บทที่ 3 สิ่งที่คิดกับความเป็นจริง
ในขณะเดียวกัน บ้านตระกูลสารัชมินท์
ด้านหลังบ้านมีแปลงสวนดอกกุหลาบสีขาวเล็ก ๆ เธอกำลังชมดอกกุหลาบที่ปลูกเองด้วยความอารมณ์ดี สถานที่ที่ทำให้เธอปลอดภัย ปลอดภัยดีกว่าอยู่ภายในคฤหาสน์จอมปลอม แต่ข้างในกำลังพบเจอวิกฤตหนัก
ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่เคยมองเธอเป็นลูกคนหนึ่ง
โดยเฉพาะพี่สาวคนโตเกลียดชิงชังเธอเข้าไส้ อยากให้เธอตาย อยากกดขี่ขมเหงให้อยู่แต่ในบ้านหลังนี้ตลอดด้วยซ้ำ
“คุณเอมิ ทำไมเดินออกไปตากแดดแบบนั้นคะ ป้าเป็นห่วง ถ้าโรคกำเริบขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ”
“หนูไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าหนิง ถึงหนูจะเป็น พวกเขายิ่งดีใจที่เห็นหนูตาย ๆ ออกจากบ้านหลังนี้สักที”
“คุณหนูเอมิของป้า พวกเขาเป็นพ่อแม่และพี่สาวแท้ ๆ ของคุณหนูนะคะ”
“พวกเขาไม่เคยเห็นหนูเป็นลูก พวกเขาไม่เคยต้องการหนูตั้งแต่แรก ถ้าหากหนูเกิดมาเป็นลูกผู้ชายอย่างที่พวกเขาต้องการคงจะดีกว่านี้”
ดวงตากลมโตอ่อนไหวสั่นระริกเต็มไปด้วยน้ำตา เอมิ สาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น แต่เรื่องภาษาญี่ปุ่นเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเอลล่า ย้ายมาอยู่กับสามีที่นี่ยี่สิบกว่าปี สร้างครอบครัวมีลูกด้วยกันสองคน เธอและพี่สาวพูดภาษาบ้านเกิดของแม่ไม่ได้เลย
ยกเว้นหน้าตาของหญิงสาวค่อนข้างไปทางแม่ ส่วนพี่สาวคนโตหน้าตาเอเชียได้พ่อมา ทั้งแม่ทั้งพี่สาวต่างจงเกลียดจงชัง มองหล่อนเป็นเพียงเศษขยะชิ้นหนึ่ง
ในบ้านสารัชมินท์ ไม่มีใครรักและไม่ต้องการเธอ มีเพียงอดีตแม่นมที่ชื่อป้าหนิงคอยดูแลคุณหนูน้อยอ่อนต่อโลกคนนี้ เมื่อวานทะเลาะกับพ่อ ทำร้ายร้านขนมเล็ก ๆ เกิดจากน้ำพักน้ำแรง เธอเสียใจจึงนั่งซึมเศร้าอยู่แปลงสวนดอกกุหลาบสีขาว
สาเหตุที่ทำลายข้าวของในร้านพังเสียหาย พี่สาวเอมิอาจอิจฉาน้องสาวที่ได้แฟนหนุ่มดี จิรทีปต์ ทายาทนักธุรกิจชื่อดังปลอมตัวเป็นคนขับรถแท็กซี่ ตกหลุมรักกับความน่ารักใสซื่อ เอมิตอบตกลงเป็นแฟนกัน
ทั้งที่ไอริส พี่สาวเธอมีคู่หมั้นคู่หมาย ลูกชายเพื่อนพ่อ ได้ข่าวว่าเป็นถึงเจ้าของรีสอร์ทขนาดใหญ่อยู่แล้ว
เอมิไม่เคยรู้จักหรือไม่เคยเห็นหน้าคู่หมั้นพี่สาวด้วยซ้ำว่าเป็นคนนิสัยใจคออย่างไรกัน
“คุณหนู ป้าเข้าใจนะคะว่าคุณหนูรู้สึกยังไง แต่เขาก็เป็นพ่อแม่ของคุณหนูนะคะ”
ป้าหนิงจับจูงมือของหญิงสาวหลบมานั่งร่ม เห็นอาการไม่ค่อยสู้ดี เอมิเกิดมามีโรคประจำตัวซึ่งก็คือโรคหอบหืด รักษาไม่หาย ได้แต่ไปหาหมอกินยาบรรเทาอาการ ร่างกายไม่แข็งแรง
ตอนแม่เอมิท้องพยายามกินยาขับเลือดเพื่อแท้งเอาเด็กออก หลังรู้ว่าได้ลูกสาว ไม่ใช่ลูกชายดั่งที่หวังไว้
ทว่าการทำแท้งก็ไม่สำเร็จ เอมิคลอดออกก่อนกำหนด ผลของการกินยาขับเลือดทำเอาสุขภาพร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็ก ไม่เคยได้รับนมจากอกแม่สักครั้ง มีแต่อดีตแม่นมหนิงคอยเลี้ยงดูจนโต
“หนูไม่เป็นอะไรแล้วคะป้าหนิง” เอมิส่งรอยยิ้มอ่อนโยน
“แล้วคุณทีปต์ไม่ได้เข้ามาหาคุณหนูของป้าเหรอคะ”
เกิดเรื่องเมื่อวาน จิรทีปต์ แฟนหนุ่มของคุณหนูเอมิของป้าหนิงเข้ามาเกลี้ยกล่อมพูดกับบิดาคุณหนูเรื่องเจรจาการสู่ขอ
เขาทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมหยาบคายบุพการีทำร้ายจิตใจบุตรสาวคนเล็ก ดึงตัวแฟนสาวออกจากบ้านนรกเร็วที่สุด ทว่าไอริส คนเป็นพี่สาวไม่อยากให้น้องสาวได้ดีไปกว่าเธอ
“วันนี้พี่ทีปต์เขาส่งข้อความมาบอกเอมิแต่เช้าแล้ว ว่าจะเข้าโรงแรม เคลียร์เรื่องงานเพื่อจะได้มีเวลาว่างมาคุยกับคุณพ่อคุณแม่นะคะ”
จิรทีปต์ เป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย ที่หลงรักเอมิเพราะความน่ารัก ความใจดี อ่อนโยน แม้แต่ไอริสจะพยายามเอาชนะใจทายาทนักธุรกิจหนุ่มชื่อดังมากก็ทำไม่สำเร็จ ไอริสยิ่งอยากเอาชนะน้องสาวกาฝาก จงเกลียดจงชังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่
‘แกมันตัวซวย แกเกิดมาทำให้ครอบครัวเราตกอับ ธุรกิจพ่อก็ฟ้องล้มละลาย แกไม่น่าเกิดมาเลย ทำไมไม่ตาย ๆ ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ซะ แกไม่ควรจะได้รับความรักจากใคร แม้แต่ผู้ชายดี ๆ สักคน ฉันเกลียดแก นังเอมิ’
คำพูดของพี่สาวเอ่ยกรอกหูเอมิตอกย้ำทุกวัน ตอนนี้ภูมิต้านทานของหญิงสาวชินแล้ว ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น
“ป้าดีใจนะคะที่มีคนที่ดีรักคุณหนูอย่างคุณทีปต์ ป้าอยากให้คุณหนูหลุดพ้นจากบ้านหลังนี้เต็มแก่แล้ว”
“คุณป้าคะ”
เอมิเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันเบนสายตาหันมองเห็นร่างเพรียวสูงระหง ตามเนื้อตัวมีของแบรนด์เนมจงใจเดินเข้ามาใกล้ เธอกลัวถูกพี่สาวใจมารหาเรื่องกลั่นแกล้ง
แต่ผิดคาด ท่าทางนอบน้อมของไอริสทำเอาน้องสาวแปลกใจ
“น้องเอมิ เรื่องเมื่อวานพี่ขอโทษนะ”
“พี่ไอริส”
“คุณหนูอย่าเพิ่งไปนะคะ ป้าไม่ไว้ใจคุณไอริส”
กลายเป็นเอมิหันมาส่งรอยยิ้มหวานแทน เข้าใจความรู้สึกป้าหนิงห่วงเธอดี แต่ไว้วางใจพี่สาว
“ไม่เป็นไรค่ะป้าหนิง ยังไงหนูกับพี่ไอริสคือพี่น้องกัน และพี่ไอริสไม่คิดจะทำร้ายหนูหรอกค่ะ”
เอมิตกใจมองเห็นรอยคราบน้ำตาของพี่สาว ตั้งคำถามในใจว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อแม่ตามใจพี่ไอริสมาตลอด แล้วเรื่องอะไรทำเอาพี่สาวร้องห่มร้องไห้คล้ายถูกบีบบังคับฝืนใจ
“ฮึก พี่ขอโทษนะเรื่องเมื่อวาน พี่ถูกแม่บังคับนะ น้องไม่โกรธไม่แค้นพี่ ให้อภัยพี่ใช่ไหม เรากลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนกันนะ”
“ใจเย็น ๆ ก่อน มีอะไรกัน น้องไม่คิดจะโกรธพี่เลยนะคะ”
“พี่ผิดเองที่ทำให้พ่อโกรธทำร้ายพังข้าวของร้านขนมของน้องเอมิ พี่ไม่ได้ตั้งใจเลยนะ น้องต้องเชื่อพี่นะน้องเอมิ”
ไอริสสะอื้นหนักเดือดร้อนจนน้องสาวพาพี่สาวที่เคยเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ หลงตัวเองเป็นที่หนึ่ง ชอบกลั่นแกล้งดูถูกเธอทุกวัน นั่งร้องไห้ให้เธอเห็นครั้งแรกกลับนั่งศาลาริมสวนดอกไม้
“ถ้าอย่างนั้นป้าจะเอาไปชามาเพิ่มให้คุณหนูไอริสนะคะ”
เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง สายตาเคยสงสารเห็นใจของเอมิกลับแปรเปลี่ยนเป็นแววตาราบเรียบเย็นชา รู้เท่าทันมารยาทหญิงของพี่สาวดีว่าอีกฝ่ายเสแสร้ง
“ป้าหนิงออกไปแล้ว พี่เลิกร้องไห้แกล้งบีบน้ำตาเถอะค่ะ พี่ต้องการอะไรจากเอมิก็พูดมา”
ไอริสหยุดร้องสะอื้น ปาดเช็ดคราบน้ำตาออก เงยหน้าขึ้นมามองน้องสาวร่วมสายเลือดที่เกลียดชังไม่เปลี่ยนแปลง เกลียดยังไงก็เกลียดเหมือนเดิม
นังเด็กกาฝากติดอยู่ในท้องแม่เท่านั้น
“รู้ดีจังเลย สมแล้วที่เป็นน้องสาวฉัน ความจริงพ่อแม่เรียกฉันให้ไปดูตัวคู่หมั้นตัวเองคืนนี้ แต่ฉันไม่อยากหมั้นกับไอ้พ่อเลี้ยง เจ้าของรีสอร์ทกระจอก ๆ ลูกชายเพื่อนพ่อแบบนี้ อายุน่าจะรุ่นราวคราวพ่อ ฉันไม่อยากแต่งงานกับหนุ่มรุ่นใหญ่ อายเพื่อนตาย แกช่วยไปดูตัวแทนฉันได้มั้ย แค่คืนนี้คืนเดียว เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าไม่ถูกใจ จะยกเลิกการหมั้น”
คำขอร้องจากพี่สาว เอมิทำสีหน้าหนักใจ เธอไม่ใช่ตัวแทนพี่สาวต้องไปดูตัวคู่หมั้นแทน ก็เข้าใจความรู้สึกไอริสดี ไม่มีผู้หญิงวัยสาววัยสวยต้องจมปลักแต่งงานกับพ่อเลี้ยงแก่คราวลุง เธอเองก็เช่นเดียวกัน
คำว่าพ่อเลี้ยง ไม่ใช่สเปก เอมิสาบานกับตัวเองว่าจะเอาพ่อเลี้ยงทำสามีตัวเองโดยเด็ดขาด
“แต่ทางนั้นเขารู้ชื่อพี่ไอริสแล้วนี่ จะให้เอมิไปดูตัวแทนได้ยังไง แล้วคุณพ่อคุณแม่จะยอมเหรอ”
“ไม่ยอมก็ต้องยอม เพราะฉันจะให้เอมิสวมรอยเป็นฉัน เรียกแทนตัวเองว่าไอริส เพื่อไม่ให้ทางนั้นจับได้ว่าพวกเราโกหก”
เอมิคิดตาม ครอบครัวสารัชมินท์ออกสื่อมีเพียงลูกสาวคนเดียวซึ่งก็คือไอริส พวกท่านไม่คิดนับญาติเอมิเป็นลูกอีกคน เพราะอย่างนั้นครอบครัวฝั่งเพื่อนคุณศรันย์ พ่อของเธอ จึงไม่รู้ว่าบ้านนี้มีลูกสาวสองคน
แผนสวมรอยเป็นลูกคุณหนูไอริส ทายาทคนเดียวของบ้านสารัชมินท์ง่ายเล็กเพียงนิดเดียว
“แต่ว่าเอมิไม่อยากโกหกใคร ถ้าเกิดเขาจับได้ขึ้นมา คนที่จะเดือดร้อนคือเอมิ ไม่ใช่พี่ไอริส”
“แกก็อย่าทำตัวโง่ ปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มโป๊ะแตกให้เขาจับได้สิ ยังไงแกก็ต้องไปดูตัวแทนฉัน คืนนี้ฉันไม่ว่าง นัดเพื่อนไว้ด้านนอก แกต้องไปแทนฉัน”
“พี่ไอริส จะพาเอมิไปไหน”
“ไปแปลงโฉมสวมรอยเป็นฉันน่ะสิ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แล้วฉันจะไม่เปลืองน้ำตาร้องไห้ขอร้องแกอีกเลย”
เอมิยอมให้พี่สาวจอมบงการจับจูงมือพาเข้าไปแต่งตัวสวมรอยเป็น ไอริส นั่งนิ่ง ๆ สวมชุดเดรสกระโปรงสั้นมองเห็นขาอ่อน สวมรองเท้าส้นสูงสีแดง กระเป๋ายืมใช้ของแบรนด์เนม ท่องจำไว้ขึ้นใจว่าเธอชื่อไอริส
เพราะยอมตามใจพี่สาว ถึงกับยกเลิกนัดแฟนหนุ่ม ทีแรกจิรทีปต์ชวนเอมิไปกินข้าวเย็นด้านนอกคุยเรื่องเจรจาสู่ขอเธอจากพ่อแม่ พี่ทีปต์เข้าใจว่าติดธุระ เอมิถอนหายใจยืนด้านในห้องอาหาร สถานที่นัด รู้สึกผิดที่โกหกแฟนหนุ่ม
ใกล้ถึงเวลานัด คู่หมั้นของพี่สาวกำลังจะมา เอมิหมุนตัวกำลังเข้าห้องน้ำเพื่อระงับความตื่นเต้น ดันสะดุ้งค้าง เจอร่างสูงใหญ่เข้ามาพอดี ฝั่งนั้นก็ตกตะลึงเหมือนกัน
มิคาเอลไม่เคยเจอคู่หมั้นสาวของตนสักครั้ง คิดว่าคงเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจ วินาทีแรก เขารู้สึกประหลาดใจ เหมือนตัวเองเจอของเล่นชิ้นใหม่ ประทับใจแต่แรกเห็น
สิ่งที่คิดกับความเป็นจริง ต่างลิบลับ เธอสวยอ่อนหวาน กระแทกใจพ่อเลี้ยงมาเฟียหนุ่ม เหมือนเขาเจอแล้ว ผู้หญิงคนที่ใช่ ตรงตามสเปก
“เอ่อ คุณ” สาวน้อยประหม่าแก้มแดงระเรื่อ
“คุณใช่ไอริส คู่หมั้นของผมหรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ แล้วคุณคือ...”
“มิคาเอล ชื่อคู่หมั้นของคุณ”
มิคาเอล พ่อเลี้ยงมาเฟียใจเหี้ยมโหดคนนั้นน่ะเหรอ ภาพในหัวครั้งแรกของสาวน้อยเอมิ พ่อเลี้ยงแก่รุ่นลุงคราวพ่อ แต่ทำไมตรงหน้ากลับกลายเป็นชายหนุ่มรูปหล่อดูดี สูงกว่าเธอเหมือนเสาหลักกิโล
คู่หมั้นของพี่สาวแตกต่างกับความคิดไว้สิ้นเชิง!
