บทที่ 13 เล่นเกมไล่ต้อน

 กลางดึกในคืนนั้น คนคิดว่าข่มตานอนหลับสู่อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบรัดเอวเธอเอาไว้ทางด้านหลังกันท่ากลัวเธอคิดจะหนี ก็นั้นแหละ เอมิวางแผนการบางอย่างอยากหนีไปจากผู้ชายคนนี้จริง ๆ

โซ่ตรวนพันธนาการข้อเท้าถูกหายไป นี่แหละคือสิ่งที่เขาเรียกกันว่าอิสรภาพ

เอมิเหลือบหางตาเหลียวหันมองคนนอนกอดเธอทางด้านหลัง สัมผัสลมหายใจดังขึ้นสลับสม่ำเสมอ จรดรดซอกคอหลังใบหูของเธอชวนน่าขนลุกขนพองไม่หาย ถือเป็นโอกาสดีที่หนีออกจากผู้ชายอันตรายคนนี้

‘ในเมื่อเอมิพูดความจริงให้คุณอาเบลแล้วแต่ไม่เชื่อฟังกันเอง เอมิจะทนอยู่รอวันที่เห็นคุณเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าสาวตัวจริงอย่างพี่ไอริสได้ยังไง’

ข้อมือเรียวเล็กค่อย ๆ จับแขนของคนนอนหลับสนิทไม่รู้สึกตัว มิคาเอลหลับลึก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนตัวเล็กจับแขนเขาวางพาดลงบนเอวคอดกิ่วออกจากกัน

เอมิไม่มีทีท่าอาลัยอาวรณ์ผู้ชายคนนั้น ไม่มีทีท่าลังเลหันมองเสี้ยวใบหน้าคมสัน เปลี่ยนความคิดของเธอสักครั้ง หญิงสาวสวมชุดใหม่ที่มิคาเอลซื้อมาให้เปลี่ยนแก้ขัดชั่วคราว มือถือถูกเขายึด ติดต่อใครก็ไม่ได้

‘ลาก่อนไอ้เจ้าปีศาจร้าย คุณแต่งงานกับพี่ไอริสก็เหมาะสมกันดี ผีเน่ากับโลงผุ!’

เอมิยิ้มกระหยิ่มใจเมื่อแผนการหลบหนีเป็นไปอย่างราบรื่นกว่าที่คิด เพียงมือบางจับกลอนลูกบิดประตูออกไปอย่างง่ายดาย คิดว่าเขาจะล็อคหรือมีบอดี้การ์ดลูกน้องคอยเฝ้าหน้าประตูห้องเสียอีก

‘ทางสะดวก’

เอมิค่อย ๆ เดินฝ่าความมืดไปอย่างระแวง จนกระทั่งเปิดประตูบานใหญ่ของบ้านพักส่วนตัวของพ่อเลี้ยงมิคาเอลออก ไม่มีเวลาหารองเท้าแตะสวมใส่ ตัดสินใจรีบวิ่งไปจากที่นี่ด้วยเท้าเปล่า

เธอวิ่งออกจากรีสอร์ทภูแมกไม้ไปไกลระยะพอควร เอมิหยุดพักหายใจหายคอ หัวใจเต้นรัวแรง กุมแน่นหน้าอกเมื่อร่างกายอ่อนล้า อาการหอบหืดเริ่มกำเริบขึ้น เธอหยิบยาพ่นบรรเทาอาการทุเลาลงเพียงชั่วคราว

“หนีออกจากบ้านนั้นได้แล้วสิ ต่อไปก็วิ่งออกให้อยู่บนถนน”

เผื่อโชคดีเจอรถวิ่งผ่านไปผ่านมากลางดึก เอมิอาจขอนั่งติดรถออกจากเขตนี้ ทว่าดันโชคซวยเมื่อท้องฟ้ามืดค่ำไม่มีเค้าว่าฝนจะตกกลับมีเม็ดฝนตกลงโปรยปรายปกคลุมทั่วบริเวณพงหญ้าแถวนั้น

“ทำไมฝนตกมาเอาตอนนี้ได้นะ?”

เอมิได้ยินเสียงฝีเท้าบางอย่างกำลังใกล้คืบคลานเข้ามา หรือว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัว วินาทีนั้นหญิงสาวสับเท้าซอยวิ่งออกจากบริเวณนี้โดยไม่คิดหันกลับมองด้านหลัง

เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เท้าสองข้างสกปรกถูกเศษหินเศษดินตำ เป็นเพราะก่อนหน้าเอมิไม่เคยสวมใส่รองเท้าเดินออกมาด้านนอกบ้าน สะดุดข้อเท้าล้มลงกับพื้นถนนคอนกรีต ก้นจ้ำเบ้าทิ่มแทง น้ำตานองหน้า บัดซบชีวิตตัวเองในยามฝนตกกระหน่ำ

เนื้อตัวกายสาวสั่นสะท้าน เปียกปอนด้วยฝน แสงไฟจากหน้ารถกำลังขับมาใกล้ชนร่างเล็กรุนแรง

เอมิเจ็บข้อเท้าขยับถอยหนีต่อไปไม่ได้ อดคิดต่อว่าเธอน่าถูกรถชนตายจากโลกใบนี้ซะก็ดี จะได้ไม่ต้องเป็นตัวซวยให้ใครต้องว่า

“ระวัง!”

เอี๊ยด!

“กรี๊ด!”

เอมิหลับตาแน่นรับความเจ็บปวด ภายในใจสิ้นหวังเตรียมตัวจะตาย แต่สัมผัสความอบอุ่นของอ้อมแขนที่กอดเธอเอาไว้กลิ้งออกจากกลางถนน เธอลืมตามองคนมาช่วยเธอรอดพ้นจากมัจจุราชหวุดหวิด

ก็คือเขา พ่อเลี้ยงมิคาเอล

“ไม่บาดเจ็บอะไรใช่ไหม ถ้าผมช่วยไอริสไม่ทัน ป่านนี้เธอคงกลายเป็นผีเฝ้านรกแล้วละ”

“คุณอาเบล นี่คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“จะตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ เอาเป็นว่าฉันรู้เท่าทันแผนการหนีกระจอก ๆ ของแม่นกน้อยอย่างเธอ”

“คุณรู้ แต่คุณก็ยอมให้ฉันหนี”

เอมิเฉลียวใจขึ้นมา ก็ว่าอยู่ทำไมแผนการหนีจากปีศาจร้ายอย่างเขามันง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก ที่แท้มิคาเอลจงใจให้เธอตายใจ คิดว่าหนีจากเขาสำเร็จแล้วเชียว

น่าโมโหและน่าเจ็บใจ!

“การไล่ต้อนมันสนุกนี่น่า ฉันแค่อยากเล่นสนุก วิ่งไล่จับกับเธอ แล้วบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า”

เอมิก้มมองดูตัวเองพบว่าไร้บาดแผล เพราะมิคาเอลเอาตัวบังหญิงสาวนอนกลิ้งออกจากถนน ลดแรงของการกระแทกพื้นคอนกรีต แถมรถบรรทุกคันนั้นก็วิ่งไปไกลไม่คิดรับผิดชอบผู้บาดเจ็บ

“ฉันไม่เป็นอะไร แต่คุณ...เลือดออก”

“แผลแค่นี้จิ๊บจ๊อบ ฉันเคยเจอแผลหนักกว่านี้ตั้งเยอะ”

วิถีของพ่อเลี้ยงมาเฟียเสี่ยงตกอันตราย ถูกพวกศัตรูเข้าเล่นงาน มิคาเอลเจอบาดแผลทุกรูปแบบ แผลถลอกแขนข้างซ้าย ไม่มีเลือดออกนั้น กลับไม่ระคายผิวหนาของเขาสักนิด

มิคาเอลชินชากับบาดแผลภายนอกพวกนี้แล้ว กะอีแค่เมียหนีก่อนงานแต่ง ไม่รอดพ้นสายตาจากเขาแน่ ๆ

“แล้วคุณจะมาปกป้องเอมิทำไม ในเมื่อเอมิต้องการจะหนีจากคุณอาเบล เอมิไม่ใช่คนที่คุณจะต้องการด้วยสักหน่อย”

“ต่อให้เธอจะโกหกแอบอ้างเอาชื่อคนอื่น ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยไอริสหลุดมือ รู้อะไรไหม อะไรที่ฉันหมายตาเอาไว้แล้ว ไม่มีทางหนีรอดสักราย!”

สุดท้ายแผนการหลบหนีจากรีสอร์ทภูแมกไม้ของพ่อเลี้ยงมาเฟียโรคจิตก็ล้มเหลว คนบอกว่ามีบาดแผลถลอกบริเวณต้นแขนซ้าย ช้อนอุ้มร่างเล็กตวัดเข้าแนบอกแกร่ง ในสภาพเนื้อตัวเปียกปอนทั้งคู่ คาดการณ์ว่าฝนอาจจะตกหนักตลอดคืน

อาการหนาวสั่น สภาพร่างกายของเอมิอ่อนแอทุกเดิม เพิ่งเจอตากฝนหนักขนาดนี้ครั้งแรก เธอเป็นไข้ภายในวันพรุ่งนี้เช้า เนื้อตัวร้อนจี๋ ตอนนี้หญิงสาวนอนหลับไม่ได้สติ เขาสั่งป้าอวบอิ่มคอยดูแลว่าที่เจ้าสาว

มิคาเอลจัดการลงโทษคนดื้อพยศคิดจะหนี คราวนี้ไม่ใช่แค่ล่ามโซ่ข้อเท้าอย่างเดียว สองมือถูกผ้าหนาสีขาวมัดเอาไว้ป้องกันอีกชั้น ว่าที่เจ้าสาวป่วยหนัก ทำเอางานแต่งถูกเลื่อนออกไปก่อนหนึ่งวัน

ทำเอาเอมิรู้สึกตื่นจากพิษไข้พอทุเลาลงบ้างเล็กน้อย หันมองป้าอวบอิ่มคอยเฝ้าเช็ดตามตัว ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของปีศาจร้ายมิคาเอล เขาไม่คิดจะปล่อยเธอไปตามคำพูดจริง

“ป้าอวบอิ่ม ช่วยเอมิแก้มัดมือหน่อยได้ไหมคะ เจ้านายของป้าใจโหดเหี้ยมอำมหิต ทำเหมือนเอมิไม่ใช่คน ที่เอมิทำก็เพราะไม่ใช่คนที่เขาจะแต่งงานด้วย ป้าต้องเชื่อใจเอมินะคะ แค่ก ๆ”

คนป่วยเปล่งน้ำเสียงระโหย เอ่ยขอร้องป้าอวบอิ่ม ป้าเป็นคนใจดีพาลนึกถึงอดีตแม่นมหนิง เธอไม่อยากอยู่ขุมนรกที่นี่กับเขา

“คุณหนูเอมิอย่าเพิ่งพูดตอนนี้เลยค่ะ คุณหนูเพิ่งหายจากไข้นะคะ”

เอมิยิ่งเกลียดชังผู้ชายคนนั้น แม้แต่ชื่อเธอยังไม่อยากเอ่ยเรียกให้มันเป็นเสนียดปาก แล้วเธอป่วยแบบนี้ แล้วงานแต่งในอีกพรุ่งนี้ล่ะ

“นายขอเลื่อนงานแต่งไปก่อน รอคุณหนูเอมิหายจากการอาการป่วยนะคะ คุณหนูเป็นยังไงบ้างคะ”

“อยากเข้าห้องน้ำนะคะ ป้าช่วยพาเอมิไปหน่อยได้ไหม แก้มัดออกเถอะ เอมิไม่คิดจะหนีเหมือนคราวนั้นอีกแล้ว”

“คนอย่างเธอมันเชื่อถือไม่ได้ ถ้ายิ่งแกะผ้าออกมา เธอคิดจะทำร้ายป้าอิ่มแล้ววิ่งหนีออกจากที่นี่ ฉันนี่แหละจะเป็นคนพาเธอเข้าห้องน้ำเอง”

“นาย!”

“ผมขอบคุณป้าอิ่มมากที่ดูแลเมียแทนผม ต่อจากนี้ผมจะเป็นคนดูแลเมียผมเองตามประสาผัวเมียกันนะ”

“ค่ะนายใหญ่”

เอมิไม่แม้หันมองหน้าผู้ชายคนนั้น เมื่อไร้คนคิดมาช่วยเธอ คนถูกมัดมือและล่ามโซ่เท้าเอาไว้กักขังหน่วงเหนี่ยวที่ห้องเบือนหันหน้าหนีทางอื่น

“หายดีแล้วนี่ ดูแล้วก็ไม่เป็นไข้อะไรหนักมาก มีแรงออกไปแต่งงานกับผัวในวันพรุ่งนี้สิ”

“ทำไมไม่ปล่อยให้เอมิตาย ๆ ไปซะ จะได้ไม่ต้องมาทรมานต้องมาอยู่กับคุณ”

“แต่งงานกับผมมันอึดอัดใจมากหรือไงกันคุณหนูไอริส ตัวก็ไม่ร้อนแล้ว เถียงผมฉอด ๆ แสดงว่าร่างกายแข็งแรงดี เหมาะที่จะแต่งงานในวันพรุ่งนี้”

“เลิกพล่ามสักที เอมิไม่คิดจะแต่งงานกับคุณ คุณนี่โง่ไม่ยอมเชื่อฟังคำพูดของคนอื่น ชอบเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ต่อให้พี่ไอริส เป็นคู่หมั้นของคุณ พี่ไอริสไม่มีทางเอาคุณทำผัวแน่นอน โอ๊ย! เจ็บนะคุณอาเบล!”

“จะแต่งหรือไม่แต่ง เธอก็เป็นของฉันมานานแล้ว อย่าคิดหนีซะให้ยาก ไม่อย่างนั้นคนที่จะเดือดร้อนคือพ่อแม่ของเธอ”

เอมินิ่วหน้ากับแรงมือหนาจับบีบลำคอเล็กเป็นรอบที่สอง ทว่ารอบแรกไม่ได้บีบแรงกว่ารอบนี้ เขาบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก กระแทกเข้าผนังหัวเตียงจนเจ็บหัวด้านหลัง เขามันซาดิสม์ ชอบความรุนแรงกับคนอื่นไร้ทางสู้

“หึ ถึงวันงานแต่งวันนั้น แล้วคุณอาเบลต้องเสียใจ กักขังเอมิไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเอมิคือเอมิ ไม่ใช่ชื่อพี่ไอริส”

มิคาเอลผ่อนคลายแรงบีบลำคอขาวผ่องลง ใช้ปลายนิ้วไกล่เกลี่ยพวงแก้มนวลชมพู เขาขอโทษอีกฝ่ายในใจเผลอควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ เพราะเธอดื้อพยศ ไม่ยอมเชื่อฟังเขาก่อน ใจจริงเขาก็ไม่อยากทำร้ายคนที่เขารัก

รู้สึกระคายเคืองหู ได้ยินอีกฝ่ายเรียกแทนตัวเองย้ำ ๆ ว่าเอมินี่แหละ มิคาเอลเก็บความสงสัยไว้ก่อนเอามือออก

“จะไปเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันพาไป”

“ไม่ต้องเลยคุณอาเบล”

“ถ้าเธอคิดขัดคำสั่งผัว หรือคิดหนี ไม่อย่างนั้นงานแต่งทั้งหมดจะต้องถูกยกเลิก อยากให้พ่อแม่ของเธอเดือดร้อนเพราะเธออย่างนั้นเหรอ ไอริส!”

คำข่มขู่ของมิคาเอลได้ผล กายแกร่งตวัดช้อนอุ้มร่างคนป่วยในท่าเจ้าหญิงเข้าห้องน้ำ แม้เอมิเขินอายแก้กางเกงต่อหน้าผู้ชาย ทว่าคนหน้าด้านบอกว่าเราสองคนมีอะไรกันมากกว่าจูบ แค่นี้ไม่จำเป็นต้องอาย

วันพรุ่งนี้คือวันที่เอมิจะพิสูจน์ความจริงว่าสิ่งที่มิคาเอลคิดนั้นผิด ภาวนาให้พี่สาวกลับมาทันงานแต่งด้วย เอมิจะได้หลุดพ้นว่าที่เจ้าสาวตัวแทนของเขาเสียที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป