บทที่ 6 หักห้ามใจ
"เพื่อนกันหอมแก้มกันไม่ได้นะคะ ไป๋ซิงรู้ใช่ไหม?"
"....ซ้อออ รู้ได้ไงเนี่ย?" ผมถึงกับอึ้ง ขนาดเจ้าตัวยังไม่รู้ แล้วซ้อรู้ได้ไงเนี่ย!?
"ขอโทษที่บังเอิญไปเห็นได้ไหมล่ะ ชอบก็บอกว่าชอบนะคะ"
"ชอบ? ผมก็ต้องชอบเพ่ยหลินสิครับ เธอเป็นเพื่อนผมนะ" ผมแยกความรู้สึกไม่ออก ถ้าชอบแน่นอนว่าต้องชอบอยู่แล้วสิเพราะเธอเป็นเพื่อนผมนะ
"ชอบแบบคนรัก ชอบแบบที่เฮียชอบพี่ค่ะ ไม่ใช่ชอบแบบเพื่อนธรรมดา " ซ้ออธิบายเพิ่มเติมจังหวะนั้นผมก็นิ่งค้างไปเพื่อประมวลผลความคิด
ผมชอบเพ่ยหลินเหรอ? ชอบแบบคนรัก!? ไม่มั้ง เราโตมาด้วยกันนะ ไม่เข้าใจความรู้สึกแฮะทำไมมันต้องซับซ้อนแบบนี้
"...ไม่หรอกครับ เราเป็นเพื่อนกัน" มันคงเป็นไปได้ยากถ้าจะเราจะเป็นมากกว่านี้
ผมไม่ใช่คนที่รู้จักความรักดีขนาดนั้น ผมยังแทบจะรักตัวเองไม่ได้เลย...ผมก็กลัวว่าตัวเองจะให้ความรักคนอื่นได้ไม่ดีพอ
บาดแผลในใจผมแม้มันจะผ่านมานานหลายปีแต่มันยังคนทิ้งรอยแผลเป็นไว้แม้กระทั่งรอยกรีดบนใบหน้าที่ยัยแม่มดสร้างไว้อย่างโหดเหี้ยม
ผมกลัวการสูญเสีย...ก็ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกันมันก็ดีมากอยู่แล้ว หากเป็นมากกว่านี้ความเสี่ยงในความสัมพันธ์ยังไงก็มีมากกว่าสถานะเพื่อน
หากวันนึงเราต้องเลิกกันล่ะ เราตะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม...แน่นอนแหละว่ามันคงยากมาก ๆ
"แต่เพื่อนก็เลื่อนมาเป็นแฟนได้นี่ เขาบอกว่าคู่รักส่วนมากพัฒนามาจากการเป็นเพื่อนทั้งนั้น คิดดูดี ๆ ไป๋รู้ตัวเองดีนะ อย่าเป็นแบบเฮีย รู้ไหมว่ามันไม่ใช่ทุกคนที่จะวนมาเจอกันนะ" เฮียพูดบ้างอ้างถึงอดีตของตัวเองในวันวาน เฮียจะคอยเตือนสติย้ำเตือนผมเสมอด้วยประสบการณ์ของเขาเอง
"ครับ..." ผมทำเพียงรับคำแล้วคิดไตร่ตรองถึงทุกอย่างอีกครั้ง
ผมคงไม่พร้อมหากคิดดูดี ๆ แล้ว
ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ได้แย่นัก
หลังรับประทานอาหารเสร็จผมก็แยกจากทุกคนมาเดินเล่นอยู่ในสวนกับเพ่ยหลิน
"สดชื่นนน หลินหลินชอบสวนหลังบ้านไป๋ไป๋ที่สุด"
"พูดแบบนี้ตลอด"
"ก็จริงนี่นา~" เธอยิ้มหน้าทะเล้น แล้วจู่ ๆ ก็หยุดเดินไปชั่วขณะ เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิทในยามค่ำ สายลมพัดแผ่วเบาเข้าโกรกใบหน้าของเธอจนเส้นผมปลิมไสว
"หลินหลินเห็นดาวแหละไป๋ไป๋"เธอว่าพร้อมกับชี้ไปที่ดวงดาวที่สว่างบนท้องเพียงดวงเดียวในตอนนี้
คิด ๆ ดูแล้วท้องฟ้าที่มืดสนิทให้ตอนนี้ก็เหมือนชีวิตผมดี ส่วนดวงดาวที่คอยส่องแสงสว่างให้ก็เป็นเพ่ยหลิน
"อืม ดาวสวย"
"จริงไป๋ไป๋ หลินหลินชอบดาวจัง"
"อยากได้เหรอ?"
"มันเอามาไม่ได้หรอกนะไป๋ไป๋"
"แล้วถ้าได้ล่ะ"
"เพ้อเจ้อน่าไป๋ไป๋"
"แค่หลินหลินอยากได้ก็ไม่น่าใช่เรื่องยากของไป๋นะ"
"อย่าตามใจหลินหลินนักซี้~เดี๋ยวหลินหลินเสียคนน้า แค่อ้วนตุ๊บป่องแบบนี้ก็เกินพอแล้ว" คนตัวเล็กหันมาพูดต่อแล้วย่นจมูกงอแงเสียอย่างนั้น
"น่ารักออกหลินหลิน" แบบนี้ก็น่ารักดีอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เวลาผมเศร้าเวลากอดเพ่ยหลินแล้วก็ดีขึ้นทุกครั้งจากความอบอุ่นและความน่ารักใจดีของเธอ
"จริงเหรอ?หลินหลินไม่เชื่อไป๋ไป๋หรอก" เธออมลมจนแก้มป่องเหมือนซาลาเปา อดไม่ได้ที่ผมจะยื่นมือไปจิ้มแก้มของเธอจนลมออก
แต่แก้มก็ยังป่องเหมือนเดิมนี่สิ
"หลินหลินว่าเพื่อนหอมแก้มกันได้ไหม"
"หลินหลินว่าได้มั้ง หลินหลินไม่รู้ หลินหลินไม่เคยเพราะหลินหลินมีไป๋ไป๋เป็นเพื่อนแค่คนเดียว"
"แล้ว...ไป๋ขอหอมแก้มหลินหลินได้ไหมล่ะ" ผมลองแกล้ง ๆ ขอเพราะคนข้างกายผมนั้นซื่อบื้อเกินกว่าจะตามใครทัน เธอน่ะโลกสวยยิ่งกว่าอะไรดี ใสซื่อจนน่าแกล้งเลยแหละ
แต่ผมแกล้งได้คนเดียวคนอื่นไม่มีสิทธิ์
"...ไม่ได้นะ คุณป๊าหวงหลินหลิน" เธอครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบมา
"อ้อ อือใช่" งั้นคงต้องเก็บความอัดอั้นในใจนี้ไว้ต่อไปแล้วกัน
ผมต้องหักห้ามตัวเองแหละนะ ฝึกความอดทนไปในตัว ที่วันนั้นเผลอหอมเพ่ยหลินตอนเธอหลับเป็นเพราะความน่ารักของเธอแท้ ๆ
'ไป๋ไป๋ หลินหลินโอบกอดไป๋ไป๋นะ'
'...'
'คุณป๊าคุณม๊ามองไป๋ไป๋อยู่เสมอ ถ้าอยากร้องไห้ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวหลินหลินจะกอดไป๋ไป๋ไว้แล้วบังพวกท่านให้เอง!'
'ขอบคุณ...'
'ไป๋ไป๋ยังมีหลินหลินนะ โอ๋เอ๋น้า'
ผมไม่เคยทำใจได้กับการจากไปของป๊ากับม๊า ทุกวันครบรอบวันตายผมทำได้เพียงพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างเข้มแข็ง...สุดท้ายก็เผลอร้องไห้กับเพ่ยหลินอยู่ดี คงจะมีปีนี้...ที่ผมเห็นความน่ารักของเธอที่มากเกินไปจนเกิดความมันเขี้ยวขึ้น
ความรู้สึกบางอย่างมันเริ่มก่อตัวขึ้นทุกวันจนบางครั้งมันก็แยกไม่ออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่
"ไป๋ไป๋หลินหลินอยาดลดความอ้วนง่ะ"
"ไป๋ถามแค่ หลินหลินมีความสุขกับหุ่นนี้ไหม"
"มีสิ คุณป๊าคุณม๊าบอกว่าหลินหลินกอดอุ่นน่ารักจ้ำม่ำสมวัย แต่ถ้าไม่นับเรื่องที่เพื่อนในห้องชอบแซะหลินหลิน หลินหลินรักหุ่นนี้ที่สุด เพราะเวลาหลินหลินกอดตัวเองหลินหลินก็อุ่นมากเลยย"
"หลินหลินมีความสุขกับตัวเองตอนนี้ก็ไม่ต้องสนใจคนอื่นได้ไหม สนใจแค่ไป๋กับคุณป๊าคุณม๊าก็พอได้หรือเปล่า"
"อือ ...หลินหลินจะพยายามนะ!"
"ไม่ต้องพยายามอะไรมันให้ฝืนหรอก แค่มองมาที่ไป๋เวลาขาดความมั่นใจก็พอ ไป๋ซิงอยู่เคียงข้างเพ่ยหลินเสมอ"
ผมผ่านจุดนั้นมาแล้วก็รู้ดีว่ามันยาก กว่าจะเข้มแข็งมากขนาดนี้กำแพงในใจมันก็หนาจนเกิดเป็นความหวาดระแวงเสมอเวลาที่มีคนเข้าหา
ผมไม่อยากให้หลินหลินต้องเจ็บปวดหรอกนะ
ไม่อยากให้เธอต้องเจอแบบผมด้วย
