บทที่ 13 เจ็บปวด
"ถ้าไป๋อยู่กับหลินหลินตอนนี้...ไป๋จะคอยกอดหลินหลินแทนคุณป๊ากับคุณม๊าเหมือนทุกครั้งไหม..."ทำได้เพียงคุยกับเขาผ่านสร้อยต่างหน้าที่อีกฝ่ายมอบให้
แม้แต่โทรศัพท์ของฉันในตอนนี้ก็ไม่ได้จับเลยด้วยซ้ำ ของแทบทุกอย่างของฉันก็ถูกยิ้มหวานแย่งไปเสียหมด ชีวิตฉันมันดูน้ำเน่ายิ่งกว่าในละครหรือนิยายอีก
เพียงแต่ความจริงมันโหดร้ายมากเกินไปจนบางครั้งฉันก็ทนไม่ไหว
ไม่รู้ว่าต้องทนไปอีกนานเท่าไหร่
แต่...ฉันจะทนต่อไปเพื่อให้ตัวเองได้มีความสุขอีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่ป๊าบอกฉันเสมอว่าเรานั้นล้วนมีความสุขเป็นของตัวเอง แม้ไม่เห็นวันนี้ ไม่ก็ในสักวันจะต้องได้เจอ
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าวันไหนก็ตาม
จะมีวันไหนที่เพ่ยหลินได้รับความใจดีและความสุขอีกครั้งไหม
เพ่ยหลินไม่ไหวแล้วจริง ๆ
"ป๊า...หลินหลินคิดถึงป๊า...ฮึก...ป๊าจ๋า ม๊าจ๋า ไป๋ไป๋...ฮึก...ฮือ..คิดถึงทุกคนจัง...หลินหลินเจ็บ...เจ็บมาก ๆ เลย" ฉันทำได้เพียงกอดตัวเองแล้วร้องไห้อยู่แบบนี้
ทำไมม๊าถึงเลือกที่จะตื่นจากความฝันก่อน...ทำไมป๊าถึงต้องรีบตื่นจากฝันไปพร้อมม๊าแบบนี้ ทำไม...เหมือนฉันถูกทิ้งแบบนี้ล่ะ
โลกใบนี้มันกว้างใหญ่มาก มีผู้คนมากมายอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ แต่ฉันกลับรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนไร้ตัวตนและไม่เหลือใคร
เหนื่อยจัง...หลินหลินคิดถึงไป๋ หลินหลินไม่เก่งแล้ว
อ้อมกอดของฉันที่ไป๋ซิงบอกว่ามันอบอุ่นสำหรับเขา...แต่ทำไมในตอนนี้มันถึงได้หนาวเหน็บขนาดนี้
กอดตัวเองเท่าไหร่...หัวใจที่บอบช้ำของฉันก็ไม่ดีขึ้นเลย
ทำไมถึงเป็นเพ่ยหลิน...ที่ถูกเลือกให้เป็นคนที่ต้องเสียใจเสมอมา
End Peilin part
4 ปีต่อมา
@คณะวิศวกรรมศาสตร์
Engeer part
"ไอ้เจีย!รับ!" ผมหันไปมองตามเสียงตะโกนจากนั้นก็รับขวดน้ำที่มันโยนมาให้
"ขอบใจ" ผมเอ่ยก่อนจะเปิดขวดน้ำแล้วยกขึ้นดื่มด้วยความกระหาย
พอเล่นบาสเสร็จผมก็มานั่งพักเหนื่อยอยู่บนแสตน พวกเด็กปีหนึ่งที่มาชวนเล่นก็เริ่มทะยอยกลับเพราะเหมือนฝนตั้งเค้ากำลังจะตกในไม่ช้านี้
"รุ่นพี่เจียสุดยอดดด เล่นบาสเก่งฉิบหาย แต่พอเขามาตื๊อให้ลงตัวแทนโรงเรียนก็ไม่ลง พอมหาลัยก็ไม่ลงอีกเช่นเคย " คริษฐ์แซวพลางนั่งลงดื่มน้ำข้าง ๆ ผม
คริษฐ์เป็นเพื่อนสมัยมัธยมของผมที่ได้มารู้จักตอนม.ห้าเพราะมันเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ความน่ารำคาญของมันคือการกวนตีนทุกคนตลอดเวลา ก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงมาสนิทกับมันได้ ตอนนี้มันคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมด้วย...แต่ก็ไม่เคยมีใครมาแทนที่เพ่ยหลินได้หรอก
"แซวกู"
"แน่นอน เมื่อกี้สาว ๆ กรี๊ดมึงเต็ม มีคนเอาน้ำมาให้ก็ยังจะปัดหนี เย็นชาแท้พ่อหนุ่ม"
"ควรดีใจนะที่กูรับน้ำมึง"
"เย็นชาแบบนี้เมื่อไหร่จะมีเมียวะ "
"แล้วมึงมีเหรอ?" ผมสวนกลับทันทีจนมันชะงักไปครู่หนึ่งเพราะเถียงไม่ออก
"แหม ถึงจะยังไม่เป็นตัวเป็นตนแต่กูก็มีให้คุยแหละวะ"มันแถหน้าด้าน ๆ เพราะมันเป็นพวกคุยแล้วไม่เคยได้คบโดนเททุกเดือนจนผมเอือมระอา
"ถ้าไม่ใช่เพ่ยหลิน...กูก็ไม่เอา"
ผมไม่ได้จะรั้งตัวเองให้จมปรักกับเธอ แต่เมื่อเวลายิ่งผ่านไปความรู้สึกของผมมันก็ชัดเจนยิ่งขึ้นทุกวัน จากที่เคยสับสนมาก ๆ ในตอนนี้มันมีเพียงคำตอบเดียวแล้วล่ะ
ผมก็แค่ชอบเพ่ยหลิน รักเพ่ยหลิน
ในแบบที่เพื่อนเขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกัน
ความรักมีหลายรูปแบบแน่นอนว่าทุกรูปแบบมัันอยู่ในตัวเพ่ยหลินไปแล้ว
"กูล่ะอยากรู้เลยว่าเพ่ยหลินเป็นคนยังไงทำไมถึงทำให้ไอ้เนิร์ดเพื่อนกูคนนี้หลงรักได้ขนาดนี้" มันแซวยิ้ม ๆ เพราะผมเองก็เล่าเรื่องผมให้มันฟังบ่อย
"ก็แค่เป็นเขากูก็รักแล้วปะวะ"
ถึงแม้จะไม่ได้คุยกันเลยตลอดสี่ปีแต่ความรู้สึกของผมมันก็ยังคงเดิม ช่วงแรก ๆ ก็มีได้คุยบ้าง ต่อมาไม่นานนักเธอก็เหมือนหายไปจากโลกโซเชียล ผมร้อนรนกระวนกระวายใจที่เธอหายไปแบบนี้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ทำได้เพียงแค่รอคอยฟังข่าวความเป็นอยู่ของเธออยู่ในทุกวัน...แม้จะไม่มีการตอบกลับอะไรเลยก็ตาม
"แล้วถ้าสมมตินะ...ถ้าเขามีแฟนไปแล้วมึงจะทำไง"
"ไม่ทำยังไงเพราะยังไงเพ่ยหลินก็ยังไม่มี" ผมตอบอย่างมั่นใจ
นิสัยมั่นหน้าแบบนี้ผมก็ได้เฮียมันมาทั้งนั้น
"มั่นฉิบหาย น่าหมั่นไส้ นิสัยนี่แม่งโคตรเหมือนเฮียมึง"
"ก็เขาเลี้ยงกูมา" ยังนึกเขินตอนเด็ก ๆ ที่เรียกเฮียมันว่าป๊า แต่เฮียกับซ้อก็เลี้ยงผมมาจริง ๆ ตอนนี้ถึงทีผมช่วยพวกเขาเลี้ยงหลาน
"เออฝนเหมือนจะตกแล้วว่ะ กูจะไปส่งงาน มึงอะไปกับกูเลย"
"เพื่อ?"
"ไปช่วยกูตอบคำถามไงคร้าบบบ มา ๆ ไอ้สัส" มันกระชากตัวผมให้ลุกขึ้นแล้วลากให้เดินตาม
