บทที่ 7 ปรับปรุงโฉม

 วันนี้เธอรู้สึกเหมือนเขาเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน หากเขาไม่แสดงกิริยาบ่น ดุ และกวนประสาทเธอตามนิสัยเดิม เธอคงจะไม่กล้าพูดจากับเขาด้วยซ้ำ เพราะคนร่างใหญ่ที่เดินอยู่ข้างหน้า ดูสง่าและมีอำนาจแปลก ๆ ทั้ง ๆ ที่เธอรู้สึกว่าตอนอยู่ในครัวเขาก็ดูน่าเกรงขามมากอยู่แล้ว แต่พอมาอยู่ในชุดสูทหรูนั่นกลับดูเหมือนเป็นคนละคน และน่าเกรงขามขึ้นอีกเท่าตัว...

‘สูทนั่นคงจะเช่ามาแพงสินะ ถึงสวมใส่แล้วดูดีขึ้นได้ขนาดนั้น’

หญิงสาวคิดพลางทำหน้าเลื่อนลอยคำนวณราคาสูทที่เขาใส่ไปพลาง ก่อนที่คนเดินนำหน้าจะหันกลับมา

“นี่คุณ ทำอะไรอยู่ เดินตามมาเร็ว ๆ สิ สมชื่อหนูเอ๋อจริง ๆ เลย ชักช้าจริง ผมยิ่งรีบ ๆ อยู่” หันมาเรียกเสียงเข้มแล้วบ่นพึมพำต่อ หญิงสาวรีบก้าวเท้าไปหา

“จะเดินตามหลังผมทำไม มาเดินข้าง ๆ ผมนี่” หันกลับมาเรียกอีกครั้ง

“โอเค เดินข้าง ๆ ก็ได้” เธอก้าวเท้ามาเดินเคียงข้าง ทำตัวลีบแล้วหันมองคนที่เดินข้าง ๆ

‘ตัวใหญ่จังแฮะ ตอนอยู่ในครัวไม่ทันสังเกต’ เดินไปพลางคิดไปพลาง

“เอาร้านนี้แหละ ดูใหญ่ดี” ธาวินเดินมาหยุดอยู่ที่ร้านเสริมสวยภายในห้างสรรพสินค้า ในร้านมีกระจกบานใหญ่เรียงเป็นแถวนับสิบ มีลูกค้าสตรีหลายคน ที่มาทำผมนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้ากระจก

ชายหนุ่มผลักบานประตูกระจกหนาเข้าไป หญิงสาวเดินตาม คนในร้านหันมามอง พนักงานเดินออกมาต้อนรับ

“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ จะทำอะไรคะวันนี้” พนักงานหันมาถามหญิงสาวที่เดินตามหลังมา

“เอ่อ ทำผม แต่งหน้าครับ ผมขอดูแบบทรงผมหน่อยได้ไหมครับ” ตอบแทนเรียบร้อยจนคนที่ตามมาด้วยทำหน้าเหวอ พนักงานที่ต้อนรับทำสีหน้าแปลกใจ

“เอ่อ คนที่ทำผมแต่งหน้านี่คือคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายคะ”

“อ้อ คือ เขาครับ” ผายมือมาทางหญิงสาวที่ยืนทำหน้าเหวออยู่ข้าง ๆ พนักงานสาวยิ้ม ก่อนจะเชิญให้นั่งแล้วเดินไปหยิบแคตตาล็อกทรงผมแบบต่าง  ๆ มาให้ดู ชายหนุ่มเปิดดูแบบทรงผมไปพลางดูหน้าคนข้าง ๆ ที่ชะเง้อชะแง้ขอดูบ้างไปพลาง

“นี่ไง ทรงนี้ไงที่ฉันอยากทำ สไตล์เกาหลี ทำสีด้วย อยากทำมานานแล้ว” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับยิ้มกว้างตาเป็นประกาย

“ไม่เอา ผมไม่ชอบ” ตอบเสร็จก็พลิกไปดูหน้าอื่น

“ห๊ะ...” อุทานสั้น ๆ พลางกลอกตาไปมาอย่างอึ้ง ๆ ‘นี่มันผมฉันนะ นายมีสิทธิ์ไม่ชอบด้วยหรือ’  เธอได้แต่ถามอยู่ในใจก่อนจะมองหาทรงอื่น ๆ ในแคตตาล็อก

“งั้นทรงนี้ก็ได้ ฉันอยากทำบ๊อบแบบนี้เก๋ดีนะข้างหลังสั้นข้างหน้ายาว”

“หึ ไม่เอา ผมไม่ชอบ” ชายหนุ่มส่ายหัวยิก

“งั้นทรงนี้ก็ได้ซอยสั้นทำสีแล้วดัดปลาย เฟี้ยวดีนะ ฉันอยากเปลี่ยนทรงผมดูมั่งไว้ยาวมาหลายปีแล้ว” พูดแล้วก็ยิ้มกว้างจินตนาการใบหน้าตัวเองภายใต้ทรงผมแบบในรูป

“ไม่เอา ผมไม่อยากมีแฟนเป็นเด็กแว้น แล้วก็ห้ามคิดจะทำอะไรกับผมคุณก่อนที่ผมจะอนุญาตเด็ดขาด” ตอบกลับมาเสียงห้วน

“อ้าว นี่มันหัวกบาลฉันนะ คุณมีสิทธิ์อะไรจะมาห้ามไม่เอานั่นไม่เอานี่” เจ้าของหัวกบาลเริ่มหงุดหงิด

“ก็ค่าจ้างหนึ่งแสนไง ที่ทำให้ผมมีสิทธิ์” เจ้าของเงินตอบกลับไปทันควัน คิดแล้วก็ใจหายถ้าผมยาวหนานุ่มที่เขาแกล้งจับตอนเธอไปเริ่มทำงานวันแรกต้องโดนตัดทิ้งไป คิดพลางก็เปิดหน้าต่อไปไปพลาง

“เอาทรงนี้ครับ” ชี้ไปที่ทรงผมยาวตรงด้านหน้าเป็นหน้าม้า

“มันก็เหมือนทรงเดิมของฉันนี่” เธอแย้งกลับไป

“เหมือนที่ไหนกัน ตอนนี้ผมคุณยาวเท่ากันหมด ส่วนในแบบทำหน้าม้าหนา ๆ”

“ทรงนี้นี่นะ เลือกอยู่ได้ตั้งนาน เชยสิ้นดี ผมทรงนี้ฉันทำตอนอยู่อนุบาลหนึ่ง” บ่นอุบอิบทำหน้าบอกบุญไม่รับ

“เชยตรงไหน ดีกว่าทรงเด็กแว้นนั่นตั้งเยอะ”

“ก็ฉันอยากเป็นสาวเกาหลีนี่!” ว่าแล้วก็ได้แต่ทำตาละห้อย

“ทรงนี้สวยนะคะ ผมคุณน้องยาวสวยอยู่แล้วหนาด้วย หน้าคุณน้องก็เรียว เหมาะค่ะ ทรงนี้ไม่ใช่แค่หัวมีผมแล้วจะทำได้นะคะ อย่างพี่นี่นะคะ อยากทำแต่กลับชาติมาเกิดอีกสิบชาติคงยังทำไม่ได้ค่ะ เพราะผมบางแถมไม่มีน้ำหนักอีกต่างหาก คุณน้องโชคดีมากเลยนะคะ เกิดมาผมสวย แฟนคุณน้องนี่ตาถึงมากเลยนะคะที่เลือกผมทรงนี้ ไปค่ะไปสระผม” ช่างทำผมสาวประเภทสองที่ยืนรออยู่พูดขึ้นก่อนจะเดินนำ

“งั้นผมไปซื้อเสื้อผ้าให้คุณก่อน รออยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวผมมารับ” พูดจบก็ก้าวเท้าเดินออกไป

ธาวินกลับมาอีกครั้งพร้อมกับหิ้วถุงกระดาษพะรุงพะรังกลับมาหลายใบ เห็นแพรไหมนั่งอยู่หน้ากระจก ช่างกำลังใช้ไดร์เป่าผมให้เธออยู่ ชายหนุ่มยักคิ้วให้ผ่านทางกระจกที่เธอนั่งทำผมอยู่ ใบหน้าเนียนเง้างอทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามาในร้าน

ชายหนุ่มยิ้มขำ

‘คงโกรธที่ไม่ได้ทำผมทรงเด็กแว้นนั่นสินะ’ คิดแล้วก็ทรุดนั่งลงบนโซฟา

“คุณน้องแต่งหน้าด้วยใช่ไหมคะ ใส่ชุดสีอะไรคะ” ช่างเสริมสวยถามหลังจากทำผมทรงเด็กอนุบาลอย่างที่เธอคิดให้เสร็จเรียบร้อย

“คุณ สีอะไรน่ะคุณ” เธอหันมาถาม ชายหนุ่มมองหญิงสาวในผมทรงใหม่ซึ่งเพิ่งตัดเสร็จอย่างพึงใจแล้วตอบว่า

“สีฟ้า นี่ไง คุณเอาไปดูสิ” เขาส่งชุดที่เพิ่งซื้อให้เธอ

“คุณน้องจะเปลี่ยนชุดเลยไหมคะ แล้วค่อยแต่งหน้า” ช่างแต่งหน้าเสนอ

“ค่ะ” รับคำพร้อมกับคว้าถุงที่ส่งมาให้แล้วเดินไปด้านหลังร้านซึ่งเป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สักครู่เธอก็เดินกระมิดกระเมี้ยนออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป