บทที่ 8 กลัวต้องทำผมทรงนี้ไปตลอดชีวิต
“ค่ะ” รับคำพร้อมกับคว้าถุงที่ส่งมาให้แล้วเดินไปด้านหลังร้านซึ่งเป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สักครู่เธอก็เดินกระมิดกระเมี้ยนออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
“เป็นไงมั่ง” เดินไปถามคนที่นั่งอยู่ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนร่างบางตรงหน้าที่ตอนนี้อยู่ในชุดราตรีสั้นผ้าชีฟองสีฟ้าสดใสทิ้งชายกระโปรงพริ้วบาน ตัวเสื้อเข้ารูปแขนกุดคอวีทั้งด้านหน้าด้านหลัง จับเดรปที่ช่วงหน้าอกอย่างสวยงาม ประดับด้วยสายคาดเอวที่ทำด้วยเพชรระยิบระยับ ดูเก๋น่ามอง คนที่แหงนหน้ามองอยู่คลี่ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก
“อือ ไปแต่งหน้าได้แล้ว” ตอบสั้น ๆ แล้วหันไปหาช่างแต่งหน้าที่รออยู่
‘ตาบ้าเอ้ย จะบอกหน่อยก็ไม่ได้ว่าสวยหรือไม่สวย แล้วฉันจะมั่นใจได้ไงนี่’ ถอนหายใจเบา ๆ อย่างขัดใจ ก่อนจะเดินไปนั่งให้ช่างแต่งหน้า ในขณะที่ชายหนุ่มที่นั่งรอหยิบแมกกาซีนที่วางอยู่บนชั้นวางใกล้ ๆ มานั่งอ่านรอไปพลางดูนาฬิกาข้อมือไปพลาง
“เสร็จแล้ว” คนที่นั่งรออย่างกระสับกระส่ายเงยหน้าจากนิตยสารขึ้นมามองนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง นัยน์ตาฉายแววแปลก ๆ ก่อนจะลุกเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ เสร็จแล้วก็เดินกลับมาหยิบถุงกระดาษอีกใบหนึ่งส่งให้
“รองเท้า” เขาบอกสั้น ๆ หญิงสาวนั่งลงบนโซฟาก่อนจะหยิบรองเท้าส้นสูงสีขาวจากกล่องขึ้นมาสวม ซึ่งมันสวมได้พอดีอย่างไม่น่าเชื่อ เธอแปลกใจกับชุดที่เธอใส่เมื่อครู่นี้รอบหนึ่งแล้วที่มันช่างพอดิบพอดี แล้วนี่ยังจะรองเท้าที่ใส่ได้พอดีเป๊ะอีกต่างหาก
“คุณรู้ได้ไงว่าฉันใส่รองเท้าเบอร์นี้”
“ผมเป็นคนช่างสังเกต” ตอบสั้น ๆ เช่นเคย ก่อนจะคิดอย่างขำขันในใจ
‘ก็รองเท้าส้นสูงปรี๊ดที่เธอต้องถอดวางไว้แล้วไปยืนล้างจานเท้าเปล่าตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงานไงล่ะ แม่สาวน้อย ที่ทำให้ฉันเห็นเบอร์รองเท้าที่เธอใส่’
แพรไหมสวมรองเท้าเสร็จก็ลุกขึ้นยืนแล้วหมุนไปหมุนมาหน้ากระจก ก่อนจะหันมาถามคนที่นั่งมองอยู่อีกครั้ง
“เป็นไงมั่ง”
ธาวินมองร่างอรชรที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผิวขาวของเธอถูกขับให้ผุดผ่องขึ้นด้วยชุดราตรีสั้นสีฟ้าสดใส ผมยาวสลวยหน้าม้าถูกช่างประดับเพิ่มให้ด้วยที่คาดผมประดับเพชรเล็ก ๆ คล้ายกับที่คาดตรงช่วงเอว ดวงตากลมโตของเธอปัดมัชคาร่าหนาเป็นแพกะพริบขึ้นลง ใบหน้าเรียวแต่งแต้มด้วยโทนสีชมพูอ่อน ริมฝีปากอิ่มแต้มสีชมพูพาสเทลหวานสดใสราวกับตุ๊กตา
“อือ ก็ดี ไปกันเถอะ” ปากบอกว่า ‘ก็ดี’ แต่จริง ๆ แล้วเขาอยากบอกว่า ‘มันเกินกว่าคำว่าดีเชียวละ แม่สาวน้อย’
เขาพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินนำไปข้างหน้า หญิงสาวเดินตามไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ไม่มันใจว่ามันสวยหรือไม่สวยกันแน่ จนนึกโกรธคนที่เดินนำไปข้างหน้าว่าจะบอกกันตรง ๆ สักคำก็ไม่มี
“อ้าว ทำอะไรอยู่อีกล่ะคุณ ผมบอกว่ารีบแล้วยังจะโอ้เอ้อีก” หันมาคว้าข้อมือบางให้เดินไปพร้อมกัน
“ที่ฉันไม่สวยก็เพราะผมทรงเด็กอนุบาลที่คุณให้ฉันทำนั่นแหละ รู้ไว้ด้วย” พูดจบก็สะบัดมือที่จับจูงเธอไว้ให้ปล่อย ชายหนุ่มหยุดกึกแล้วหันมามองคนหน้างอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“ผมบอกสักคำหรือยัง ว่าคุณไม่สวย ไปเถอะ” บอกเสียงเรียบ คนฟังนิ่งอึ้ง ก่อนที่มือใหญ่ของเขาจะจับจูงข้อมือเล็กของเธอกลับไปที่รถ
“หันหลังมา” ชายหนุ่มสั่งเมื่อเธอเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเปิดลิ้นชักหน้ารถแล้วหยิบกล่องกำมะหยี่เล็ก ๆ ขึ้นมา
“หันทำไมคะ” เธอถามก่อนจะหันมาเห็นเขาเปิดกล่องซึ่งมีเครื่องประดับอยู่ข้างใน
“คุณจะได้มีอะไรติดตัวสักหน่อย ชุดที่คุณใส่มันโล่งไป หันมาสิ” เขาบอกเสียงเรียบเช่นเคย หญิงสาวหันหลังให้ ชายหนุ่มสวมสร้อยเส้นนั้นให้ก่อนจะจัดผมของเธอให้เข้าที่เข้าทางอย่างเบามือ
“ไหนหันมาดูข้างหน้าซิ” เธอหันไปตามคำสั่ง เขาขยับสร้อยให้เข้าที่เข้าทาง
“อืม โอเคแล้ว”
“ทุกอย่างที่ผมซื้อให้คุณวันนี้เป็นของคุณทั้งหมด ยกเว้นสร้อยเส้นนี้ที่คุณจะต้องคืนผมหลังจากเสร็จงานเลี้ยงคืนนี้” ธาวินบอกก่อนจะเคลื่อนรถออกไปจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า หญิงสาวดึงกระจกหน้ารถมาส่องดูสร้อยเส้นไม่ใหญ่มากที่เธอเห็นแวบ ๆ เมื่อสักครู่นี้ว่าส่องประกายวูบวาบ “คุณซื้อมากี่บาทหรือ สวยจัง” หันไปถามคนที่ขับรถอยู่ ชายหนุ่มอมยิ้มกับคำถามที่เหมือนกับว่าสร้อยเส้นนั้นเป็นของเด็กเล่นมากกว่าจะเป็นของจริง ก่อนจะตอบกลับไป
“ของแม่ผม ท่านให้ไว้นานแล้ว เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่พ่อให้ เขาให้ผมเก็บไว้ ผมถึงต้องเอาคืนเมื่อเสร็จงาน คุณต้องระมัดระวังห้ามทำหายเด็ดขาด ที่ผมหวงไม่ใช่หวงเพราะมันแพงหรือไม่แพง แต่หวงเพราะคุณค่าทางจิตใจของมัน” กล่าวเสียงเนิบ ก่อนจะเลี้ยวรถออกจากห้างสรรพสินค้า หญิงสาวพยักหน้ารับรู้
“แล้วถ้าฉันทำหายล่ะ” แพรไหมอดรู้สึกหวั่นใจไม่ได้ว่า หากเธอทำของสำคัญขนาดนี้หายขึ้นมา ตาพ่อครัวใหญ่จะไม่ฆ่าเธอเลยหรือ
“ผมอาจจะให้คุณทำงานชดใช้หนี้ให้ผมไปตลอดชีวิต จนกว่าคุณจะหามันมาคืนให้ผมได้ คุณกล้าทำหายไหมล่ะ” หันไปเย้ายิ้ม ๆ หญิงสาวส่ายหน้าไปมา เพราะแค่เจ็ดวันเธอก็จะบ้าตายแล้วอยู่แล้ว ที่เขาเผด็จการกับชีวิตของเธอทุกอย่าง แม้แต่ผมก็ต้องตัดตามใจเขา ถ้าไม่เพราะเงินหนึ่งแสนบาท เธอไม่มีวันทำผมทรงเด็กอนุบาลเช่นนี้แน่
“หึ ไม่ดีกว่า ฉันกลัวจะต้องทำผมทรงนี้ไปตลอดชีวิต” พูดจบเธอก็ทำหน้างอ เป่าลมออกจากปากขึ้นไปใส่ผมหน้าม้าหนา ๆ ของตัวเองให้มันปลิวเล่น ชายหนุ่มหันมามองแล้วยิ้มขำ
