บทที่ 4 เป็นห่วงจริง ๆ
หัวใจแกร่งหล่นวูบด้วยความตกใจ ชายหนุ่มรีบช้อนร่างบอบบางที่ไร้สติขึ้นแนบอก สับเท้ายาว ๆ ฝ่าละอองฝนและลมพายุคลั่งกระหน่ำสาดเข้ามาภายในคฤหาสน์หรูอย่างรวดเร็ว เนื้อตัวของทั้งคู่เปียกปอนชุ่มฉ่ำ เสื้อผ้าแนบเนื้อ แรงขยับตามจังหวะก้าวเดินส่งผลให้สรีระอวบอิ่มบดเบียดไปกับแผงอกผึ่งผายของเขา
ทันทีที่ส้นเท้าหนากระทบลงบนพื้นหินอ่อนโถงกลางบ้าน แสงไฟนีออนสว่างไสวเผยให้เห็นเรือนร่างไร้สติของหญิงสาวปริศนาในอ้อมแขนของทิวัตถ์ เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนรับใช้ในบ้านดังขึ้นทันตา นำโดย ป้าอุ่นหัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ที่พึ่งเดินตรวจความเรียบร้อยลงมาจากชั้นบน
“คุณวัตถ์!!!... นี่ไปอุ้มใครมาเหรอคะ!” หญิงสูงวัยอุทานลั่นด้วยความตกตะลึง ใบหน้าถอดสีพลางยกมือทาบอก ก่อนจะรนรานก้าวเข้ามาหาเมื่อเห็นลูกชายคนโตของบ้านผู้รักความสันโดษและไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านมาก่อน บัดนี้กำลังอุ้มร่างสตรีเปียกโชกผู้มีใบหน้าหวานล้ำซีดเซียวเข้ามาในสภาพทุลักทุเล ข้างหลังป้าอุ่นยังมีสาวใช้รุ่น ๆ อีกสองคนที่พากันชะเง้อคอมองด้วยความตื่นตระหนก
“อย่าเพิ่งถามตอนนี้เลยครับป้าอุ่น!” ทิวัตถ์ตวาดสั่งเสียงเข้ม แววตาคมกริบอัดแน่นไปด้วยความกังวลจนคนมองใจหาย
“ป้าอุ่นช่วยตามอาหมอให้ผมที!”
“คะ... ค่ะคุณวัตถ์! ป้าจะรีบโทรเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ!” หัวหน้าแม่บ้านรับคำเสียงสั่น ก่อนจะหันไปโบกมือไล่สาวใช้
“นุ่มนิ่มเธอสองคน! รีบไปเตรียมน้ำอุ่นกับผ้าขนหนูแห้ง ๆ ขึ้นไปที่ห้องคุณวัตถ์เลยเร็วเข้า!”
“นุ่มนิ่ม ไม่ต้อง เธอสองคนไปเอากระเป๋าท้ายรถขึ้นไปให้ที่ห้อง”
“ค่ะคุณผู้ชาย” นุ่มนิ่มสองสาวใช้ตอบรับพร้อมกันก่อนจะรีบวิ่งไป
กลิ่นกายสาวผสมละอองฝนอันเย้ายวนใจแนบกาย ทิวัตถ์สาวเท้าขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอน ชายหนุ่มวางเรือนร่างเล็กลงบนเตียงอย่างเบามือ
ปลายนิ้วหนาสั่นระริกยามทาบลงบนข้อมือเล็กเพื่อตรวจเช็กชีพจร จังหวะการเต้นของหัวใจเธอยังคงสม่ำเสมอเป็นปกติ แต่ร่างของหญิงสาวตรงหน้ากลับนิ่งสนิทและไม่ได้สติ
“อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะคุณ” เขาพึมพำเสียงแผ่ว สายตาคมเลื่อนผ่านใบหน้าซีดเซียว อกอวบอิ่มภายใต้ชุดที่เปียกปอนแนบเนื้อจนเผยให้เห็นความงามที่ซ่อนอยู่ ความรู้สึกร้อนรุ่มสลับเย้ายวนใจแล่นริ้วเข้ามาในกายหนุ่มอย่างไม่อาจควบคุม
ระหว่างที่เดินทางด้วยกันมาก็ดูเหมือนเธอแค่หลับไป แต่ทำไมจู่ ๆ หญิงสาวปริศนาคนนี้ถึงได้หมดสติไปดื้อ ๆ ก่อนจะลงจากรถ ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแฝงความหรูหรา ร่างเล็กนอนทอดกายอยู่บนเตียง ใบหน้าหวานซีดเซียวไร้สีเลือด เรือนผมเปียกปอนลู่ไปกับหมอนกว้าง
คนที่ยืนมองหัวใจเต้นกระหน่ำรัวระทึกจนเลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน จิตใจที่เคยนิ่งสงบกลับร้อนรุ่มจนแทบจะระเบิด เมื่อเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เธออยู่ในสภาพเสื้อผ้าชุ่มน้ำแบบนี้ คงไม่พ้นโดนพิษไข้เล่นงานแน่ ๆ
ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูหน้าห้องนอนก็ดังขึ้น ปรากฏร่างของป้าอุ่นหัวหน้าแม่บ้านที่เดินนำเข้ามา ด้านหลังมีสองสาวใช้ฝาแฝดวัยรุ่นช่วยกันประคองเข็นกระเป๋าเดินทางใบโตของหญิงสาวปริศนาเข้ามาภายในห้อง แววตาของเด็กสาวทั้งสองเบิกกว้างพลางชำเลืองมองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงสลับกับมองคุณชายใหญ่ของบ้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น
นุ่มกับนิ่มเข้าไปเตรียมน้ำอุ่นใส่กะลามังออกมาจากห้องน้ำ ชุดเดรสเนื้อบางของหญิงสาวปริศนาบัดนี้เปียกโชกจนลู่แนบเนื้อ ปั้นแต่งส่วนเว้าส่วนโค้งของสะโพกอวบกลมกลึงและหน้าท้องแบนราบให้เด่นชัดจนน่าใจหาย ยิ่งไปกว่านั้น สาบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่หลุดลุ่ยแยกออกจากกันเล็กน้อย ยิ่งเผยให้เห็นบราเซียร์สีดำสนิทที่โอบอุ้มเต้าเนื้ออวบอิ่มล้นทะลักโผล่พ้นออกมาอย่างเย้ายวน แม้จะอยู่ในสภาพไร้สติ แต่ความเซ็กซี่ตามธรรมชาติของเธอกลับแผ่ซ่านจนห้องนอนของทิวัตถ์ดูร้อนรุ่มขึ้นมาทันตา
ป้าอุ่นเดินเข้ามาหยุดยืนข้างเตียง ก้มลงมองใบหน้าหวานซีดเซียวที่มีหยดน้ำเกาะพราวตามแพขนตางอนหนา ก่อนจะหันไปรีบตัดบทสั่งการสาวใช้
“นิ่มหยิบชุดของคุณผู้หญิงเค้าออกมาสิ”
“คะ... ค่ะป้าอุ่น” นิ่มรีบกุลีกุจอไปรูดซิปกระเป๋าเดินทาง ค้นหาชุดที่อยู่ในกระเป๋าออกมาวางรอไว้ที่ปลายเตียง ขณะที่นุ่มขยับเข้าไปชุบผ้าขนหนูผืนเล็กในน้ำอุ่น บิดจนหมาดแล้วส่งให้ป้าอุ่นเตรียมลงมือเช็ดคราบความหนาวเย็นออกจากผิวเนื้อขาวผ่องของหญิงสาวปริศนาทันที
“ป้าสายต่อถึงคุณหมออนันต์แล้วค่ะคุณวัตถ์ ตอนนี้กำลังมา อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะถึงค่ะ” ป้าอุ่นรายงานพลางชำเลืองมองหญิงสาวบนเตียงด้วยความสงสารและฉงนใจ
“แล้วนี่... จะให้พวกป้าช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มั้ยคะคุณวัตถ์ เสื้อผ้าเปียกขนาดนี้ ขืนปล่อยไว้ไข้ไม่ลดแน่ ๆ ฝนตกแบบนี้กว่าคุณหมอจะมาถึงอีก”
“เปลี่ยนเลยครับป้า งั้นเดี๋ยวผมจะลงไปรอคุณหมอด้านล่างนะครับ ตรงนี้ฝากป้าดูแลด้วย”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณวัตถ์ เดี๋ยวป้าจัดการให้”
ทิวัตถ์นิ่งไปครู่หนึ่ง จิตใจของเขาร้อนรุ่มจนแทบระเบิดยามที่สบมองสะโพกกลมกลึงผึ่งผายของหญิงสาวปริศนาบนเตียง แต่ความสุภาพบุรุษก็ทำให้เขาหักห้ามใจจากภาพจินตนาการอันวาบหวามนั้นได้
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนไป แต่ภาพเรือนร่างขาวผ่องเปียกชุ่มใต้ร่มผ้าตัวบางของเธอกลับติดตาตรึงใจ ทำลายความสงบของทิวัตถ์ไปจนหมดสิ้น
แสงไฟหน้ารถยนต์คันหรูก็สาดเข้ามาในคฤหาสน์ ทิวัตถ์ที่ยืนกระสับกระส่ายรออยู่ ก็รีบเข้าไปต้อนรับ หมออนันต์ แพทย์วัยกลางคนและเป็นหมอประจำตระกูลของเขามาตั้งแต่สมัยคุณปู่ของทิวัตถ์ยังหนุ่ม ๆ จนกระทั่งส่งต่อความไว้วางใจมาถึงรุ่นหลาน
“ขอบคุณมากครับอาหมอ ฝนตกหนักขนาดนี้ยังอุตส่าห์รีบมา” ทิวัตถ์เอ่ยพลางยกมือไหว้ด้วยความเคารพ ขณะเดินนำคุณหมอเข้ามาในบ้าน
