บทที่ 1 ดอกไม้แห่งความหลัง
บทที่ ๑ ดอกไม้แห่งความหลัง
“จะเก็บมันไว้ทำไมนี่ ยายบ้านั่นก็ให้มาทำไมก็ไม่รู้ ไม่ใช่ของตัวเองสักหน่อย” เสียงบ่นพึมพำของชายหนุ่มที่กำลังเอื้อมมือไปจับดอกกล้วยไม้ช่อโตที่แห้งเหี่ยวตรงผนังบ้าน ซึ่งได้ถูกเขาแขวนไว้ตรงนั้นมามากกว่าหนึ่งสัปดาห์โดยแขวนให้ห้อยหัวลงเพื่อให้ช่อดอกตั้งตรงหลังจากมันเหี่ยวเฉา...แต่...ทุกครั้งที่เขาจะเอาไปทิ้ง ก็ตัดใจเอาไปทิ้งไม่ได้สักที เพราะที่มาอันพิสดารของมัน และทุกครั้งที่เขาเห็นดอกไม้ช่อนี้...ก็ทำให้เขาเห็นภาพในวันนั้น...
ภาพชายหนุ่มร่างสูงในชุดพ่อครัวในมือถือดอกไม้ช่อใหญ่ทรุดนั่งลงพิงต้นไม้บนเนินสูงอย่างหมดเรี่ยวแรงผุดขึ้นในความคิด เขาวางดอกไม้ช่อโตลงข้างกายอย่างไม่ยี่หระในความสวยงามของมัน หลับตาลงเพื่อไม่ให้มองเห็นภาพตรงหน้า แต่ภาพในสมองกลับฉายชัด การถูกปฏิเสธจากหญิงสาวที่เขาแอบชอบ มันเป็นสิ่งที่เขาเตรียมใจอยู่แล้ว ถึงจะทำให้เขารู้สึกเสียวแปลบในใจอยู่บ้างเมื่อเห็นภาพที่เธอแสดงออกถึงความรักกับคนรักของเธอ แต่มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกโกรธเกลียดหรืออิจฉา กลับรู้สึกขอบใจที่เธอซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็คงจะทำให้เขาละเมอเพ้อพกไปเองคนเดียวอีกนาน
“หม่อนไม่ได้รังเกียจคุณค่ะ” เขาจำได้ว่าวินาทีนั้นหัวใจของเขาอุ่นวาบหากเธอไม่ต่อด้วยประโยคต่อมาที่ทำให้เขาชาวูบไปหมดทั้งตัว
“ถ้าหากว่าหัวใจของหม่อนไม่ได้ให้คนอื่นไปแล้ว หม่อนจะไม่มีวันรังเกียจคุณเลย” เสียงที่เขาได้ยินมันจบไปแล้วหลายนาทีแต่มันยังสะท้อนก้องไปมาอยู่ในหู เธอพูดจบเขาก็เห็นว่าเธอวิ่งไปตามหาผู้ชายคนนั้น...ผู้ชายที่ชื่ออลงกรณ์ที่ทำให้เธอมาร้องไห้ฟูมฟายและให้เขาเป็นคนปลอบโยน แล้วสุดท้ายผู้ชายคนนั้นก็ได้หัวใจของเธอไป
ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบมันขึ้นมา เห็นรายชื่อที่โทรเข้ามาเขาถึงกับถอนใจยาว แล้วปล่อยให้มันส่งเสียงดังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจรับสาย
“ครับ คุณพ่อ” ชายหนุ่มทักทายกลับไป
“แกจำได้มั้ยว่าอีกสองอาทิตย์เป็นวันอะไร” เสียงทรงอำนาจถามกลับมา
“ผมไม่เคยลืมหรอกครับคุณพ่อ แต่ผมไม่สะดวกที่จะไป ผมจะส่งของไปให้ครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไป ฟันขบกันแน่นจนสันกรามนูน ความเจ็บปวดในอดีตมันฝังแน่นอยู่ในอกจนไม่อาจจะสลัดให้มันหลุดออกไปได้
“กี่ปีแล้วที่แกไม่ได้มาวันเกิดฉัน แกมีแต่ข้ออ้างตลอดเวลา แกทำเหมือนฉันไม่ได้เป็นพ่อแก” ชายวัยกลางคนตัดพ้อกลับมา ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจข่มอารมณ์ตัวเอง
“อย่าพูดถึงมันเลยครับคุณพ่อ คุณพ่ออยากให้ผมกลับมาอยู่ใกล้ๆ ผมก็กลับมาแล้วไงครับ”
“ใช่ ทุกครั้งที่ฉันบอกให้แกกลับมาอยู่ใกล้ๆ แกก็ขยับเข้ามาใกล้ทีละนิด จากอเมริกา มาอยู่ออสเตรเลีย จากออสเตรเลียมาอยู่สิงคโปร์ พอฉันขอร้องอีกทีให้แกกลับมาอยู่เมืองไทย แกก็ทำอย่างที่ฉันขอ แต่แกไปอยู่ถึงลำปางโน่น แกทำตัวไม่ต่างจากศรีธนญชัย บ้านธนบดินทร์มันเล็กเกินไปสำหรับแกหรือยังไงธาวิน ถึงจะกลับมาอยู่อย่างเดิมไม่ได้”
“มันใหญ่เกินไปสำหรับผมต่างหากครับคุณพ่อ คุณพ่อเลิกพูดถึงมันเถอะครับ ผมโตแล้วและพอจะเลี้ยงดูตัวเองได้ บ้านธนบดินทร์มันไม่ใช่ที่ของผม มันไม่ใช่ของผมมาตั้งแต่ต้น คุณพ่อยกให้น้องไปเถอะครับ”
“แกเป็นลูกฉันนะ ธาวิน” ชายวัยกลางคนตอบกลับมาอย่างอ่อนใจ
“ลูกบุญธรรมครับคุณพ่อ” ชายหนุ่มย้ำคำเสียงต่ำลงอย่างกดกลั้นอารมณ์
“ธาวิน! แกเลิกพูดบ้าๆ ซะที แกก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร” เสียงชายวัยกลางคนเข้มขึ้น
“ให้ผมภูมิใจแค่เป็นลูกบุญธรรมของเจ้าของบ้านธนบดินทร์อย่างที่ผมภูมิใจมาเกือบยี่สิบปีเถอะครับ ผม...ผมไม่อยากให้ความจริงมันทำร้ายผม” เสียงตอบกลับไปสั่นเครือพร้อมกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างเจ็บปวด
“หนูชนม์นิภา เขายังรอแกอยู่ ฉันขอร้องให้แกกลับมาที่นี่...สักอาทิตย์เดียวก็ยังดี ถ้าแกกลับมาแล้วมันไม่ทำให้แกรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม ฉันจะไม่ตอแยแกอีก แกจะไปเป็นกุ๊กเป็นเบ๊ให้ใครที่ไหนเขาใช้งาน...ก็ตามใจแก” ชายหนุ่มยิ้มเยาะในหน้า
‘หึ! ผู้หญิงที่พร้อมจะทิ้งเขาไปหาน้องชายของเขาเพราะรู้ว่าเขาเป็นแค่ลูกบุญธรรม และจะกลับมาอีกครั้งเมื่อรู้ว่าเขาเป็นลูกชายคนโตของตระกูลธนบดินทร์ มันมีคุณค่าพอที่จะให้กลับไปหาอย่างนั้นหรือ…’ รักแรกจอมปลอมที่ทำให้เขาเจ็บปวดจนแทบกระอักเลือด แต่เอาเถอะ...เขาจะกลับไปเพื่อจัดการทุกอย่างให้มันจบสิ้นไปสักที
“ครับ ผมจะกลับ แต่ผมมีคนรักแล้ว บอกเขาว่าไม่ต้องรอผมอีก เพราะมันไม่จำเป็นที่จะต้องมารอผม ในเมื่อเขาเลือกแล้ว”
“เขายังถามข่าวคราวแกอยู่เสมอนะธาวิน เขายังรอแกอยู่ เรื่องที่ผ่านมาแกก็ลืมๆ มันไปเถอะ และฉันไม่เชื่อหรอก ว่าแกจะมีคนรักใหม่ถ้าไม่ได้เห็นกับตา เพราะแกมันพวกยึดติดอดีต ไม่งั้นแกจะหนีไปทำไมตั้งไกล” คนเป็นบิดาอดสบประมาทบุตรชายไม่ได้ ทำไมเขาจะไม่รู้จักเด็กชายที่เขาเลี้ยงมากับมือตั้งแต่แปดขวบ
“คุณพ่อไม่ต้องเอาเขามาเป็นตัวล่อให้ผมกลับไปหรอกครับ เพราะเขาไม่ได้มีค่าพอสำหรับผมอีกแล้ว ผมไม่ใช่คุณพ่อ ที่จะลังเลกลับไปกลับมา ถึงผมจะเป็นลูกคุณพ่อ...แต่ผมไม่มีนิสัยแบบนั้น” คนเป็นลูกประชดประชัน
“ธาวิน!” ประมุขแห่งบ้านธนบดินทร์ตวาดเกรี้ยว
“แค่นี้นะครับคุณพ่อ ผมต้องกลับไปทำงาน” ชายหนุ่มกดปุ่มวางสายโดยไม่รอฟังคำตอบจากผู้เป็นบิดาก่อนจะคว้าช่อดอกกล้วยไม้ช่อโตที่วางอยู่ข้างตัวกลับไปด้วย
