโยคบ้า ๆ เมื่อครู่ขึ้นมา

ทำไมถึงใช้คำว่าตั้งใจล่ะ ในเมื่อฉันขาดสติ และเขาก็คงจะเมา อีกอย่างเราเป็นเพื่อนกันนะ การกลับมาเจอกันครั้งนี้ก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีสักเท่าไหร่

ฉันไม่เข้าใจเลย งง มึนไปหมดแล้ว

"หลินหลินเปิดซิงไป๋แล้วต้องรับผิดชอบนะ อย่าฟันแล้วทิ้ง" ประโยคต่อมาทำเอาใบหน้าของฉันร้อนฉ่ากว่าเก่า นี่เขาพูดเรื่องพวกนี้ได้อย่างหน้าไม่อายจนฉันอยากจะมุดหนีลงนรกกับการกีะทำบ้า ๆ ที่ส่งผลถึงตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด

นี่ไม่เหมือนไป๋ซิงที่ฉันรู้จักเลยสักนิด ไป๋ซิงในตอนนั้นทั้งเงียบ สุขุม และไม่สนใจใคร เขาเย็นชาราวกับหุ่นน้ำแข็งซะอีก

"แต่เราเป็น...เพื่อนกันนะไป๋ " ฉันรู้จักครอบครัวไป๋ซิงดีทั้งหมด เพราะครอบครัวเราสองคนมีความเกี่ยวดองกัน

พ่อของฉันเคยเป็นจิตแพทย์รักษาอาการทั้งจิตใจของเขา และฉันกับเขาก็สนิทกันมาก ๆ เพราะพ่อส่งฉันมาดูแลไป๋ซิงครอบครัวไป๋ซิงเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลมาก

ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปมองพี่ออร์แกนกับพี่ซีโน่ล่ะ ทั้งสิงเปรียบเสมือนผู้ปกครองของไป๋ซิง และฉันรักและเคาระทั้งคู่มาก

แต่ฉันดันล่วงเกินน้องชายของพวกเขา

แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ

"ไม่รู้สิ ว่าแต่...ผอมลงนะเพ่ยหลิน ที่นั่นเขาเลี้ยงเธอไม่ดีเหรอ" คนตรงหน้าเอ่ยขึ้นด้วยแววตาเป็นกังวล ฝ่ามือหนาเอื้อมมาลูบไล้ที่ต้นแขนไปจนถึงใบหน้าของฉัน

ตั้งแต่เราแยกจากกัน ชีวิตฉันก็ไม่รู้จักความสุขอีกเลย

สัมผัสที่อบอุ่นของเขาและคำถามเป็นห่วงเป็นใย ทำให้ฉันเผลอใจอ่อนยวบไม่ปฏิเสธสัมผัสจากเขาแม้แต่น้อย ยอมอยู่นิ่งเป็นตุ๊กตาให้เขาซักถาม แต่ไม่กล้าแม้แต่จะตอบอะไรออกไป

เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นเพราะน้ำส้มจากยิ้มหวานแน่ ๆ

แกล้งแบบนี้มันแรงไปหน่อยแล้ว

"เพ่ยหลิน"

"หือ..."

"จูบหน่อยได้ไหม"

"หา!?"

"ไป๋ว่ายายังไม่หมดฤทธิ์"

"ยาอะไร!?" ฉันมึนตึบ จู่ ๆ คนตรงหน้าก็จู่โจมแบบนี้ฉันก็ไปไม่เป็นน่ะสิ

เราเป็นเพื่อนกัน!จะจูบกันไม่ได้นะ

"เมื่อคืนไป๋คงจะโดนยาเหมือนกัน...เลยลากเพ่ยหลินมาเอาที่ห้อง"

"ก็..แสดงว่ามันคืออุบัติเหตุทั้งคู่เลยรึเปล่าล่ะ!?"

"งั้นไป๋ขอเอาเธออีกได้ไหม"

"หา..."

"ยาจะได้หมดฤทธิ์ "

"..." ฉันตัวแข็งทื่อ ไม่รู้จะตอบอะไร ทั้งชีวิตไม่เคยปฏิเสธใครเลย โดยเฉพาะ...ไป๋ซิง

ฝ่ามือหนาเลื้อยไปลูบที่ต้นขาของฉันเบา ๆ แววตาที่อ้อนวอนแบบนี้ของเขานั้นฉันไม่เคยเห็นเขาใช้กับใครเลยนอกจากกับพี่ชายของตัวเอง

"แต่..เราเป็นเพื่อนกัน"

"เราเอาเธอแล้ว...แปลว่าเราเป็นผัวเมียกัน"

"เรา..."

"ขอไม่เอาจูบแล้ว หลินหลินตอบช้า"

"เราขอคิดก่อนสิ เราทำตัวไม่ถูกนะ เราเป็นเพื่อนกัน...แล้วก็มีอะไรกัน แบบนี้เราไม่รู้ควรทำยังไง เราเพิ่งกลับมาเจอกันนะไป๋ซิง"

"..."

"..." เขาและฉันตงมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร แต่มือของเขาก็ลังรุกล้ำเข้ามาในจุดสงวน จนฉันรู้สึกแปลก ๆ ไม่มีโอกาสแม้แต่จะอ้สปากห้ามเพราะจู่ ๆ เขาก็โน้มใบหน้ามาจูบฉัน ทั้งยังกระแทกนิ้วมาไม่ยั้ง

ร่างกายมันรู้สึกแปลก ๆ เสียวซ่านไปหมด ทั้งเจ็บทั้งรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ใจฉันเต้นแรง ในหัวโล่งขาวโพลน

ทันทีที่เขาหยุด และผละจูบออกก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกกระชากมาจากห้วงของความสุข

"เธอขึ้นให้ไป๋แบบเมื่อคืนหน่อยสิ ช่วยไป๋หน่อยนะ ไป๋คิดถึงหลินหลิน"

ฉันพยักหน้ารับราวกับคนขาดสติ...แม้จะรู้สึกผิดกับความเป็นเพื่อนของเราที่มีมาตลอดหลายปี

ต่อจากนี้จะทำไงดีนะ

เมื่อก่อนเราสนิทกันมาก

ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

บทถัดไป