บทที่ 7 ความคิดสกปรก

วันจันทร์

ผมมาโรงเรียนพร้อมเพ่ยหลินเหมือนทุกวัน ทุกเช้าเราจะนั่งทานข้าวด้วยกันก่อนจะเข้าแถวแล้วแยกย้ายกันขึ้นไปเรียน

ผมเรียนที่นี่มาหลายปี แต่ก็ยังมีเพื่อนแค่เพ่ยหลินเพียงคนเดียว ใครจะรู้ล่ะว่าเด็กที่พูดมากทั้งวันจนผมรำคาญจะกลายมาเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ผมไว้ใจมากขนาดนี้ คนที่เคยบูลลี่ผมเมื่อก่อนปัจจุบันเราก็ยังเรียนด้วยกันห้องเดียวกันแล้วเขาก็คงลืมเรื่องราวที่เคยทำในวัยเด็กไปตามกาลเวลา ซึ่งผมก็เข้าใจได้

คนสร้างบาดแผล บางคนเขาก็ไม่รู้ตัวว่าไปทำอะไรไว้ ส่วนคนเจ็บปวดก็ต้องทนอยู่กับบาดแผลนั้นตลอดไป

เพ่ยหลินบอกว่าแผลเป็นที่หน้าผมมันดูดีและเท่มาก ๆ ผมแคร์แค่สายตาเพ่ยหลิน ส่วนคนอื่นผมก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่ได้มีค่าอะไรกับผม

ผมแคร์แค่คนในชีวิต...ส่วนคนอื่นนั้นก็แค่ตัวประกอบที่ต้องพบเจอเป็นสังคม

"เอ็นด์เจีย เราขอนั่งด้วยได้ไหม" ผมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง รู้สึกว่าเธอจะเป็นหัวหน้าห้องนะ แต่ชื่ออะไรผมก็ไม่รู้หรอก ผมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าใครเป็นใครจะทำอะไรในห้อง

ผมพยักหน้ารับเพราะเห็นว่าไม่ได้เสียหายอะไร ผมนั่งโต๊ะคนเดียวมาตลอดแต่ก็ไม่ได้เป็นคนหวงโต๊ะ หวงพื้นที่ขนาดนั้นเพราะนี่มันโต๊ะของโรงเรียน

"ไป๋ไป๋!กระเป๋าดินสอเค้าอยู่กับตัวหรือเปล่า" เสียงใสแจ๋วของบุคคลมาใหม่ที่เปิดประตูเข้ามาทำให้ผมรู้ทันทีว่าเป็นเพ่ยหลิน

"อุ้ย...ขอโทษค่ะ" เธอหันไปขอโทษทุกคนในห้องด้วยความรู้สึกผิดเสียงั้น

"เอาใส่ไว้ในกระเป๋าไป๋เหรอ?" ผมถาม เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นผมหรือเธอกันแน่ที่เผลอคว้ามาใส่ผิด

"เค้าไม่รู้ แต่เค้ามีสอบอะไป๋ไป๋ ดูให้หน่อยสิ"

"เดี๋ยวไป๋ดูให้"ผมบอกก่อนจะหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาค้นให้ แล้วก็มีอยู่จริง ๆ กระเป๋าดินสอสีชมพูแบบคล้าย ๆ กันกับของผม

"ใส่ผิดเหรอหลินหลิน"

"น่าจะนะ เมื่อวานหลินหลินง่วงเบลอ ๆ หน่อย" คงจะเป็นงั้นจริง ๆ เมื่อวานหลินหลินมาเล่นที่บ้านผม แล้วก็มาทำการบ้าน ตอนผมนั่งรถไปเป็นเพื่อนเธอเพื่อไปส่งที่บ้านเพ่ยหลินก็หลับตลอดทาง

"สอบวิชาไร" ผมหยิบกระเป๋าดินสอของเธอออกมาแล้วยื่นให้อีกฝ่าย

"คณิต หลินหลินเองก็เพิ่งนึกได้ตอนเพื่อนพูดขึ้น"

"บ๊อง ตั้งใจสอบนะหลินหลิน"

"หลินหลินรับทราบ!" เธอรับกระเป๋าไปพร้อมกับยิ้มแฉ่งให้ผมก่อนจะเดินออกจากห้องเรียนไป

ผมรับรู้ถึงสายตาแปลก ๆ ของคนในห้อง และมันไม่ใช่สายตาที่ดีสักเท่าไหร่ เรื่องครูคนนั้นเฮียเพิ่งไปเคลียร์ให้สงสัยจะได้เรื่องใหม่ให้เฮียมาเคลียร์แล้วดิ

"แฟนเอ็นด์เจียเหรอ?" คนที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ ผมถาม

"เปล่า"

"ก็ว่าอยู่ เอ็นด์เจียคงจะหาดีกว่านั้นอะ เห้ย! เราขอโทษนะ..."

"ย้ายโต๊ะได้ปะ เราไม่อยากนั่งอยู่ใกล้คนความคิดแบบแกว่ะ สกปรก " ผมลุกขึ้นยืนแล้วปรายตามองเธอด้วยความไม่พอใจ

ดูก็รู้ว่าตั้งใจ...คนเรามันจะมีนิสัยขี้เหยียดขี้บูลลี่อะไรกันขนาดนี้ เด็กโรงเรียนนี้มันเป็นอะไรกันวะ

"นี่!เราเป็นผู้หญิงนะ ทำไมแกต้องด่าเราแรงขนาดนี้"

"แกก็ไม่มีสิทธิ์พูดถึงคนอื่นแบบนั้นเหมือนกัน เลิกอ้างเพศสักทีเพราะขนาดแกยังกดเพศเดียวกันเลย อย่ายุ่งกับเพ่ยหลิน รวมถึงสายตาทุกคนที่มองเพ่ยหลินด้วย ถ้าใครข้องใจอะไรก็มาคุยกับฉัน แต่คุยด้วยหมัดเท่านั้น" ผมประกาศกร้าวเพื่อให้รู้กัน ปกติแล้วผมไม่สุงสิงกับใครพอพูดขึ้นมาแบบนี้ทุกคนจึงก้มหน้าหลุบตาไม่มีใครหันมาสบตากับผมสักคน

เป็นผมที่ดันโต๊ะหนี ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะย้ายมานั่งตรงนี้ทำไม ตอนนี้สมัยไหนกันแล้ววะทำไมถึงมีชุดความคิดอุบาทว์กันอยู่อีก ผมไม่อยากให้เพ่ยหลินต้องโดนแบบที่ผมเคยเจอ ผมรู้ดีว่ามันรู้สึกแย่แค่ไหน

หน้าที่ของผมอีกอย่างที่ผมตั้งให้ตัวเองนั้นคงเป็นการปกป้องเพ่ยหลินเพื่อให้เธอไม่เจ็บปวดจากใคร

พักเที่ยง-

ผมมายืนรอเพ่ยหลินที่หน้าห้องเหมือนเดิม พอเธอเรียนเสร็จผมก็ไปกินข้าวกับเธอเหมือนเคย เพ่ยหลินพูดจ้อตลอดทาง โม้ว่าตัวเองทำข้อสอบได้อย่างนู้นอย่างนี้

"ทำไม...เอ๋" เพ่ยหลินหันไปมองรอบ ๆ ผู้คนมองเธอมาด้วยสายตาแปลก ๆ พอเห็นแล้วก็เป็นผมเองที่ไม่ชอบใจในขณะที่อีกคนยังคงเกาหัวแกรก ๆ

"อย่าใส่ใจ" ผมบอกปัดแล้วพาเธอไปหาโต๊ะนั่ง ปกติคนในโรงเรียนไม่ได้ใส่ใจเรื่องคนอื่นขนาดนั้น แต่วันนี้ทำไมถึงมองเพ่ยหลินแบบนี้ก็ไม่รู้

"เพ่ยหลินอะนะแฟนพี่เอ็นด์เจีย โห..."

"ไม่เข้ากันอะ"

"โห....ถ้าคนแบบเพ่ยหลินเป็นแฟนพี่เอ็นด์เจียได้ งั้นกูก็เป็นได้แหละวะ"

ผมปิดหูเพ่ยหลินไว้ซึ่งเธอก็กระพริบตาปริบ ๆ มองหน้าผมงง ๆ ผมพาเธอไปที่โต๊ะประจำแล้ววางข้าวกล่องที่ทำมาให้ไว้ตรงหน้า

"หลินหลินเดี๋ยวไป๋มานะ กินก่อนเลย"

"ไปไหนอะ"

"เจอคนรู้จัก"

"ไป๋ไป๋มีเพื่อนเพิ่มเหรอ?"

"ไป๋ไม่นับอะไรแบบนั้นเป็นเพื่อนหรอกน่าหลินหลิน มีแค่หลินหลินก็พอละ"

"งุ้ย~" เธอยิ้มหน้าทะเล้นผมจึงยื่นมือไปจิ้มหน้าผากเธอเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว

"หมายถึงเรื่องปวดหัวอะนะ"

"ไป๋ซิง!!"

"ฮ่า ๆ ๆ หยอกน่า กินไปเดี๋ยวมา"ผมลูบศีรษะเธอทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปยังโต๊ะเป้าหมายที่อยู่ไม่ไกลนัก ถึงตอนนี้พวกเธอจะเลิกพูดถึงเรื่องผมไปแล้ว...แต่ถ้าไม่โดนผมด่าสักที มันก็คงไม่ดีขึ้นเลย

"เรื่องของคุณไหมก็ไม่ มีปากไว้แค่กินข้าวก็ดีนะครับถ้าจะพูดแต่อะไรแบบนี้" ผมเดินเข้าไปโพล่งขึ้นในกลุ่มด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแม้ในใจจะโกรธจนอยากพูดมากกว่านั้น ผู้คนในกลุ่มตกตื่นและเริ่มกระจายตัวออกห่าง พวกเธอก็แค่พวกขี้เม้าท์ขี้นินทาและติดนิสัยขี้เหยียด ทั้ง ๆ ที่ชีวิตไม่มีดีห่าไรเลย

"เชี่ย..."

บทก่อนหน้า
บทถัดไป