บทที่ 12 ขาดเธอไปแล้ว
หลายเดือนผ่านไป
ผมใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวมานานหลายเดือน นับตั้งแต่ไม่มีเพ่ยหลิน...ผมก็รู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยกออกมา
ถึงจะยังได้ยินคนพูดถึงเธอในทางที่บูลลี่อยู่บ้าง แน่นอนล่ะว่าผมไม่เคยยอม
โชคดีที่เธอไม่ต้องมารับรู้
แต่เป็นโชคร้ายของผม...ที่ต้องอยู่แบบไม่มีเธอนี่สิ
บางครั้งก็เผลอทำทุกอย่างด้วยความเคยชิน ไปยืนรอหน้าห้องเธอทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เจ้าตัวก็ย้ายออกไปแล้ว ทำอาหารมาเผื่อทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ก็ต้องทานคนเดียว
เราไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่เพราะเธอบอกว่ายุ่งมากและไม่ว่างเลย เธอไม่ค่อยเล่าอะไรแต่ผมก็เข้าใจว่าการย้ายโรงเรียนกระทันหันในช่วงกลางเทอมมันจึงทำให้ทุกอย่างในชีวิตเธอชุลมุนวุ่นวายไม่น้อย ไหนจะต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ อีก
ผมกลุ้มใจมากไม่รู้ว่าเธอจะเจอคนดี ๆ ไหม จะถูกกลั่นแกล้งหรือถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดีหรือเปล่า
ความเป็นห่วงมันมีมากเพิ่มขึ้นทุกวันที่เราติดต่อกันน้อยลง
คิดถึงเธอจัง
ผมเข้าใจเฮียในตอนที่ต้องแยกจากซ้อออร์แกนเลยล่ะ เฮียมักเล่าเสมอว่าตัวเองเจ็บปวดแค่ไหน ตอนนั้นผมเองก็ยังไม่เข้าใจ...แต่ตอนนี้พอโดนเข้าจริง ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ความเจ็บปวดมันก็ยังเท่าเดิมและอาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ความคิดถึงมันทรมานมากขนาดนี้เหมือนกะจะแกล้งให้ผมกลั้นใจตาย
คิดถึง
มันเคว้งไปหมดแล้ว
คิดถึงจนอยากจะตามเธอไป
แค่ได้เห็นหน้าเพียงเสี้ยวเดียวก็ยังดี
"คิดถึงจัง" ได้แต่พูดคำเดิมซ้ำ ๆ แล้วดูรูปเก่า ๆ ในเครื่องที่เพ่ยหลินชอบหยิบไปถ่ายเล่น ตั้งแต่เด็กจนโตเราก็แทบไม่เคยได้ห่างกัน
ไม่รู้ว่าห่างครั้งนี้จะนานมากแค่ไหน ผมต้องรอเก้อต่อหรือเปล่า... การใช้ชีวิตคนเดียวในตอนนี้ ผมไม่ชินเลย
มาเรียนคนเดียว
ทานข้าวคนเดียว
กลับบ้านคนเดียว
ต่อให้ผ่านมาหลายเดือนแค่ไหนผมก็ไม่เคยรู้สึกชิน บางครั้งก็สร้างภาพเพ้อเจ้อ..ตาพร่ามัวแทบจะมองทุกคนเป็นเพ่ยหลิน
อีกนานเท่าไหร่...เราถึงจะได้เจอกัน
เธอจะเป็นยังไงบ้างนะตอนนี้
ขอให้ทุกคนใจดีกับเธอก็พอแล้วล่ะ
End Engeer part
.
.
.
.
.
.
.
Peilin part
ปึก!
ร่างของฉันกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะอย่างจัง โชคดีที่ของบนโต๊ะไม่ได้ตกลงมาเสียหายไม่งั้นฉันคงถูกต่อว่าอีกแน่ ๆ
"ก็แค่หยิบน้ำให้มันจะอะไรนักหนา!?" ยิ้มหวานโวยวายใส่ฉันเสียงดังอีกทั้งยังกระชากตัวฉันมาหยิกแรง ๆ จนเป็นแผล
ฉันไม่กล้าสู้เลยด้วยซ้ำ...ทำได้เพียงเป็นคนโง่ที่อ่อนแอถูกกระทำแบบนี้
"แต่ตอนนั้นหลินหลินไม่ว่าง"ฉันตอบกลับด้วยเหตุผลของตัวเอง
ที่นี่เหมือนนรกดี ๆ ตั้งแต่ฉันมาอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้จักคำว่าความสุขอีกเลย
ป้าก็ทำดีกับฉันแค่ต่อหน้า ส่วนลูกพี่ลูกน้องของฉันก็จิกหัวใช้อย่างกับทาส มีเพียงคุณลุงที่...แม้จะดุไปบ้างแต่ก็ยังเห็นใจฉัน
ยิ้มหวานเป็นลูกของป้าที่อายุน้อยกว่าฉันเพียงแค่ปีเดียว เธอเข้าขั้นเด็กเอาแต่ใจนิสัยเสียเลยล่ะ เวลาอะไรที่ไม่ถูกใจก็จะโวยวายจะเอาสิ่งนั้นมาให้ได้ตามใจ อีกทั้งยังชอบหยิกฉันทุบตีจนเป็นแผล และฉันเองก็สู้ไม่ได้ ฉันขัดใจไม่ได้เพราะป้าสั่งไว้
'แกต้องตามใจน้อง ดูแลน้องให้ดี แลกกับที่อยู่อาศัยที่นี่ ส่วนมรดกของแก...ถือเป็นชดใช้บุญคุณแล้วกันที่ฉันต้องรับภาระแบบแกเข้ามา อายุครบยี่สิบเมื่อไหร่...ฉันก็อาจจะแบ่งให้แกนะ'
และถ้าฉันไม่ทำ...ฉันจะถูกเฉดหัวออกจากบ้าน ไม่ก็ถูกลงโทษให้นอนหน้าบ้านคนเดียว..
"โอ๊ย!จะอะไรกันนักหนา!? มาอยู่กับคนอื่นก็ทำตัวให้มีประโยชน์ซะบ้าง!"
"แต่หลินหลินเป็นคนนะไม่ใช่ทาส"
"ปีกกล้าขาแข็งขึ้นนะ ฉันจะฟ้องแม่ฉัน! แกน่ะมันก็แค่เด็กกำพร้าที่เป็นภาระคนอื่น!" เธอชี้หน้าด่าฉันก่อนจะรีบเดินออกจากห้องครัวไป
เด็กกำพร้า...ภาระ...สารพัดคำต่อว่าด่าทอต่าง ๆ ที่ฉันคอยรับมาตลอด สองเดือนแรกก็ไม่ได้แย่มากขนาดนี้ จนนานวันเข้าธาตุแท้ของสองแม่ลูกก็เริ่มเผยออกมากัดกินฉันเรื่อย ๆ
"..." ฉันกุมสร้อยคอที่สวมอยู่
สร้อยคอจี้อักษรจีน'白星' ซึ่งเป็นชื่อของไป๋ซิง เป็นสร้อยประจำตระกูลของเขามีเพียงเส้นเดียวบนโลกสั่งทำขึ้นเฉพาะทายาทของตระกูล'โจว'หรือตระกูลภัควินธีรธรรมเจริญ
ฉันพยายามไม่ให้สร้อยนี้โดดเด่นไปเตะตาใคร ตั้งใจจะสวมมันไว้ตลอดเพราะคนสวมให้ฉันคือไป๋ซิง
ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ แม้แต่เพื่อนฉันก็ไม่มี ฉันต้องดร็อปเรียนไปเพราะป้าบอกว่ามันยุ่งยากและเขาไม่มีเวลามากพอที่จะมาทำเรื่องให้ฉัน ต้องรอเรียนซ้ำกับเด็กมอสี่รุ่นของยิ้มหวาน
คนดี ๆ ในชีวิตก็ไม่มีใครให้กล้าไว้ใจ ใช้ชีวิตเหมือนทาสรับใช้สองแม่ลูกที่แรก ๆ เคยทำดีแทบตายกับฉันไปวัน ๆ
และพวกเขาทำไปเพียงเพราะมรดกที่ฉันได้รับเท่านั้น
พอฉันทำทุกอย่างทั้งงานบ้านและการบ้านของยิ้มหวานเสร็จแล้ว ฉันก็กลับเข้าห้องตัวเองทันที ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนเธอ ไม่ได้มีเพื่อนเยอะแยะแบบเธอ ยังต้องคอยทนทำอะไรแบบนี้เพื่อปรนนิบัติเธออีก
เพื่อตอบแทนคำว่า...บุญคุณ
คำนี้อีกแล้ว...
ห้องใต้หลังคาที่เหม็นอับยิ่งกว่าอะไร ฉันกลับรู้สึกว่าในตอนนี้มันเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุดในตอนนี้ของฉันเลย ที่นี่ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย มีแต่สร้างบาดแผลและความหวาดกลัวให้ฉัน
เรื่องเรียนก็ต้องดร็อป...
อาหารและขนมบางวันก็ได้กินน้อยหากทำอะไรไม่พอใจให้ยิ้มหวานโกรธหรือหงุดหงิด
ทำไมชีวิตฉันมันแย่ได้ขนาดนี้...จากที่เคยคิดว่าฉันคือคนที่โชคดี
ตอนนี้เหมือนเกิดมาเพื่อรับความใจร้ายอย่างเดียว
