บทที่ 1 น้ำตาที่มาพร้อมกับสายฝน
เสียงฟ้าคำรามก้องยาวเหยียดราวกับจะฉีกผืนฟ้าให้ขาดสะบั้น เมฆทะมึนดำสนิทดุจน้ำหมึกราดปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ หยาดฝนเม็ดใหญ่โหมกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง สาดซัดพื้นกระจกภายนอกตัวอาคารจนเกิดเสียงดังสนั่น แต่ภายในล็อบบี้ของโรงแรมหรูหราระดับห้าดาวเงียบสงัด มีเพียงเสียงเพลงคลาสสิกแผ่วเบาที่ขับกล่อมความหรูหราโอ่อ่าราวกับวิมานบนดิน
“เช็กเอาต์ด้วยค่ะ...” น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของคนหลงทาง พนักงานต้อนรับสาวเงยหน้าขึ้นมองลูกค้าหญิงตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
หญิงสาวร่างบอบบางในชุดเดรสเนื้อดี แต่ใบหน้าหวานของเธอกลับดูซีดเซียวคล้ายคนอดนอน มันไร้ซึ่งประกายชีวิตชีวาใด ๆ ราวกับร่างนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกที่ไร้จิตวิญญาณ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” พนักงานสาวบอก ก่อนจะเหลือบมองไปข้างนอกก็เห็นพายุฝนกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย
“เอ่อ... ข้างนอกฝนตกหนักมากเลยนะคะ ให้ทางเราเรียกแท็กซี่ให้มั้ยคะ?”
“ไม่เป็นไรค่ะ...” เธอตอบสั้น ๆ น้ำเสียงเย็นเยียบกระแทกใจคนฟัง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
มือเรียวปล่อยให้กระเป๋าเดินทางลากครูดไปกับพื้นหินอ่อนอย่างไม่แยแส สะเปะสะปะไร้ทิศทาง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ ลมพายุและละอองฝนก็สาดซัดเข้าใส่ร่างน้อยจนสั่นสะท้าน
ความเจ็บปวดจากการถูกชายคนรักหักหลังอย่างเลือดเย็นมันบีบรัดแน่นอยู่ในอกจนแทบจะสิ้นลมหายใจ หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลบ่าออกมาปะปนกับสายฝนที่สาดกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้เป็นเพื่อนความโศกเศร้าที่กัดกินหัวใจของเธอจนแทบแหลกสลาย
ขณะเดียวกันที่มุมหนึ่งของโรงแรม สายตาคมกริบดุดันคู่หนึ่งจับจ้องแผ่นหลังบอบบางนั้นไม่วางตา
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่มองตามหญิงสาวที่พึ่งลากกระเป๋าผ่านหน้าเขาไป คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความขัดใจ เขาเฝ้ามองเธอเดินดุ่ม ๆ ออกไปนอกตัวอาคารทั้งที่ฝนตกหนักหน่วงจนมองแทบไม่เห็นทาง แทนที่เธอจะตรงไปที่ลานจอดรถ หรือหันไปพึ่งพาบริการรถรับส่งของโรงแรม แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะมองแท็กซี่ที่จอดคอยอยู่เลยด้วยซ้ำ
ร่างเล็ก ๆ ก้าวฉับ ๆ เดินฝ่าม่านฝนออกไปบนฟุตบาทอย่างไม่มีจุดหมาย ปล่อยให้สายฝนกระหน่ำซัดจนเปียกโชกในเวลาไม่กี่วินาที สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขาละทิ้งแก้วเครื่องดื่มในมือ แล้วก้าวขึ้นรถขับตามเธอออกไป
ทางด้านหญิงสาว ความคิดชั่ววูบอันมืดมนผุดขึ้นมาในจิตใจอย่างไม่อาจควบคุม ความโกรธแค้นและความเสียใจโถมเข้าใส่จนร่างทั้งร่างสั่นเทาแทบยืนไม่อยู่ ใช่!!... เธออยากให้ฟ้าผ่าลงมาตรงนี้ ให้ทุกอย่างดับสูญไปพร้อมกับความทรมาน เมื่อก้าวมาถึงสะพานเปลี่ยวแห่งหนึ่ง หญิงสาวหยุดชะงัก
เธอยืนหยัดอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความหนาวเหน็บของสายฝนซัดกระหน่ำชะล้างเรือนร่างจนเปียกปอน เสื้อผ้าเนื้อบางเปียกโชกจนแนบชิดไปกับผิวเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอ้อนแอ้นที่ซ่อนรูป อกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงสะอื้น ผมเผ้าลู่ลงมาปรกใบหน้าที่นองไปด้วยคราบน้ำตา หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันไร้แสงดาว เม็ดฝนที่ร่วงหล่นกระทบผิวหน้าอย่างรุนแรงจนเจ็บแสบ ราวกับกำลังถูกโบยตีด้วยความจริงอันโหดร้าย เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจดังระงมแข่งกับเสียงพายุ ท่ามกลางค่ำคืนที่ไร้ทางออก เปรียบเสมือนมรสุมชีวิตที่ไม่มีทีท่าว่าจะดับสูญ
บนสะพานอันแสนโดดเดี่ยวและมืดมิด มีเพียงแสงไฟหน้ารถยนต์คันหนึ่งที่สาดฝ่าความมืดมากระทบเรือนร่างบอบบางที่ยืนหมิ่นเหม่ตรงขอบสะพาน เธอก้มมองลงไปยังกระแสน้ำเชี่ยวกรากเบื้องล่างด้วยสายตาว่างเปล่าและสิ้นหวัง
ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่ได้รับในวันนี้มันเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะแบกรับไหว เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าความระแวงสงสัยในใจ วันนี้มันจะกลายเป็นความจริงอันแสนโสมม
สุดท้ายแล้วหนี้สินและธุรกรรมทางการเงินเน่าเฟะทุกอย่างที่มีชื่อเธอเป็นเจ้าของ เธอจะจัดการกับมันอย่างไรในเมื่อเขาเป็นคนตราหน้าสร้างเรื่องสกปรกทั้งหมดไว้ แล้วทิ้งให้เธอเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง มันไม่มีทางออกใดเหลืออยู่อีกแล้ว นอกจากการหายไปจากโลกใบนี้ หญิงสาวหลับตาลงแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกจนแผ่นอกกระเพื่อมไหว ก่อนจะตัดสินใจทิ้งดิ่งร่างลงสู่กระแสน้ำอันเย็นเฉียบเบื้องล่าง!
“เฮ้!!!...นี่คุณจะทำอะไรน่ะ!” เสียงตวาดกร้าวทรงพลังดังฝ่าพายุฝน แต่สติที่หลุดลอยทำให้เธอไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเรียกของเขา ร่างสูงตัดสินใจลงจากรถ
ทันใดนั้นเอง! ร่างของที่ยืนอยู่บนขอบสะพานก็ถูกเรือนร่างกำยำกระชากลงมา แรงปะทะทำให้ทั้งสองร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นคอนกรีตทันที แผงอกแกร่งและอ้อมแขนทรงพลังของชายแปลกหน้ารองรับตัวเธอเอาไว้
หญิงสาวเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซีดเผือด ตื่นตระหนกจนขนลุกชันเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบดุดันคู่หนึ่ง ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดผิวแก้มที่เย็นชืดของเธอ เขาประคองร่างเธอขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฝังฝ่ามือหนาราวกับคีมเหล็กบีบหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวเล็กของเธอไว้แน่นจนเนื้อนุ่มแทบจมหายไปกับอุ้งมือร้อนระอุ
“คุณทำบ้าอะไร! คิดจะฆ่าตัวตายหรือไง!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวฝ่าเสียงฝน ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว หญิงสาวตัวสั่นเทาไปทั้งร่างราวกับลูกนกตกน้ำ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่เป่ารดอยู่ตรงหน้าผากทำให้เธอเริ่มได้สติ และตระหนักได้ว่าที่เธอรอดชีวิตมาได้ เป็นเพราะชายหนุ่มคนนี้ที่โผเข้ามาคว้าและรั้งร่างของเธอลงมาจากขอบสะพานแห่งความเป็นตายได้อย่างรวดเร็วและบ้าบิ่น
“คุณเป็นใคร มายุ่งอะไรกับฉัน ปล่อยนะ” ริมฝีปากบางสั่นระริกจนพูดแทบไม่เป็นคำ
“ใจเย็น ๆ ก่อนคุณ ปัญหาทุกอย่างมันมีทางออกเสมอ แต่ไม่ใช่การหนีความตายแบบที่คุณกำลังจะทำนะ มีอะไรเล่าให้ผมฟังได้มั้ย”
“ฉัน ฉัน” เสียงหวานขาดห้วงหายไปในลำคอ มีเพียงหยาดน้ำตาและหยดน้ำฝนที่ไหลอาบแก้มเนียนนุ่มไม่ขาดสาย ร่างกายที่เปียกชุ่มจนเสื้อผ้าแนบเนื้อนวลเนียน เสียดสีแอบอิงอยู่กับแผงอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับไฟของชายแปลกหน้า ค่ำคืนอันมืดมิดและหนาวเหน็บ กลับถูกจุดประกายด้วยไออุ่นอันตรายและแรงดึงดูดดิบเถื่อนจากอ้อมกอดที่เธอไม่ได้ร้องขอ
