บทที่ 3 อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ
ความมืดมิดสลัวลางภายในห้องโดยสารยามค่ำคืน ทำให้ชายหนุ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ชัดเจนนัก แต่สิ่งที่เด่นชัดชวนให้ลำคอแกร่งแห้งผาก กลับเป็นทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยที่บดเบียดทะลักทลายอยู่ภายใต้บราเซียร์ลูกไม้สีดำสนิท
เสื้อตัวนอกที่เปียกปอนจนชุ่มน้ำแนบสนิทไปกับผิวเนื้อนวลเนียนขาวผ่อง ราวกับเป็นผิวเนื้อเดียวกัน หยดน้ำฝนเกาะพราวอยู่บนเส้นผมเปียกชุ่ม ทอประกายระยิบระยับล้อไปกับแสงไฟหน้ารถของเพื่อนร่วมทางที่สวนผ่านไปเป็นระยะ
“คุณ ๆ ตื่นก่อนครับ”
ดวงตาของเธอพยามปรือปรอย ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อย ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่ามันไม่ใช่เพียงเพราะความหนาวเหน็บจากพายุภายนอก แต่เป็นเพราะกระแสความตื่นเต้นทั้งของเขาเองและของเธอ
ในยามที่หันมามองเธอเขาต้องพยายามสะกดกลั้นความพลุ่งพล่านในกายหนุ่ม ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปปรับอุณหภูมิแอร์ในรถให้สูงขึ้นเล็กน้อย แล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองออก
“ผมว่าคุณกำลังหนาว ผมหรี่แอร์ให้แล้ว เสื้อคุณเปียกอยู่”
“ใส่เสื้อผมไปก่อนนะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเอ่ยขึ้น ก่อนจะยื่นเสื้อให้กับเธอ
หญิงสาวช้อนสายตาขึ้นมอง คิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อยก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาไปรับเสื้อคลุมตัวใหญ่
“ขอบคุณค่ะ...” เธอเอ่ยกระซิบ เสียงหวานเบาหวิวราวกับขนนก
“ไม่เป็นไรครับ คุณหลับต่อเถอะ”
หลังจากนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องโดยสาร มีเพียงเสียงหยาดฝนที่ตกกระทบหลังคารถเป็นท่วงทำนองขับกล่อม หญิงสาวปล่อยให้ความเพลียเข้าครอบงำอีกครั้ง สติของเธอดับวูบไปปล่อยให้ราตรีกาลโอบอุ้มความทุกข์ระทม
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดสนิทภายในโรงจอดรถของคฤหาสน์หลังใหญ่ หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อพบว่าตนเองกำลังติดอยู่ในยานพาหนะของชายแปลกหน้า ภาพสุดท้ายในสมองหลั่งไหลเข้ามา เธอกำลังจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายไม่ใช่หรือ
“คุณ... คุณครับ”
ชายแปลกหน้าที่เฝ้ามองเธอ รีบเอ่ยเรียกเมื่อเห็นเธอลืมตางัวเงียขึ้นมา หญิงสาวหันมาสบตาเขา แววตาของเต็มไปด้วยความระแวดระวัง หวาดหวั่น และเต็มไปด้วยคำถาม ชายหนุ่มเห็นท่าทางตื่นตระหนกแกมไม่ไว้ใจนั้น จึงรีบอธิบายทันที
“นี่บ้านผมเองครับ พอดีผมเห็นคุณหลับลึก ผมก็เลยพาคุณมาตั้งหลักที่นี่ก่อน”
นัยน์ตาหวานกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ บริเวณผ่านกระจกรถ ท่ามกลางแสงไฟนีออนของโรงรถ เธอมองเห็นโครงสร้างคฤหาสน์หรูหราอลังการ ก่อนจะตวัดสายตากลับมาจ้องจับผิดใบหน้าคมสันของเขาอีกครั้งจนชายหนุ่มต้องยกยิ้มแห้ง
“อย่ามองผมด้วยสายตาหวาดระแวงขนาดนั้นสิคุณ... ผมไม่ได้คิดจะฉวยโอกาสพาคุณเข้าบ้านแล้วทำมิดีมิร้ายหรอกนะ” เขาเอ่ยเย้าขำ ๆ เพื่อลดความตึงเครียด แต่สายตาคู่นั้นกลับกวาดมองริมฝีปากบางสั่นระริกอย่างเผลอไผล
“เอ่อ... แล้วบ้านของคุณอยู่ไหนล่ะครับ ผมจะได้ขับรถไปส่ง”
อันที่จริง ระหว่างทางเขาพยายามปลุกถามเธอไปรอบหนึ่งแล้ว แต่เห็นเธอกำลังหลับสนิทด้วยความเพลียอ่อนล้า เขาจึงไม่อยากกวนใจและตัดสินใจพาเธอมาที่เซฟโซนของตนเอง
“..........” ไม่มีคำตอบเล็ดลอดจากกลีบปากอวบอิ่ม เธอยังคงเอาแต่มองหน้าเขานิ่งคล้ายตกอยู่ในภวังค์ ชายหนุ่มจึงเลือกใช้วิธีคาดเดาจากสถานการณ์
“บ้านของคุณ... ไม่ได้อยู่แถวนี้ใช่มั้ย”
หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าลงเป็นคำตอบ ชายหนุ่มลอบระบายลมหายใจยาวอย่างโล่งอก อย่างน้อยเธอก็ยอมสื่อสารกับเขาแล้ว
ในใจของหญิงสาวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสน เธอกำลังคิดว่าตนเองฝันไปใช่ไหม หรืออันที่จริงเธออาจจะกระโดดน้ำตายไปแล้ว และชายรูปงามตรงหน้าคือยมทูตที่มารับดวงวิญญาณของเธอ
“ผมว่าคุณรีบเข้าบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนเถอะ ปล่อยให้เนื้อตัวเปียกชื้นแบบนี้เดี๋ยวจะเป็นไข้เอา”
ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มขยับร่างหนาเข้าหาเธอ เขาถือวิสาสะชิดใกล้เพื่อเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ หน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนรูปอยู่ใต้บราเซียร์สีดำบดเบียดเข้ากับแผงอกแกร่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่เป่ารดกันจนอุณหภูมิในรถแทบพุ่งสูง
หญิงสาวตัวสั่นสะท้าน ผิวเนื้อนุ่มตื่นตัวต่อสัมผัสรุกราน แม้สายตาจะพยายามปฏิเสธและตัดรอนความใกล้ชิดอันตรายนี้ ร่างกายของเธอกลับทรยศและเรียกร้องไออุ่นจากเขา
“คุณ... ไม่สบายหรือเปล่า ตัวสั่นเชียว” ชายหนุ่มเอ่ยถามชิดพวงแก้มเนียน สัมผัสได้ว่าร่างน้อยสั่นสะท้านคล้ายคนจับไข้ ใบหน้าหวานและริมฝีปากซีดเผือดไร้สีเลือด
เธอมองสบตาเขา ดวงตาคมกริบคู่นั้นเหมือนกำลังร่ายมนตร์ชอนไชค้นหาความจริงบางอย่างในหัวใจเธอ ร่างกายของเธออ่อนแอสะบักสะบอมเต็มทีเพราะยืนตากฝนมาเป็นเวลานาน แต่พอได้อยู่ภายใต้อ้อมอุ่น ๆ ของเขา มันกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก... ‘ใช่แล้ว... เรายังไม่ตาย หญิงสาวบอกตัวเอง เธอยังมีความรู้สึกร้อนหนาว เจ็บปวด และสั่นไหวไปกับสัมผัสของผู้ชายคนนี้’
เขาผละออกอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะเปิดประตูฝั่งคนขับลงจากรถแล้วอ้อมมายังฝั่งผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ฝ่ามือหนากระชากประตูรถเปิดออก สายลมภายนอกก็พัดผ่านเข้ามา ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากเรียกและชวนเธอลงจากรถ แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ดวงตาคู่สวยของหญิงสาวเบิกค้างก่อนจะปิดสนิทลง ร่างบอบบางหมดสติไปอย่างกะทันหัน ร่างทั้งร่างอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงล้มฟุบดิ่งตรงลงมาซบเข้ากับอ้อมแขนแกร่งของเขาพอดิบพอดี!
“คุณ! คุณ!!! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า เฮ้!!! นี่คุณตัวร้อนนี่ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ!”
ชายหนุ่มใจหายวาบเขาหน้าเสีย ก่อนจะรีบพาร่างนุ่มนิ่มเปียกโชกนั้นเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างทะนุถนอม ฝ่ามือหนาลูบแผ่นหลังบางพยายามเรียกสติ
“คุณ! ได้ยินผมไหม! ฟื้นสิคุณ!”
ชายหนุ่มพยายามเรียกซ้ำ ๆ พลางเขย่าร่างน้อยเบา ๆ แต่คนในอ้อมกอดกลับนิ่งสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาราดรดแผงอกของเขา บ่งบอกว่าร่างบอบบางนี้ไข้ขึ้นสูงจนสิ้นสติไปเสียแล้ว!
