บทที่ 3 ใครก็ห้ามรังแก
12.25 น.
พักเที่ยงผมก็ไปหาเพ่ยหลินที่ห้องเรียนของเธอ เพ่ยหลินเรียนศิลป์คำนวณซึ่งอยู่คนละห้องกับผม ตอนนี้เธอยังไม่เลิกเรียนคงเพราะครูสอนเกินเวลา นี่ทำให้ผมรู้สึกไม่พอใจสักเท่าไหร่ ดูจากลักษณะของเพ่ยหลินที่ตอนนี้กอดท้องตัวเองจนตัวงอ ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยว เดาไม่ผิดแน่ว่าเธอหิวข้าวจนปวดท้องน่ะ
Engeer:ใกล้เสร็จยัง หิวไหม?
Peilin:หิวซี้~ รอแป๊บน้า ครูไม่ยอมปล่อยสักทีTT
พอรับรู้ได้ดังนั้นผมก็ไม่รีรอที่จะเปิดประตูเข้าห้องเรียนของเธอไปทันที
"ครูครับ ผมว่าคุณครูสอนเกินเวลาแล้วนะครับ นี่เที่ยงจะครึ่งแล้ว" ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตกใจและงงงวยของคนในห้อง
"เธอเข้ามาทำไม ไม่มีมารยาท!ไม่เห็นเหรอว่าฉันสอนคนอื่น ๆ อยู่!?" เธอหันมาชี้หน้าต่อว่าผมทันที
"สอนเกินเวลาแบบนี้มันสมควรแล้วเหรอครับ? อ๋อ เข้าสายอีกแล้วสินะ" ผมจำเธอได้ ปกติแล้วห้องผมไม่ได้เรียนกับครูคนนี้ แต่เธอเคยเข้าสอนแทนครั้งหนึ่งและก็เข้าสายมากแถมยังปล่อยเลทมากจนผมทนไม่ไหวลุกออกจากห้องมาหาเพ่ยหลินที่ยืนรอหน้าห้องคนเดียวมานานแล้ว
ผมไม่ได้สนใจทุกคนขนาดนั้น อะไรที่มันผิด ผมก็จะต่อต้านจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่พอใจ
"นี่!ไม่มีมารยาท ฉันจะเรียกผู้ปกครองเธอ!"
"ครับ งั้นครูก็รอคุยกับผอ.หน่อยแล้วกันนะครับ แต่ค่อยเรียกผมไปคุยนะ หิวข้าว ปะเพ่ยหลิน" ผมเดินไปจูงมือเพ่ยพลินให้ลุกขึ้นแล้วพาเธอเดินตามหลังมาไม่สนใจคำก่นด่าของคุณครูคนนั้น
หลายครั้งแล้วที่เพ่ยหลินต้องเจอกับอะไรแบบนี้ แล้วนี่หิวข้าวจนปวดท้องอีก ผมเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน
"ไป๋ซิง...เป็นอะไร ใจเย็น ๆ นะ เดี๋ยวก็มีปัญหาหรอก" เธอท้วงขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ตัวเองหิวข้าวจนปวดท้องยังจะพูดอีกนะเพ่ยหลิน" ผมพยายามคุมน้ำเสียงให้ปกติเพื่อที่เธอจะไม่ตกใจจนหวาดกลัว
"ฮื่อออ รู้ได้ไงอะ หลินหลินอุตส่าห์เนียนแล้วนะ"
"หน้าบิดหน้าเบี้ยวแบบนี้เหมือนเราดูไม่ออกตายแหละ วันนี้เราทำอาหารมาเผื่อด้วย"ผมชวนเธอเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะกลัวตัวเองจะเผลอดุยัยตัวเล็กนี่ไป
"เย้!! ไป๋ไป๋น่ารักที่สุด หลินหลินชอบกินฝีมือไป๋ไป๋นะรู้ไหม ไป๋ไป๋ทำอร่อยมากก" พอพูดถึงของกินตาเธอก็ลุกวาวเป็นประกายเผยรอยยิ้มกว้างสดใสออกมาทันที
"อืม เพราะงั้นก็ต้องกินเยอะ ๆ ล่ะ" เพ่ยหลินชอบอาหารฝีมือผม ส่วนใหญ่ผมมักทำอาหารมาทานเอง และบ่อยครั้งจะทำมาเผื่อเพ่ยหลินเพราะเธอบอกว่าชอบอาหารฝีมือผม เวลากินทีไรเธอก็จะยิ้มจนตาปิดตลอด นี่แหละมั้งมันถึงทำให้ผมรู้สึกอยากขยันทำอาหารขึ้นมาทุกวัน
"ได้เลยยย!!" เธอตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง อารมณ์กรุ่นโกรธเมื่อครู่เริ่มจางหายไปเพียงเพราะคนข้างกาย
ผมยิ้มตามเธออีกแล้ว...แบะเป็นแบบนี้เสมอนับครั้งไม่ถ้วนเลยล่ะ
ผมพาเพ่ยหลินไปนั่งที่โต๊ะประจำมุมลับของเราสองคน ก็คบกันอยู่แค่นี้นี่แหละและผมไม่ได้ขวนขวายจะมีเพื่อนเพิ่มอีก
แค่มีเพ่ยหลินก็พอแล้ว
"โหหห!หมูทอด!! ของชอบหลินหลินนี่นา ไป๋ซิงใจดีที่สุด!!" เธอเปิดกล่องอาหารแล้วดีใจกระดี๊กระด๊าใหญ่เมื่อเห็นว่าเป็นของที่ชอบ
"งั้นต้องกินเยอะ ๆ นะ"
"โหยยย แต่ทำให้เยอะขนาดนี้หลินหลินพอดี เอ๊ะ!แต่อ้วนอยู่แล้วนี่ เดี๋ยวหลินหลินโดนล้อ"เธอยู่ปาก ใบหน้าเริ่มมีความกังวล สายตาเริ่มลังเลกับอาหารในกล่อง
ใครแม่งมาล้อยัยเพ่ยหลินของผมวะ!? จับซัดแม่งให้หมดได้ไหมล่ะ
เพ่ยหลินน่ะชอบกิน...และเธอก็ดูขาดความมั่นใจกับหุ่นและรูปร่างของตัวเอง สำหรับผมแล้วเพ่ยหลิ่นเป็นผู้หญิงร่างอวบที่น่ารักเหมือนก้อนโมจิโดยเฉพาะแก้มย้วยนิ่มนิ่มที่ผมชอบบีบเล่น
พวกไม่มีเทสความน่ารัก ไม่มีมารยาทชอบไปว่าคนอื่นนี่มัน...นิสัยย่ำแย่จริง ๆ
"ใครล้อ ไป๋จะไปต่อยมันให้ แต่หลินหลินต้องกินให้อิ่ม กินให้มีความสุขเข้าใจไหม นี่คือชีวิตหลินหลิน คนอื่นไม่มีสิทธิ์" ผมเอ่ยกับเธอเพื่อให้คลายกังวล ดวงตาเรียวเล็กช้อนมองผมทั้งน้ำตาที่เอ่อคลออยู่
แม่ง โคตรกล้าเลยที่มายุ่งกับเพ่ยหลิน
"อื้อ! หลินหลินเชื่อไป๋! หลินหลินจะไม่ฟังคนพวกนั้นหรอกนะ! เพราะหลินหลินเชื่อโจว ไป๋ซิงคนเก่งของหลินหลินไงล่ะ คิกคิก" เธอใช้ความทะเล้นกลบเกลื่อน ถึงแม้จะพูดแบบนี้แต่ผมก็ยังไม่สบายใจ ถ้าปกติเราอยู่ที่บ้านผมก็คงกอดปลอบไปแล้ว แต่นี่ที่โรงเรียนผมก็พอรู้ว่าถ้าทำมันจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ ผมจึงลูบศีรษะเธอเบา ๆ เพื่อปลอบโยนไปเท่านั้น
"ทะเล้นนักนะ กินไปเลย ถ้ายังไม่หายปวดท้องเดี๋ยวเราจะพาไปเอายาแก้ปวดท้องที่ห้องพยาบาล"
"เดี๋ยวสิ...แล้วเรื่องไป๋กับคุณครูล่ะ"
"ช่างมัน เดี๋ยวให้เฮียช่วยมาคุย"
"ใช้เส้นอีกแล้วนะไป๋! ไม่ดีน้า"
"ใช้เพื่อปกป้องหลินก็คงไม่เป็นไร อีกอย่างครูเขาผิดจริง ๆ ส่วนไป๋ก็แค่...คนเข้าไปเตือน อะไรที่ไม่ถูกต้องเราไม่ควรเมินเฉยกับมันนะ"
"อื้ม!! หลินหลินเชื่อไป๋ งั้นหลินหลินทานเลยน้า" เธอกลับมายิ้มกว้างสดใสอีกครั้งจากนั้นก็เริ่มลงมือทานข้าวในกล่องด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย
"ครับ"
หลินหลินเหมาะกับรอยยิ้มที่สุด เพราะฉะนั้นใครหน้าไหนก็หามมาแตะต้องหลินหลินของผมให้เสียใจเด็ดขาด
