บทที่ 9 สู่บ้านธนบดินทร์

“หึ ไม่ดีกว่า  ฉันกลัวจะต้องทำผมทรงนี้ไปตลอดชีวิต” พูดจบเธอก็ทำหน้างอ เป่าลมออกจากปากขึ้นไปใส่ผมหน้าม้าหนา ๆ ของตัวเองให้มันปลิวเล่น ชายหนุ่มหันมามองแล้วยิ้มขำ

“คุณรู้ไหมสิ่งเดียวในตัวคุณที่ผมจะอวดคนอื่นได้ก็คือผมของคุณนี่แหละ ผมขอมีแฟนในอุดมคติสักเจ็ดวันให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายหน่อยไม่ได้หรือไง แล้วต่อไปคุณอยากจะไปทำผมทรงเด็กแว้นนั่นมันก็เรื่องของคุณ” กล่าวเสียงนุ่มนวลอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน

“เด็กแว้นที่ไหนกัน สาวเกาหลีย่ะ” แพรไหมหันกลับมาถลึงตาใส่

“สาวเกาหลีที่ไหนกันหน้าตาเหมือนคุณ ทำอะไรก็ให้มันเหมาะกับตัวเองหน่อยสิ ตาเหลือก ปากห้อยอย่างคุณ ทำผมทรงนั้นมันก็เหมือนเด็กแว้นดี ๆ นี่เอง”

โหมดนุ่มนวลหายไปทันทีกลับกลายมาเป็นชายหนุ่มปากร้ายอย่างเคย

“ตาเหลือก ปากห้อย บ้าแล้วคุณ เขาเรียกตาโต ริมฝีปากอิ่มเอิบย่ะ ไม่เห็นจะห้อยตรงไหนเลย” มือเรียวดึงกระจกหน้ารถลงมาดูอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจในตัวเอง

“ตอนนี้มันยังไม่ห้อยหรอก แต่มันจะห้อยตอนที่คุณด่าผมในใจ ลองผมดุคุณสิ จะเห็นชัดมาก” เขาพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ  คนข้าง ๆ ทำหน้าเลิ่กลั่กเสียความมั่นใจหนักขึ้นไปอีก

“มันยังห้อยอีกไหมคะ” หันมาถาม พร้อมพยายามเม้มปากให้บางลง

“มันเหมือนมนุษย์ต่างดาว ปากจู๋ ๆ ตาเหลือก ๆ พอเม้มปากหูคุณก็จะกางขึ้นอีก คุณอยู่เฉย ๆ นั่นแหละดีแล้ว” ตอบยิ้ม ๆ อย่างนึกขัน เมื่อเห็นคนนั่งข้างขาดความมั่นใจขึ้นมาทันทีที่เขาแกล้งเย้าแหย่เพียงเล็กน้อย

“คุณหิวไหม” เขาหันมาถามอีกครั้ง หญิงสาวส่ายหน้าหวือ เพราะแต่งหน้ามาสุดฤทธิ์ขนาดนี้แล้วจะให้เธอหิวได้อย่างไร ถ้าไปกินข้าวตอนนี้มีหวังว่าปากที่ทาลิปสติกสีสวยจะได้ลบหมดกันพอดี โชคดีที่ตอนเขาจอดรถเติมน้ำมันที่ปั๊มตอนเที่ยงเธอจัดเต็มไปแล้ว

“งั้น ผมก็จะพาเข้าบ้านเลย วันนี้เป็นวันเกิดพ่อผม เตรียมคำอวยพรดี ๆ ไว้ด้วยก็แล้วกัน จำไว้ด้วยว่าคุณเป็นแฟนผม อย่าตื่นเต้นจนเสียแผนล่ะ แม่คนหัวไว” ชายหนุ่มสั่ง

“เชื่อมือฉันเถอะน่า” คนหัวไวทำเสียงรำคาญที่เขาย้ำเหมือนเธอเป็นเด็ก ๆ ไปได้ ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาอย่างไม่วางใจนัก แพรไหมนั่งนิ่งแล้วปล่อยให้เขาขับรถต่อไป แล้วอยู่ ๆ เธอก็ใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีเมื่อเขาบอกว่าใกล้จะถึงบ้าน บ้านของเขาจะเป็นแบบไหน แล้วครอบครัวของเขาจะเป็นอย่างไร เขาจะรังเกียจเธอไหม หญิงสาวครุ่นคิด ก่อนที่เธอจะใจสั่นขึ้นกว่าเดิม

‘โอ้ย ทำไมก่อนหน้าที่จะตัดสินใจรับงานบ้า ๆ นี่ เธอถึงไม่คิดเรื่องนี้ก่อนเลยสักนิดนะยายแพร ไม่ถามอะไรเลยสักคำ คิดแต่เรื่องเงินหนึ่งแสนนั่นอย่างเดียว แล้วถ้าโดนเขากลั่นแกล้งเหมือนในนิยายล่ะจะทำยังไง…โอ้ แม่เจ้า ฉันจะทำยังไงดี’

เธอรู้สึกเหมือนอยากจะลาตายขึ้นมาในนาทีนี้เมื่อหัวใจเริ่มสั่นระรัว มือก็เริ่มเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

แพรไหมทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อรถมาจอดอยู่หน้าประตูรั้วขนาดใหญ่ที่บริเวณรั้วนั้นกว้างขวาง บริเวณภายในรั้วมีสวนหย่อมและต้นหมากรากไม้เต็มไปหมด มองเข้าไปลิบ ๆ เห็นบ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์อยู่ในนั้น เงยหน้าดูป้ายที่ติดไว้ตรงประตูรั้วด้านบนเขียนว่า ‘บ้านธนบดินทร์’ หญิงสาวหันมามองคนที่กำลังขับรถอยู่อย่างไม่เข้าใจว่าเขาจะจอดรถอยู่ตรงนี้ทำไม ก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเขาบีบแตรยาว แล้วเห็นชายคนหนึ่งวิ่งมาที่รั้วบ้าน เธอเห็นเขามองรถคันที่เธอนั่งอยู่ด้วยสายตาแปลกใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะลดกระจกรถลงแล้วตะโกนออกไป

“น้าชด เปิดประตูให้หน่อย” ธาวินส่งยิ้มบาง ๆ ให้คนที่วิ่งมาเปิดประตู เขาคงไม่ได้มานานจนคนสวนที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นยามช่วงกลางวันกับคนสวนที่อยู่ในบริเวณนี้จำหน้าไม่ได้เสียแล้วกระมัง ชายหนุ่มนึกขันในใจเมื่อเห็นชายผิวคล้ำวัยกลางคนจ้องหน้าเขาอยู่พักใหญ่ก่อนจะตกใจเหมือนเห็นผี แล้วรีบกุลีกุจอเปิดประตูรั้วให้

“ขอบใจมาก น้าชด” ชายหนุ่มกล่าวขอบใจเสียงนุ่มนวล ชายวัยกลางคนโค้งให้น้อย ๆ ก่อนที่เขาจะขับรถผ่านไป แพรไหมกวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างตื่น ๆ

ตอนนี้ใกล้ค่ำเต็มที เธอเห็นรอบบริเวณถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งไปทั่วทั้งบริเวณที่รถขับผ่าน หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเมื่อไฟสนามและไฟกะพริบสีเหลืองอมส้มจะเปิดพรึบไปทั่วทั้งบริเวณ แพรไหมหันไปมองสีหน้าคนขับที่ค่อย ๆ เคลื่อนรถเข้าไปในบริเวณบ้านช้า ๆ ราวกับเขาไม่อยากให้มันไปถึงเสียอย่างนั้น

ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบา ใบหน้าเรียบเฉย เขาหันมองหญิงสาวที่กำลังมองหน้าเขาด้วยแววตาตื่นแกมสงสัย ก่อนที่จะขับรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถ

“บ้าน... บ้านคุณหรือคะ หรือ... หรือ พ่อคุณทำงานที่นี่” หญิงสาวถามเสียงตื่น เธอคงคิดว่าพ่อเขาเป็นคนสวนหรือคนขับรถของที่นี่กระมัง ชายหนุ่มฝืนยิ้มบาง ๆ เขาก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้นจะแย่ จะได้ไม่ต้องรู้สึกอึดอัดใจมากมายขนาดนี้ที่จะต้องมาพบผู้เป็นบิดา ชายหนุ่มเอื้อมมือมาจับมือบางมากุมไว้เบา ๆ เขาสัมผัสได้ว่ามือข้างนั้นเย็นเฉียบ

“ครับ บ้านผมและพ่อผมก็อยู่ที่นี่” ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มส่งไปเพื่อให้เธอผ่อนคลาย เห็นเธอกวาดสายตามองไปโดยรอบด้วยสีหน้าตื่น ๆ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก เธอคงตกใจกลัว ที่เขาไม่ได้บอกให้เธอรับรู้มาก่อนว่าจะมาพบเจอกับอะไรบ้าง

“คุณพร้อมแล้วใช่ไหม ไม่ต้องกลัว ผมจะอยู่ข้าง ๆ คุณตลอด” หญิงสาวหันมองใบหน้าคนที่กำลังกุมมือเธออยู่ สายตาของเขาอบอุ่นอ่อนโยน

“ฉะ... ฉันต้องเริ่ม.. เริ่มทำงานแล้วใช่ไหม” ถามเสียงสั่น ๆ

“ใช่ คุณไม่ต้องพูดอะไรมาก ท่านถามอะไรมาก็ตอบตามตรง ไม่ต้องปกปิดอะไร ยกเว้นเรื่องที่เราไม่ได้เป็นแฟนกัน โอเคไหม ถ้าเรื่องไหนตอบไม่ได้ ผมจะตอบแทนให้เอง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป