บทที่ 14 ทิ้งกัน

มาถึงคณะผมก็เข้าไปส่งงานพร้อมกับมัน ตอบคำถามเสร็จก็แยกกับมันตรงนั้นเพราะมันจะไปหาสาว

เสียงท้องฟ้าร้องดังสนั่นโครมคราม เมฆสีเทาเข้าปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าไม่นานนักสายฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ผมล่ะหงุดหงิดกับสภาพอากาศที่แปรปรวนบ่อย ๆ

พอมองสายฝนที่ตกลงมาก็ทำให้ผมคิดถึงเพ่ยหลิน

เธอชอบฤดูฝน

และเวลาฝนตกเธอจะชอบเล่นน้ำฝนจนมอมแมมโดนคุณป๊าของเธอดุตลอด

จะเป็นยังไงบ้างนะตอนนี้

"กลับบ้านยังไงวะทีนี้" ใจผมอยากจะกลับไปนอนที่คอนโดจะแย่ แต่ตอนนี้กลับมาติดฝนอยูู่อย่างหมดหนทาง จะขอยืมร่มใครได้บ้างล่ะเพราะผมไม่รู้จักใครเลยแทบจะจำคนรู้จักไม่ได้ด้วยซ้ำ นอกจากไอ้คริษฐ์

ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งถือร่มผ่ากลางสายฝนที่กำลังตกหนักมา ผมก็ไม่ได้สนใจแต่แค่แปลกใจที่ฝนตกหนักขนาดนี้มันจะมีใครทำ

ปึก!

"โอ๊ย!" เสียงร้องโอดโอยดังขึ้นมา หันไปอีกทีเธอคนนั้นก็หกล้มคะมำที่หน้าตึกคณะผมเรียบร้อย ร่มในมือเธอก็หล่นไปอยู่ที่พื้น

ผมมองเห็นเธอไม่ชัดนัก ยังไม่ทันได้ก้าวขายื่นมือเข้าไปช่วย เธอก็รีบลุกขึ้นยืนอย่างเร่งรีบแล้วเดินก้มหน้ากะเผลก ๆ หอบข้าวของพะรุงพะรังสวนทางกับผมไปทันที แต่แล้วสายตาของผมกลับมอฃไปเห็นกระเป๋าเล็ก ๆ ที่ตกอยู่พื้นถนนตรงนั้น

ผมไม่ใช่คนใจจืดใจดำ แม้เมื่อครู่จะไม่ได้เดินเข้าไปช่วยเหลือ ผมรีบก้าวเท้ายาว ๆ ฝ่าฝนไปเก็บกระเป๋าตังค์ใบนั้นขึ้นมาก่อนจะวิ่งกลับไปที่เดิมเพื่อหลบฝน ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นเดินหายไปแล้ว ไม่แน่ก็คงจะเรียนอยู่คณะนี้ อาจจะเป็นของรุ่นน้อง

ผมถือวิสาสะในการเปิดกระเป๋าดูเพื่อที่จะได้ตามหาเจ้าของถูก ทว่า...ชื่อที่อยู่บัตรประจำตัวนักศึกษาก็ทำให้ผมถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชื่อที่แสดงบนบัตรนักศึกษา

นางสาว ณที่รัก กิจณศีลป์

ชื่อนี้เป็นชื่อที่ผมคุ้นเคยดี เป็นคนที่ผมรู้จักดีและเธอคนนี้ก็หายจากผมไปหลายปีเช่นกัน

เพ่ยหลิน

แต่ทำไมตอนที่เจอกันเมื่อครู่ ดูไม่เหมือนเธอคนเดิมเลยล่ะ ทำไมถึงได้ผอมซูบจนหนังแทบจะติดกระดูกแบบนั้น

ผมตัดสินใจที่จะนั่งรอเจ้าของกระเป๋าด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง ทว่าผ่านมานับชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่าเจ้าของจะโผล่มา

"เอ้า ไอ้เอ็นด์เจีย มาทำไรเนี่ย นึกว่ากลับแล้วซะอีก" เสียงของคริษฐ์ที่เดินมาทักทายด้วยท่าทีร่าเริงเช่นเคย

"เจอกระเป๋าตก เลยเอามาแจ้งหาเจ้าของ แต่ตอนนี้...กู..." ผมพูดไม่ออกว่าตัวเองรู้สึกยังไง

ความรู้สึกเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ผมไม่รู้ว่าตัวเองโกรธเพ่ยหลินไหม ไม่รู้ว่าเสียใจหรือดีใจกันแน่

ตั้งแต่เด็กผมเจอแต่คนโกหกไม่จริงใจ คนที่ผมยอมไว้วางใจมีเพียงแค่เฮียกับซ้อเท่านั้น ทว่าเมื่อเปิดใจให้เพ่ยหลินเข้ามาในโลกของผม จู่ ๆ วันหนึ่ง เธอที่เคยสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างไม่ไปไหน แต่วันนี้เธอก็หายไปไม่ติดต่อส่งข่าวกลับมา ผมไม่รู้ว่าคำพูดของเธอจะเชื่อได้อีกไหม ไม่รู้ว่าเพ่ยหลินมีเหตุผลอะไร แต่ผมไม่ชอบใจกับการกระสำของเธอเอามาก ๆ

ผมเกลียดคนโกหก เกลียดการถูกทิ้ง และเธอก็ทำแบบนั้น

ผมไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดี

ดีใจที่ได้เจอ เสียใจที่ถูกทิ้ง เสียใจที่ถูกหลอกให้รอแล้วรอเล่าเธอก็ไม่คิดจะติดต่อกลับมา

เพ่ยหลินรู้ดี ไป๋ซิงเกลียดคนโกหกเข้าไส้ และเธอก็รู้ว่าผมกลัวการถูกทิ้งแต่เธอก็ทำ เธอปล่อยให้ผมรอคอยการติดต่อกลับมาของเธออยู่หลายปี จนกระทั่งวันนี้เมื่อได้เจอเธออีกครั้ง

ผมจะทำยังไงกับเธอดีนะ...

"มึงฝากไว้กับประชาสัมพันธ์ก็ได้นี่ "

"กูอยากเจอเพ่ยหลิน"

"ฮะ?เพ่ยหลิน เพื่อนเก่ามึงคนนั้นอะนะ "

"อืม..เธอสะดุดล้มต่อหน้ากลางสายฝน กูไม่ทันได้เข้าไปช่วยเธอก็วิ่งออกไป แต่ดันทำกระเป๋าตกไว้ เปิดดูเจ้าของถคงได้รู้...มึงเดินมาจากทางนั้น พอจะเห็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ ตัวเปียกทั้งตัวเดินไปไหม" ผมลองถามเบาะแสเผื่อบางทีอาจจะได้เจอเธอไว้ขึ้น มันก็คงดีกว่ามานั่งรอแบบไร้จุดหมายแบบนี้

"เจอ...แต่คนคนนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องของยิ้มหวาน ขาเป็นแผล เข่าถลอก ไหนขอดูหน้าหน่อยดิ"

ผมยื่นโทรศัพท์ของตัวเอที่ถ่ายรูปบัตรนักศึกษาเอาไว้ส่งให้คริษฐ์ดู จากนั้นมันก็ทำสีหน้าตกใจราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง

"กูว่าใช่... คนนั้นคือเพ่ยหลิน แต่...ไม่เห็นเหมือนคนในรูปที่มึงเคยให้ดูเลยวะ "

"กูก็ไม่รู้"

"กูได้ยินยิ้มหวานชวนให้เพ่ยหลินไปคลับคืนนี้ น่าจะออกไปแล้วนะ กูว่านั่งรอไปน้องก็ไม่น่ากลับมาว่ะ เพ่ยหลินเอาแต่พนักหน้า ไม่พูดอะไรด้วย รีบตามไปดีไหม ถ้ามึงอยากเจอ กูพอรู้ว่ายิ้มหวานจะไปไหน"

"อืม เอาดิ กูไม่ปล่อยให้เพ่ยหลินหายไปอีกแน่"

ผมจะไม่ให้เธอทิ้งผมไปอีกแน่ ...

คนใจร้าย ทิ้งไป๋ได้ลงคอ

แล้วไป๋จะทำให้เธอรู้ ว่าไป๋ไม่ใช่คนที่เธอคิดจะทิ้งก็ทิ้งได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป