บทที่ 10 เพื่อนสนิท
เฟื่องลดาไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะมีโอกาสนี้ เธอบอกเค้าไปแล้ว แม้จะไม่ใช่การสารภาพรักไปตรงๆแต่สิ่งที่เธอบอกเค้า ออกไปแล้ว ชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาตั้งแต่ปีหนึ่ง เกือบสองปีแล้วที่เธอเฝ้ามอง คอยดูแลเค้าบ้างและมักจะเฝ้ามองอยู่ห่างๆมานานแล้ว คอยมองเค้า คอยช่วยเหลือเค้าในส่วนที่เธอช่วยทำได้ ถ้าเพียงเค้าบอกเธอมาเท่านั้นเฟื่องลดาคนนี้ยินดีช่วยเหลือเค้าเต็มที่เลย
อัทธ์หุบยิ้มทันที ที่เห็นคนตรงหน้า เค้าจอดรถตรงลานจอดรถหน้าโรงอาหาร ตั้งแต่วันที่ติวหนังสือวันนั้นกับเฟื่องลดา เค้าก็มองเธออย่างชัดเจนมากขึ้น จากที่เคยประทับใจในความน่ารัก สดใส ร่าเริง และตั้งใจเรียนแล้ว เฟื่องลดา ยังจริงใจและเปิดเผย เธอเปิดเผยทุกอย่างผ่านสีหน้าและสายตา เค้าชอบความตรงไปตรงมาของเฟื่องลดาที่สุด อยู่ด้วยแล้วสบายใจมาก แต่คนตรงหน้าทำให้เค้าหงุดหงิด
"น้องเฟื่อง" เสียงทุ้ม นุ่ม สุภาพ เรียกชื่อเฟื่องลดา เค้าหน้าบึ้งทันที แล้วเหลือบมองคนข้างๆ เฟื่องลดายิ้มน้อยๆก่อนจะเดินไปหาคนที่ยืนรออยู่ อัทธ์รีบล้อกรถแล้วเดินตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เสียงพี่กร ชวนเฟื่องลดา ไปทานข้าวเช้าด้วยกันทำให้เค้าเริ่มโมโหขึ้นมาอีก เค้าส่งเสียงกระแอมออกไปแล้วบอกเธอว่า
"เฟื่องไปจองโต๊ะเลย เดี๋ยวอัทธ์ไปซื้อข้าวให้"
เฟื่องลดา ตาโตกับคำสั่งของเค้า อัทธ์หยิบกระเป๋าตัวเองใส่มือเฟื่องลดา แล้วมองคนตรงหน้า
"ข้าวมันไก่ไม่หนังนะ รอแปปนึง" เฟื่องลดายิ้มแทนคำตอบแล้วมองกระเป๋าสะพายในมือ ร้ายจริงเชียว
"เพื่อนเหรอครับน้องเฟื่อง" ชายหนุ่มที่ยืนงงอยู่ถามขึ้น เฟื่องลดาพยักหน้า
"ค่ะ เพื่อน "
รุ่นพี่มองอาการกันท่าออกทันทีที่รุ่นน้องคนนั้นแสดงออกมา
"เพื่อนธรรมดาใช่ไหมครับ" เค้าถามออกมาตามตรง เฟื่องลดามองคนข้างๆแล้วยิ้ม
"อัทธ์เป็นเพื่อน เพื่อนสนิทค่ะ" เธอบอกออกไปตามที่ใจคิด รุ่นพี่ยิ้มหน้าจืดเจื่อนออกมา เฟื่องลดากำลังบอกเค้าใช่ไหม ว่าคนที่เดินเคียงข้างมาด้วยเป็นคนพิเศษ
อัทธ์ต่อแถวซื้อข้าวอยู่ก้มองคนที่ยืนคุยกันตรงที่เดิม คุยอะไรกันนักหนา อัทธ์มองดูแล้วบ่นกับตัวเอง ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อรุ่นพี่เดินกลับออกไป
"มาแล้ว ข้าวมันไก่ไม่หนัง"
เค้าวางจานข้าวลงบนโต๊ะที่เฟื่องลดารออยู่ คนรับจานข้าวยิ้มกว้าง แล้วรีบตักข้าวกินทันที
"เค้าไปไหนแล้วละ พี่คนนั้นนะ" อัทธ์นั่งกอดอกถามคนที่กำลังกินข้าวอย่างหงุดหงิด เฟื่องลดมองท่าทางของคนตรงหน้าแล้วอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ อัทธ์กำลังหึงเธอหรือเปล่า
"เค้าชื่อพี่กร เรียนหมอด้วยนะ นิสัยดี อนาคตไกล" เธอพูดออกมายิ้มๆ อัทธ์คิ้วขมวดขึ้นมากกว่าเดิม
"เค้ามาจีบเฟื่องหรอ" เค้าถามออกไปทันที
"ถ้าถามเฟื่อง เฟื่องก็คิดว่าพี่กรมาจีบแหละ เพราะเค้ามารอเจอบ่อยๆ" เฟื่องลดาตอบออกไปแล้วมองดูอาการคนฟัง
อัทธ์ยังไม่ตักข้าวเข้าปากสักคำ เค้านั่งคิ้วขมวดอยู่ ทำหน้าบึ้งขึ้นมาอีก
"ไม่กินข้าวเหรอ เดี๋ยวไปเรียนสาย" เธอถามออกไปเมื่อเห็นเค้านั่งเฉย
"กินไม่ลงหงุดหงิด"
อัทธ์ตอบออกมาแล้วถอนหายใจ ก่อนจะสบตากับเฟื่องลดา อย่างค้นหาความจริง
"แล้วเฟื่องคิดยังไงกับพี่เค้าละ อัทธ์ถามได้ไหม" อัทธ์ถามออกไปอย่างอยากรู้
"ไม่ได้คิดอะไร ไม่มีอะไรเลย" เฟื่องลดาตอบออกไปตามตรง อัทธ์ยิ้มออกมา
"ดีแล้ว อย่าไปคิดอะไรเลย "
เค้ายิ้มออกมาอย่างสบายใจ ก่อนจะตักข้าวเข้าปากอย่างโล่งใจ เค้าอยู่ข้างๆเฟื่องลดาตรงนี้ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาจีบเค้าเฟื่องของเค้า อัทธ์คิดในใจ แล้วแอบตกใจ เฟื่องลดาของเค้า เธอจะอยากเป็นของเค้าหรือเปล่า อัทธ์อดคิดเรื่องนี้ไม่ได้ เธอจะมีใครเข้ามาทำให้หวั่นไหวหรือเปล่า เฮ้อ เพื่อนแอบคิดไปไกล
วาดดาวเดินออกจากห้องอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วถอนหายใจออกมา เสียงอาจารย์ยังก้องอยู่ในหัว คะแนนเธอไม่ดีเลย ถ้าผลสอบเทอมนี้ยังไม่ดีเหมือนเทอมที่แล้ว คะแนนเธอจะดำดิ่งลงมาและอาจจะไม่พอให้เรียนต่อปีหน้า วาดดาวกัดฟันกลั้นสะอื้น ถ้าพ่อแม่รู้ว่าเธอโดนไทร์ เธอคงตายแน่ๆ วาดดาวคิดในใจอย่างหวาดกลัว
