บทที่ 8 ไม่เหลือใคร
"ขอโทษค่ะ..."
"ผมไม่ได้ชื่อเพ่ยหลิน คนที่ควรขอโทษควรเป็นคนที่พวกคุณกล่าวถึง ฉะนั้นก็สำนึกซะบ้างนะครับ"ผมกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับมาหาเพ่ยหลินที่ยังคงทานข้าวไม่รู้ไม่ชี้อะไร ใบหน้ากลมของเธอดูมีความสุขทุกครั้งกับการทานอาหารและขนมหวานที่ชื่นชอบ
"อร่อยไหม" ผมถามพลางนั่งลงข้าง ๆ เธอ
"ฝีมือไป๋ไป๋ของหลินหลินอร่อยที่สุดแล้วว!!"เธอเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มจนตาเล็ก ๆ นั้นปิดสนิทพร้อมกับยกนิ้วให้ผม
"หึ งั้นก็กินเยอะ ๆ นะ"
"หลินหลินรับทราบ! ฮิฮิ จะกินให้หมดเกลี้ยงไม่ให้ไป๋ซิงของเค้าผิดหวังเลย!"
"ดีมาก"
เห็นเธอแฮปปี้แบบนี้ก็สบายใจ ไม่อยากให้เธอใส่ใจพวกมีปากไว้แค่กินข้าว ผมไม่ทำผู้หญิงหรอกนะ...แต่ถ้าเป็นผู้ชายผมคงป้อนหมัดให้มันกินแทนข้าวไปแล้ว น่ารำคาญฉิบหาย
แต่อย่างน้อย ความรู้สึกน่าโมโหนั่นก็ถูกแทนที่ด้วยความน่ารักตรงหน้าล่ะมั้ง
End Engeer part
17.40 น.
Peilin part
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันกลับกับไป๋ซิงเหมือนเคยเพราะไป๋ซิงจะติววิทย์ให้ พอทำการบ้านกับช่วยกันติวหนังสือเสร็จคนรถของที่บ้านเขาก็มาส่งฉันรวมถึงไป๋ซิงก็นั่งมาเป็นเพื่อนด้วย
"ไป๋ไป๋กลับบ้านดี ๆ น้า"
"ครับผม เข้าบ้านดี ๆ ระวังชนประตูนะ"
"ไป๋ซิง!"
"ฮ่า ๆ ๆ หยอกเล่น บ๊ายบาย"
"บ๊ายบาย"ฉันโบกมือบ๊ายบายลาอีกฝ่ายพอเปิดประตูรั้วบ้านแล้วเดินเข้ามากระจกรถก็ถูกเลื่อนขึ้นปิดก่อนที่รถของเขาจะขับเคลื่อนออกไป
บ้านเงียบแปลก ๆ ดูเหมือนว่าคุณป๊าจะยังไม่กลับบ้านแฮะเพราะไม่เห็นรถเลย ไฟในบ้านและนอกบ้านยังคงมืดสนิท ประตูหน้าบ้านก็ไม่ได้ล็อกก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนอยู่บ้าน
"ม๊าคะ" ฉันตะโกนเรียกชื่อแม่พลางคลำหาสวิตซ์ไฟในบ้าน
ช่วงนี้ป๊ากลับบ้านช้ามาก เพราะทะเลาะกับม๊าทุกวัน ส่วนม๊าก็ค่อนข้างเจ้าอารมณ์และไม่ยอมใคร ท่านทะเลาะกันทุกวันจนฉันหนีไปเล่นบ้านไป๋ซิงบ่อย ๆ
จิตแพทย์ก็มีปัญหาชีวิตส่วนตัวที่ไม่สามารถหาวิธีแก้ไขได้ด้วยตัวเอง พอเราเจอปัญหาจริง ๆ แล้วเราก็แทบจะแนะนำตัวเองไม่ได้เหมือนที่เคยแนะนำคนอื่นหรอก
ฉันเปิดไฟขึ้นจนแสงสว่างจ้าและภาพตรงหน้าก็ต้องทำเอาฉันต้อง...ตกใจ
หัวใจดวงน้อยสั่นไหว...ฉันแทบจะหยุดหายใจกับสิ่งที่เห็น สมองโล่งขาวโพลนไปหมด
"ม๊า!!"
ร่างของม๊าในตอนนี้ห้อยอยู่ด้านบนซึ่งอยู่ตรงหน้าฉัน...ลำคอถูกผูกเชือกเอาไว้แน่นแล้วมัดไว้ที่ระเบียงทางขึ้นบันไปบนชั้นสอง
ม๊าผูกคอตาย...
"ม๊า!!!ม๊า!!!ม๊าจ๋า!...ฮึก...ม๊าจ๋า!...ม๊าอย่าทิ้งหนู...อย่าทิ้งหลินหลิน...ม๊าจ๋า!!" ฉันกรีดร้องราวกับจะขาดใจ กอดขาของม๊าไว้อย่างกับคนเสียสติ ทำอะไรไม่ถูกลนลานไปหมด ในหัวนึกถึงแต่ป๊าเพียงคนเดียวเท่านั้น มือฉันสั่นไปหมดแทบจะไม่มีแรงกดโทรศัพท์
"ฮึก ...ป๊าจ๋า...ฮึก...ป๊าจ๋ารีบรับสายหนูหน่อย...ป๊าจ๋า..."
เมื่อกดโทรออกไป....คนที่รับสายกลับไม่ใช่เสียงของป๊า
'สวัสดีค่ะ จากชื่อถูกเม็มไว้ในโทรศัพท์ของเจ้าของเครื่อง คุณเป็นญาติของคุณรัติกาล ใช่ไหมคะ?'
"ชะ...ใช่ค่ะ...คุณเป็นใครคะ?หนูขอสายป๊าหนูก่อนได้ไหม!?..ฮึก...ม๊าหนูกำลังแย่...หนูขอสายป๊าหนูนะคะ...ฮึก"
'ใจเย็น ๆ นะคะ ดิฉันได้โทรศัพท์เครื่องนี้และข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ที่อยู่ในที่เกิดเหตุจากหน่วยกู้ภัยเพื่อติดต่อหาทางญาติของผู้ตาย รบกวนญาติมาที่โรงพยาบาลxxx ตอนนี้เลยนะคะ คุณรัติกาลประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตคาที่ค่ะ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ'
"....ไม่จริงใช่ไหม...คุณ...ฮึก...นี่ไม่ใช่เมษาหน้าโง่นะ!...ฮึก"
โลกทั้งใบเหมือนแตกสลายไปตรงนั้น ฉันไม่เหลือเรี่ยวแรงมากพอที่จะพยุงร่างกายให้ยืนอยู่อีกต่อไป
"ป๊า!!!!ม๊า!!!!ฮืออออออ!กรี๊ดดดดดดด!!" ฉันทรุดลงกับพื้นแล้วกรีดร้องเหมือนคนบ้าที่สติแตก
"ฮึก...อย่าทิ้งหนู...อย่าทิ้งหลินหลิน...อย่าทิ้งหนู...ฮือ"
ไม่เหลืออีกแล้วที่พึ่งทางใจ
ไม่เหลืออะไร...แม้แต่ครอบครัว
