บทที่ 6 บริการ

ตอนที่6 บริการ

อัครวินท์

“ก็คงทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเรียนจบได้งานมั้งคะ” ในที่สุดเสียงของผู้หญิงด้านข้างก็ตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงปกติหลังจากเธอนิ่งเงียบไปสักพักเหมือนกำลังใช้ความคิด นั่นทำให้ผมเลยมองหน้าเธอนิ่งๆ กับคำตอบที่ไม่ได้คาดหวังอะไร

แต่ก็ไม่มีความผิดหวังกับความคิดของเธออยู่นิดหน่อย

“แล้วยังไง มึงจะเอาเด็กไหมเนี่ย” แล้วไอ้เชนทร์ก็ถามออกมาเหมือนทำลายความเงียบที่ผมกับคนข้างๆ เอาแต่นั่งมองตากันอยู่ในความคิดของตัวเอง

“ไม่” ผมตอบมันกลับไปอย่างรู้สึกหมดอารมณ์จนไม่อยากทำอะไรอย่างที่คิดไว้ในตอนแรกอีกแล้ว

ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม แต่พอได้คุยกับผู้หญิงคนนี้ก็หมดอารมณ์ไปเลยดื้อๆ ทั้งที่หน้าที่ของเด็กนั่งดริ้งก์ควรทำให้อารมณ์ดีแท้ๆ

“อ้าว อะไรของมันวะ?” ไอ้เชนทร์ได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นอย่างแปลกใจสงสัย

“.....” แล้วเขมมินทราก็ทำหน้าที่ชงเหล้าให้ผมต่ออย่างไม่ได้พูดหรือถามอะไรกลับมาบ้าง

“ไหนวิธีเอนเตอร์เทนลูกค้าล่ะ” ผมอดไม่ได้หันไปถามเขมมินทราออกไปด้วยความสงสัยว่าหน้าที่ของเธอทำอะไรยังไงบ้าง

“.....” และคำถามของผมนั่นทำให้เธอชะงักมือก่อนจะมองหน้าผมด้วยความไม่เข้าใจ

“ก็เป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ไม่ใช่เหรอ ถ้าจะได้ทิปก็ต้องเอนเตอร์เทนไม่ใช่หรือไง” ผมทวนขยายความสิ่งที่พูดออกไปให้เธอได้เข้าใจ

ก็ดูเหมือนเธอจะชำนาญและอยากทำงานตรงนี้มาก งั้นก็ทำมันแลกทิปสิ ไม่ใช่เอาแต่นั่งเงียบทำตัวไม่ถูกอยู่แบบนี้

“เอ่อ...” แล้วเธอก็มีอาการอึกอัดเหมือนทำตัวไม่ถูกมากกว่าเดิม

“ก็คิดว่าฉันเป็นลูกค้าคนหนึ่งของเธอ ไม่ใช่อาจารย์ที่เธอรู้จักไปสิ” ผมพูดออกไปให้เธอทำตัวเหมือนที่ทำกับลูกค้าคนอื่นๆ เพราะก่อนหน้านี้ผมยังเห็นเธอทำตัวสนิทสนมกับลูกค้าโต๊ะอื่นอยู่เลย แต่ทำไมพอมาโต๊ะผมแล้วทำเหมือนกับไม่อยากมาดูแลด้วยล่ะ

“มึงก็อย่าแกล้งเด็กกู” ไอ้เชนทร์พูดขึ้นเหมือนกับผมกำลังทำแบบนั้นจริงๆ

หรืออาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ได้

“กูไม่ได้แกล้ง แต่กูต้องการให้เธอบริการกูจริงๆ” ผมบอกมันออกไปให้เข้าใจแต่สายตากลับจับจ้องไปยังคนข้างกายให้เธอรับรู้ความต้องการของผม

“ไม่เป็นไรค่ะเฮีย เดี๋ยวมินดูแลเพื่อนเฮียเอง” เขมมินทราหันไปพูดกับเจ้านายตัวเองขึ้นอย่างไม่ได้มีท่าทีของความลำบากใจหรืออึดอัดใจอะไรเหมือนตอนเวลาพูดกับผมสักนิด

“งั้นเฮียฝากด้วยนะ เดี๋ยวเฮียขึ้นไปข้างบนก่อน...”

“กูไปทำงานแป๊บ จะรีบลงมา” ไอ้เชนทร์ได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นอย่างไม่ได้มีปัญหาอะไรพร้อมกับบอกธุระของมันขึ้น เพราะเมื่อกี้มีข้อความเข้ามาในเครื่องมันพอดี

“อืม” ผมตอบกลับมันไปอย่างไม่ถือสาหรือต้องการมัน แล้วมันก็ลุกเดินขึ้นไปด้านบน แล้วผมก็ส่งข้อความไปหามันไล่หลังทันที

“ดื่มด้วยกันสิ” ผมพูดขึ้นหลังจากเธอชงให้ผมคนเดียวมาตลอดและยังไม่ได้ชวนผมพูดคุยอะไรอย่างที่ควร งั้นก็ใช้เหล้าในการละลายพฤติกรรมแล้วกัน

“ค่ะ” แล้วเธอก็ตอบกลับมาอย่างว่าง่าย ก่อนจะชงของตัวเองแล้วค่อยๆ จิบไปทีละนิดเหมือนกับสิ่งนี้ก็ช่วยให้เธอมีอะไรทำขึ้นมามากกว่าการนั่งเงียบๆ เฉยๆ

ก็ถือว่ารู้จักระวังตัวดี แต่คิดว่าเธอจะเอาชนะความเจ้าเล่ห์ของผู้ชายได้เหรอ

“พักอยู่ที่ไหน” สุดท้ายก็เป็นผมที่ชวนเธอคุยก่อนอีกเช่นเคย เพื่อทำความรู้จักกับเธอมากขึ้น

“หอพักใกล้มหา’ลัยค่ะ” เธอก็ตอบกลับมาอย่างไม่ได้ปิดบังอะไร ไม่รู้ตอบแบบนี้กับทุกคนหรือเพราะเห็นว่าผมเป็นอาจารย์เลยกล้าตอบ

“พักกับใคร” ผมถามต่อด้วยความอยากรู้

“คนเดียวค่ะ” แล้วเธอก็ยังคงตอบคำถามพวกนี้ออกมาอีกครั้งอย่างง่ายดายเหมือนไม่เกรงกลัวอะไร

แต่คนเดียวอย่างนั้นเหรอ คงสะดวกกับเธอมากเลยสินะ

“แล้วพ่อแม่ล่ะ” ผมยังยิงคำถามต่อเรื่อยๆ เมื่อเธอตอบเสร็จก็เงียบไม่ทำหน้าที่ตัวเองเลยสักนิด

“ฉันคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ” และครั้งนี้เธอไม่ได้ตอบอย่างที่ผมคิด แย้งออกมาด้วยท่าทางเรียบเฉยราวกับกำลังทำตัวเป็นพนักงานได้อย่างสมบูรณ์

“มันแปลกเหรอถ้าฉันจะถามเธอในฐานะอาจารย์ อย่างน้อยฉันก็ควรได้รู้จักลูกศิษย์ตัวเองก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือไง” ผมย้อนกลับไปให้เธอรับรู้ถึงสิ่งที่เป็นเรื่องพื้นฐานอย่างที่อาจารย์สามารถรับรู้ได้

ถึงก่อนหน้านี้จะบอกว่าไม่ใช่เวลางานของผม แต่ถ้าพูดถึงหน้าที่ของที่ปรึกษามันก็เป็นอย่างหนึ่งที่รู้ได้ไม่ใช่เหรอ

“พ่อแม่เสียไปหมดแล้วค่ะ” เสียงเขมมินทราถอนหายใจออกมาเบาๆ เหมือนกับยอมจำนนต่อเหตุผลของผมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะยอมตอบความจริงออกมา

แต่คำตอบของเธอมันก็พอทำให้ผมเข้าใจได้บ้างว่าทำไมเธอถึงเลือกทำอาชีพนี้ในระหว่างเรียนแบบนี้ เพราะตัวคนเดียวสินะ เลยต้องหาทางหาเงินส่งตัวเองเรียนสินะ

“งานนี้พอกับค่าเทอมไหม” ผมถามเธอออกไปอีกครั้งด้วยความอยากรู้ เพราะนั่นยิ่งทำให้ผมไม่อยากเชื่อว่าเธอไม่รับงานนอก เพราะค่าเทอมมหาวิทยาลัยผมมันแพงมาก ถึงงานนี้จะได้เงินเยอะแต่ยังไม่รวมค่ากินค่าอยู่ที่เธอบอกพักคนเดียวนั่นอีก

“ได้ทุนเรียนจนจบค่ะ” แล้วเธอก็ไขข้อข้องใจให้ผมได้รับรู้

อ๋อ มิน่าล่ะถึงได้เลือกเรียนเอกชน

“ถ้าฉันให้เธอทำงานที่ปลอดภัยกว่างานนี้ ได้เงินดีกว่างานนี้ จะทำไหม” แล้วผมก็ถามเธอออกไปอย่างเสนอทางเลือกที่ดีกว่านี้ให้

และนั่นทำให้เธอมองหน้าผมอีกครั้ง

เขมมินทรา

“งานอะไรคะ” ฉันถามอาจารย์วินท์ออกไปอย่างไม่ไว้ใจและอยากรู้

แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาได้มองหน้าอาจารย์วินท์ ฉันรู้สึกว่าสายตาของเขามันดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนจะไม่ได้คิดอะไรแต่ก็เหมือนมีอะไรอยู่ในนั้นตลอด

“.....” แต่คำถามของฉันกลับไม่ได้รับคำตอบกลับมาเมื่อคนตรงหน้ายังเงียบและกลับมองหน้าฉันนิ่งมากๆ อยู่แบบนั้น

“.....” ฉันคาดเดาอะไรไม่ออกเผลอเม้มปากอย่างทำตัวไม่ถูกกับสายตาคู่นั้น จนเผลอหลุบสายตาลงเพื่อหนีสายตาคู่นั้นที่ยิ่งมองเหมือนถูกยิ่งดึงดูดให้สับสนมึนงงราวกับคนทำอะไรผิด

“ชงเหล้าสิ” แล้วเสียงอาจารย์วินท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ได้ตอบกลับคำถามของฉันก่อนหน้านี้

“นี่ค่ะ” ทำให้ฉันหันไปรับแก้วที่เครื่องดื่มหมดจากเขาไม่ได้ถามอะไรต่อ ก้มหน้าก้มตาชงเหล้าต่อแล้วก็ยื่นให้เขาอีกครั้งหลังชงเสร็จ

“ชนหน่อยไหม” เขาพูดพร้อมกับยกแก้วทำให้ฉันปฏิเสธไม่ได้

“ค่ะ” ฉันตอบรับไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ ก่อนจะยกแก้วขึ้นชนกับเขา

หลังจากชนแก้วเสร็จแล้วเขาก็ยกขึ้นดื่มอย่างไม่รีบร้อน ต่างจากฉันที่รู้สึกทำตัวไม่ถูกจนเผลอกระดกดื่มหมดแก้วทีเดียว เพราะที่นั่งตั้งนานฉันก็ยังไม่ได้เติมเลยสักครั้ง เลยไม่คิดว่าแค่แก้วนี้รวดเดียวจะมีปัญหาอะไร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป