บทที่ 5 หาคำตอบ

ตอนที่5 หาคำตอบ

เขมมินทรา

“!” พอฉันได้เห็นหน้าของคนที่เฮียบอกว่าเป็นเพื่อน มันก็ทำให้ฉันตกใจผงะจนเกือบลืมหายใจไปทันที

ทำไมโลกมันกลมแบบนี้ล่ะ แล้วฉันต้องทำตัวยังไงต่ออีก ฉันต้องวางตัวในฐานะไหน นักศึกษาหรือว่า พนักงาน

“สะ...สวัสดีค่ะอาจารย์” ฉันยกมือไหว้อาจารย์ที่ปรึกษาของฉันเองออกไปอย่างทำตัวไม่ถูกและไม่รู้จะวางตัวเองไว้แบบไหน

ใช่ อาจารย์วินท์เองที่เป็นเพื่อนของเฮียเชนทร์เจ้าของไนท์คลับนี้ แล้วทำไมเขาต้องเรียกให้ฉันมานั่งกับเขาด้วยนะทั้งที่การไม่ตกใจของเขาก็น่าจะจำฉันในฐานะนักศึกษาได้แท้ๆ

“ครับ แต่ตอนนี้เป็นเวลางานของเธอไม่ใช่เวลาราชการ ทำหน้าที่ของเธอเถอะ” อาจารย์วินท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติพร้อมกับเน้นย้ำเหมือนบอกให้ฉันรู้ว่าควรวางตัวแบบไหนเรียกเขาว่าอะไร

“ค่ะ เอ่อ แล้วอาจารย์...แล้วคุณดื่มแบบไหนคะ” ฉันตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะเริ่มทำหน้าที่ของตัวเอง พูดขึ้นด้วยความติดขัดอย่างสับสนอยู่ไม่น้อย

แต่ใครจะคิดว่าต้องมาชงเหล้าให้อาจารย์ที่ปรึกษาตัวเองแบบนี้กันล่ะ แถมยังให้ทำหน้าที่ของฉันในฐานะพนักงาน มันก็ขัดๆ กันนั่นแหละ ตอนกลางวันเรียกอาจารย์ตอนกลางคืนเรียกคุณ

“เอาแบบเฮียเธอ” อาจารย์วินท์พูดออกมาให้รับรู้ และดีที่ฉันรู้ว่าเฮียดื่มแบบไหนเลยชงให้เขาได้ถูกไม่ต้องถามต่อให้มากความ เพราะปกติก็ทำตัวไม่ถูกอยู่แล้วขืนให้พูดมากมีหวังพูดผิดๆ ถูกๆ อยู่นี่แหละ

“นี่ค่ะ” ฉันยื่นแก้วให้อาจารย์วินท์หลังจากชงเหล้าเสร็จ แล้วเขาก็รับแก้วไป

“ทำไมถึงได้ทำงานที่นี่ล่ะ” อาจารย์วินท์ยังไม่ได้ดื่มเหล้าในแก้วนอกจากถือไว้แล้วหมุนมันเบาๆ ก่อนจะหันมาถามฉันขึ้น

“ก็เรียนนี่คะ มีแต่งานนี้แหละที่รองรับและสะดวกที่สุด” ฉันตอบกลับไปตามตรงกับความเป็นจริงในทุกๆ ด้าน จะให้ทำงานพาร์ทไทม์มันก็ได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงและชั่วโมงไม่กี่บาทเพราะบางวันฉันก็เรียนเลิกเย็น

“แล้วทำไมต้องนั่งดริ๊งก์ด้วยล่ะ” พอได้คำตอบแรกก็ยิงคำถามต่อมาทันที แต่แล้วจะให้ฉันตอบยังไงล่ะ

“ได้เงินดีกว่ามั้งคะ” ฉันก็ไม่รู้จะหาเหตุผลไหนมาบอกเขานี่ แต่เหตุผลนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของฉันอยู่แล้วเลยคิดว่าไม่เสียหายจะพูดออกไป

“ไม่กลัวเหรอ” อาจารย์วินท์ยังคงถามออกมาไม่หยุด

“ตอนแรกๆ ก็กลัวค่ะ แต่ว่าทำไปนานๆ ก็เริ่มชิน” ฉันเองก็บอกความจริงออกมาอย่างไมได้ปิดังเหมือนกัน ก็อย่างที่พูดไปนั่นแหละ ตอนแรกก็กลัวๆ เกร็งๆ แต่พอทำไปก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

อีกอย่างฉันก็มีพี่เปรี้ยวเป็นแบคให้ และที่สำคัญคลับนี้ก็มีกฎชัดเจนว่าไม่บังคับพนักงาน ถ้าเกิดปัญหาขึ้นในที่แห่งนี้เฮียก็พร้อมจะเคลียร์เองอย่างไม่สนใจลูกค้าหน้าไหน และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดด้วย

“เริ่มชินนี้หมายถึงอะไร?” อาจารย์วินทร์ได้ยินแบบนั้นก็เลิกคิ้วถามออกมาอีกครั้งเหมือนกับไม่เข้าใจความหมายหรือยังไงกันนะ

“ก็หมายถึงมันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวค่ะ ถึงที่นี่จะเป็นแหล่งรวมคนเมา แต่ความปลอดภัยของพนักงานก็มีมากด้วย เลยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น” ฉันตอบกลับไปให้อาจารย์วินท์ได้เข้าใจ และไม่ได้เอาใจเฮียเลยจริงๆ นะ แต่พูดตามความจริง

ก็บอกว่าฉันทำงานที่นี่ตั้งแต่เข้าปีหนึ่งแล้ว ก็ยังไม่มีเรื่องอะไรที่ไม่ปลอดภัยต่อพนักงานเลย ไม่ใช่แค่กับฉัน แต่รวมถึงพนักงานทุกคนด้วย

“เออ มึงก็รู้ว่าคลับกูเป็นยังไง” เสียงเฮียเชนทร์พูดขึ้นเสริมอีกคนหลังจากฉันพูดจบ

“ก็รู้ แต่คนเมาไว้ใจไม่ได้ไหมล่ะ” อาจารย์วินท์ตอบกลับเฮียเชนทร์ออกไปก่อนจะย้อนถึงความจริงบางอย่างออกมาอย่างไม่ผิดจากที่เขาพูด

“ก็ใช่ค่ะ แต่ด้านล่างก็มีการ์ดยืนอยู่ตลอด ถ้าเกิดเรื่องไม่ดีสามารถเรียกขอความช่วยเหลือได้...”

“ไหนจะพวกพี่ๆ ร่วมงานทั้งหญิงและชาย ก็สามารถขอความช่วยเหลือได้ทุกคน” ฉันเสริมออกไปกับความจริงข้อนี้เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

ถ้าเกิดมีอะไรไม่ชอบมาพากล ก็เรียกพนักงานเสิร์ฟผู้ชายหรือผู้หญิงอื่นได้ แล้วไหนจะการ์ดที่มีเฝ้าตามบริเวณต่างๆ เป็นจุดๆ เพื่อเตรียมพร้อมกับความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เลยทำให้ลูกค้าไม่ค่อยอยากมีปัญหากับร้านนี้กันเท่าไหร่หากไม่เมาไร้สติจรงิๆ เพราะว่าเฮียเชนทร์จะตัดสินจากความถูกผิดจริง โดยไม่ได้สนใจว่าลูกค้าคือพระเจ้า (เห็นว่าเฮียรวยมาก ไนท์คลับเป็นแค่งานอดิเรกและความชอบส่วนตัว เลยไม่สนใจถ้าจะไม่มีใครเข้า)

“พูดแบบนี้คือจะทำงานนี้ต่อไปเรื่อยๆ?” แล้วอาจารย์วินก็หันมาเลิกคิ้วถามฉันเหมือนกับตีความไปแบบนั้นทั้งที่มันคือคำอธิบายในสถานการณ์นี้และคำถามของเขา

“.....” นั่นทำให้ฉันไม่เข้าใจกับสายตาของเขาจนไม่รู้จะตอบอะไรยังไงกลับไปอีก

หรือว่าฉันคิดมากไป?

แต่สายตาของเขาฉันอ่านไม่ออกจริงๆ มันดูเหมือนไม่มีอะไรแต่กลับไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ จนดึงดูดให้ฉันต้องมองและหาคำตอบในแววตาของเขาอยู่แบบนั้นอย่างไร้ซึ่งคำตอบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป