บทที่ 2 เมียตามกฎหมาย
ตอนที่2 เมียตามกฎหมาย
“วินท์ เมื่อไหร่จะมีหลานให้แม่สักที” เสียงของแม่พูดขึ้นระหว่างนั่งกินข้าวกับเรื่องเดิมๆ ที่เคยคาดหวังมาสักพักแล้ว
“ผมยังสนุกกับงานครับ” ผมตอบแม่ออกไปตามตรงอย่างไม่คิดกับเรื่องพวกนั้นในตอนนี้
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่เลี้ยงหลานให้ก็ได้” แม่ยังคงไม่เลิกคะยั้นคะยอออกมาไม่เลิกเหมือนกับมันไม่ใช่ปัญหาอะไร
“ไม่เคยนอนบ้าน มันจะมีหลานจากไหนให้คุณ” ตามด้วยเสียงของพ่อที่พูดขึ้นอย่างเหน็บแนมประชดประชันกับความเป็นจริง
“นั่นสิ มีอย่างที่ไหนแต่งงานไปแล้วแต่กลับให้เมียนอนคนเดียว” แล้วพอมีคนชี้นำก็ทำให้แม่บ่นผมออกมาตามระเบียบ
แต่พ่อไม่น่าเปิดประเด็นขึ้นมาเลย
“มันใกล้ที่ทำงานมากกว่า แล้วก็สะดวกด้วยครับ” ผมบอกเหตุผลเดิมๆ ออกไปให้เข้าใจตรงกันกับสิ่งที่เลือกทำเพื่อความสะดวก
“ก็พาเมียไปอยู่ด้วยสิ” แม่รับรู้กับเหตุผลที่บอกพร้อมกับพูดในสิ่งที่หวังขึ้นอย่างยัดเยียดกันบ่อยๆ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ ถ้าเกิดรินทร์ไปอยู่ด้วยอาจจะเกะกะคุณวินท์เปล่าๆ” แล้วเสียงของ ดารินท์ ภรรยาทางกฎหมายของผมพูดขึ้นอย่างเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างด้วยดีไม่ต้องให้พูดมาก
“เกะกะอะไรกันลูก ผัวเมียกันก็ต้องอยู่ด้วยกัน มีเวลาให้กันบ้างถึงจะถูก” แม่ได้ยินแบบนั้นก็แย้งออกมาอย่างไม่เห็นด้วย พูดด้วยเหตุผลให้กับลูกสะใภ้ที่ตัวเองชอบนักชอบหนาออกมาอย่างไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“เอ่อ คุณวินท์เห็นว่ายังไงคะ” แล้วดารินทร์ที่ได้ฟังแบบนั้นก็หันมาถามขอความเห็นจากผมราวกับเกรงใจกัน
“คงไม่ดีกว่า อยู่ที่นั่นเธอคงจะเหงาเพราะฉันอยู่แต่มหา’ลัย อย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็มีแม่กับแม่บ้านเป็นเพื่อนคุย” ผมตอบเธอกลับไปอย่างที่คิดว่าดีแล้วและดีที่สุดโดยไม่ลังเลสักนิดที่จะปฏิเสธพาเธอไปอยู่ด้วย
“รินทร์ก็คิดแบบนั้นค่ะ งั้นให้รินทร์อยู่บ้านนี่แหละนะคะคุณแม่ จะได้อยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ด้วย” แล้วดารินทร์ที่ได้คำตอบก็หันไปบอกแม่ผมด้วยรอยยิ้มอย่างไม่มีปัญหาอะไร
“เฮ้อ! แล้วแบบนี้แม่จะได้มีหลานกับคนอื่นเขาตอนไหนเนี่ย” แม่เห็นแบบนั้นก็พูดออกมาอย่างปลงตกกับสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่คิดและหวัง
“เดี๋ยวถึงเวลาก็มีเองนั่นแหละครับ ตอนนี้ผมพึ่งสามสิบ มีเวลาอีกตั้งนาน” ผมบอกแม่ออกไปไม่ให้ท่านเครียดมากและคิดมาก อายุท่านก็ยังไม่ได้มากมายอะไร รออีกสี่ห้าปีก็ไม่สายไปหรอก
“ย้ะ!” แล้วแม่ที่หาข้อโต้แย้งอะไรไม่ได้ก็กระแทกเสียงใส่ผมอย่างไม่พอใจ ก่อนเราทุกคนจะลงมือกินข้าวกันต่อ
ผม วินท์ หรือ อัครวินท์ ตอนนี้อายุ 30 ปี นิสัยผมเหรอ ไม่รู้สิ อยู่กับผมนานๆ เดี๋ยวก็รู้จักผมเองนั่นแหละ
ตอนนี้ผมเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของพ่อผมเอง ผมเรียนจบเร็วกว่าคนทั่วไปแล้วก็มาช่วยท่านบริหารงานและเป็นอาจารย์ไปในตัวด้วย เพราะแค่ทำงานอยู่ในห้องอย่างเดียวมันน่าเบื่อเกินไป
ผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน สถานะของผมตอนนี้ก็แต่งงานแล้ว แต่งได้ปีกว่า แต่เป็นการแต่งงานที่ผู้ใหญ่ที่จัดการเองทุกอย่างโดยไม่ถามความสมัครใจอะไรผมเลย และหลังจากแต่งงานผมก็เลือกจะออกไปอยู่คอนโดที่ใกล้มหาวิทยาลัยด้วยเหตุผลที่ว่าสะดวกกว่า จะกลับมาก็แค่วันหยุดหรือวันที่แม่โทรให้กลับด้วยเหตุผลที่ว่าคิดถึงนั่นแหละ
“คุณวินท์จะนอนแล้วเหรอคะ” เสียงของดารินทร์ถามผมขึ้นหลังจากออกจากห้องน้ำมา
“อืม ฉันง่วงๆ น่ะ” ผมตอบเธอออกไปผ่านๆ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อนอนพักผ่อนตัดบทสนทนาลง
“คุณวินท์คงทำงานหนักมาก ให้รินทร์นวดให้ไหมคะ” แต่เสียงของดารินทร์ดังขึ้นข้างๆ ผมอย่างกับคนหวังดี พร้อมกับมือบางที่เริ่มลูบไล้ไปตามตัวของผม
หมับ! ผมจับมือเธอไว้โดยไม่ได้ลืมตา ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเพื่อบอกกล่าวเธอ
“ฉันเหนื่อย ขอนอนก่อนนะ” ผมบอกเธอเสร็จก่อนจะปล่อยมือจากเธอออก แล้วก็ตะแคงข้างนอนหันหลังให้ทางเธอทันที
“ค่ะ” น้ำเสียงที่ตอบรับออกมาเหมือนเข้าใจแต่กลับปกปิดไม่มิดติดไม่ค่อยพอใจเอ่ยขึ้นให้รับรู้ได้ และสักพักผมก็รู้สึกถึงแรงทิ้งตัวนอนข้างๆ ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ก่อนจะข่มตานอนให้หลับ
