บทที่ 4 เรียกหา
ตอนที่4 เรียกหา
อัครวินท์
วันนี้ผมรู้สึกเบื่อๆ และด้วยวันพรุ่งนี้ผมไม่มีสอนเช้าและไม่มีงานเช้าด้วย ผมก็เลยออกมาหาเพื่อนที่ไนท์คลับของมัน ซึ่งผมก็ไม่ได้มานานพอสมควรแล้วเพราะไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ แต่ช่วงนี้อะไรๆ ก็เริ่มลงตัวแล้ว
“ทำไมวันนี้มาได้วะ” ไอ้เชนทร์ถามขึ้นทันทีด้วยความสงสัยหลังจากผมนั่งลงที่โซฟาข้างๆ มัน
“พรุ่งนี้ไม่มีอะไรด่วน เลยแวะมาคลายเครียด” ผมตอบมันกลับไปอย่างไม่ได้ปิดบังกับความสงสัยของเพื่อน
“คลายเครียดหรือปลดปล่อย พูดให้ถูก” ไอ้เชนทร์ด้ยินแบบนั้นก็ถามออกมาอย่างจับผิดรู้ทันกันไม่น้อย
“ก็เหมือนกันไหมล่ะ” ผมตอบกลับมันไปอย่างไม่มีอะไรปิดบังต่อความคิดและเป้าหมายกับการมาที่นี่
เพราะเวลาที่ผมอยากปลดปล่อยผมก็จะมาที่นี่ประจำแหละ แล้วไอ้เพื่อนตัวดีของผมมันก็จัดให้ถูกใจผมทุกครั้ง พูดง่าย ไม่งี่เง่า ไม่เรียกร้องอะไร ภารกิจจบก็แยกย้ายกันไป
“หึ! ดื่มก่อนไหม” มันแค่นขำกับคำตอบตรงไปตรงมาของผมก่อนจะชักชวนขึ้น
“เออดิ กูไม่ได้รีบขนาดนั้น” ผมว่าให้มันออกไปกับการกวนประสาทที่คิดว่าผมหิวโหยจนรีบร้อน ก่อนจะนั่งมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยแก้เบื่อ
และสายตาผมก็ไปเจอเข้ากับใครบางคนที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแปลกใจ
“อะไร สนใจเหรอ” ไอ้เชนทร์ที่คงจะเห็นสีหน้าของผม เลยถามออกมาอย่างพร้อมสนองทันที
“เด็กร้านมึงเหรอ?” ผมย้อนถามมันกลับไปด้วยความอยากรู้ทันที
“เออ เด็กมหา’ลัยมึงนั่นแหละ แต่เด็กมันไม่รับงานนอกรอบนะ แค่นั่งดริ๊งก์” ไอ้เชนทร์บอกเล่าออกมาให้ผมฟังรวดเดียวแบบไม่ต้องรอถาม
ซึ่งอันนี้ผมก็รู้ว่าไนท์คลับของมันไม่บังคับพวกพนักงานทุกอย่างอยู่ที่ความเต็มใจ แล้วถ้าเกิดพนักงานไม่เต็มใจแต่ลูกค้าโวยวาย อันนี้ทางร้านมันก็ไม่สนหน้าลูกค้าเหมือนกัน เพราะมันถือว่ามันเปิดไนท์คลับไม่ใช่สถานการณ์ที่บริการทางเพศ
“ทำไมกูไม่เคยเห็น” ผมถามมันออกไปอย่างสงสัยกับที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาแต่หลังจากเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศก็มาบ่อยพอสมควรอยู่ แต่ทำไมกลับไม่เคยเจอพนักงานคนนี้มาก่อน
“เมื่อก่อนเป็นแค่เด็กเสิร์ฟ แต่เห็นว่าผู้จัดการดัน เลยมาทำตรงนี้แทน” ไอ้เชนทร์ตอบกลับให้เข้าใจกับสถานการณ์ต่างๆ
“เรียกให้กูหน่อย” แล้วผมก็พูดขึ้นอย่างไม่เสียเวลา
ผมจำเธอได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธออยู่ในสายตาของผม เธอไม่ใช่แค่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยของผม แต่เธอเป็นเด็กในการดูแลของผมด้วยเลยอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเธอหน่อย
“เออ แต่บอกแล้วนะว่าเด็กมันไม่รับงานนอกรอบถ้าไม่เต็มใจ” ไอ้เชนทร์บอกอย่างไม่เรื่องมากแต่ก็ไม่ได้ลืมย้ำถึงอีกเรื่องที่บอกมาก่อนหน้านี้แล้ว
“เออ” ผมตอบมันออกไปอย่างไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะผมอยากเรียกเธอมาคุยเฉยๆ
แล้วมันก็เรียกเด็กใกล้ๆ ก่อนจะกระซิบบางอย่างแล้วเด็กในร้านก็เดินออกไป ก็คงไปเรียกพนักงานคนนั้นให้ผมนั่นแหละ
“คิดยังไงเรียกเด็กคนนี้ เด็กมหา’ลัยมึงไม่ใช่เหรอ ไม่กลัวเด็กมันรู้จักมึงหรือไง” แล้วไอ้เชนทร์ก็หันมาถามขึ้นอีกครั้งอย่างสงสัย
“นี่ไม่ใช่เวลางานของกู” ผมไหวไหล่ตอบมันกับเรื่องราวพวกนี้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานะอีกด้านของผม
ความหมายของผมก็คือตอนนี้ผมก็เป็นคนธรรมคนหนึ่ง ไม่ได้มีบทบาทเป็นอาจารย์ และเธอก็อยู่ในหน้าที่งานของเธอไม่ได้อยู่ในบทบาทของนักศึกษาของผม แต่ที่ผมเรียกมาก็แค่อยากรู้อะไรหลายๆ อย่างในฐานะอาจารย์ของเธอ(ไหนว่าไม่ใช่เวลางาน?) เผื่อว่าเธอมีปัญหาอะไรจะได้ช่วยแก้ไขได้บ้ง เผื่อเธอไม่ต้องทำงานแบบนี้ ถึงจะบอกว่าไม่รับงานนอกก็เถอะ
“อย่าบอกว่าจะกินเด็กมหา’ลัยตัวเองนะ?” ไอ้เชนทร์ได้ยินแบบนั้นก็ถามขึ้นพร้อมกับสายตาที่จ้องมองอย่างจับผิด
“.....” ผมไม่ได้ตอบอะไรมันกลับไป เพราะตอนนี้ผมยังไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าไหนเลย
“สวัสดีค่ะเฮีย เฮียเรียกมินเหรอคะ” แล้วเสียงเล็กก็ดังขึ้นจากด้านหลังของผม ซึ่งแน่นอนว่าเป็นคนที่ผมอยากเจอ
“ใช่ เพื่อนเฮียอยากให้เรามานั่งด้วยน่ะ” ไอ้เชนทร์ก็ตอบรับออกมาพร้อมกับโยนมาให้ผมที่เป็นคนเรียก
“อ๋อค่ะ” แล้วร่างเล็กด้านหลังก็ตอบกลับอย่างเข้าใจ ก่อนจะเดินอ้อมมาและนั่งลงที่ข้างๆ ของผม
“.....” ผมเลยหันไปมองหน้าเธอ และเธอเองก็มีอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด
