บทที่ 8 เลิกกันเถอะ

เมื่อเห็นรถยนต์ของพ่อเลี้ยงจอมบงการอย่างมิคาเอลขับแล่นออกจากบริเวณหน้าคฤหาสน์กำลังถูกธนาคารฟ้องยึดเอาทรัพย์สิน ถ้าหากเพื่อนพ่อไม่เข้ามาช่วยจ่ายส่วนหนี้ที่เหลือ พวกเราทุกคนอาจไม่มีที่ซุกหัวนอน

เอมิแอบหลบหลังผ้าม่านหน้าต่างกระจกบานใส ก่อนผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ทว่ายังไม่ขยับตัวทำอะไรมาก็เจอแรงกระชากของแม่

“นังลูกกาฝาก แกไปทำอะไรที่นั่น ยังดีที่ลูกไอริสโทรมาบอก ไม่อย่างนั้นฉันกับพี่ศรันย์คงทำแผนแตกตั้งแต่แรกแล้ว”

“คุณแม่”

เอมิยกมือตัวเองลูบรอยตบประทับลงบนแก้มใส เธอชินชาแล้วกับการตบตีของแม่ เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจท่าน เจ็บ เจ็บจนทนแทบไม่ไหว อยากร้องไห้กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมา

พวกท่านไม่เคยรัก ไม่เคยต้องการ โดยเฉพาะแม่บังเกิดเกล้าแท้ ๆ ยังทำร้ายเธอไม่ให้เกิดมา ยังดีที่เอมิดวงแข็ง ออกมาเป็นบุคคลไร้ตัวตน

“ติดต่อพี่สาวแกได้หรือยัง เพราะแกมันอิจฉาพี่สาวตัวเองสินะ ลูกไอริสถึงยอมส่งตัวแกไปดูตัวเขาแทน แต่แกก็เป็นแค่ตัวแทน เพราะลูกไอริสกลับมา ก็หมดหน้าที่ลูกกาฝากอย่างแกแล้ว”

เอลล่าไม่อยากหันมองหน้าลูกสาวคนเล็ก พวกเขาไม่ต้องการเด็กนี้เกิดมาแต่แรก ทันทีที่ได้ลูกสาวคนแรกชื่อไอริส สามีของเธออยากได้ลูกชายเพื่อสานต่อธุรกิจในอนาคต

และพอลูกสาวอีกคนเกิดมา ก็ประจวบเหมาะธุรกิจของสามีล้มละลาย ศรันย์หงุดหงิดถูกหุ้นส่วนโกงเอาเงินหมด

ทุกคนพาลเกลียดชัง หาว่าเด็กหญิงที่ชื่อเอมิเป็นตัวกาลกิณี ไม่อยากเห็นหน้าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

“คุณแม่ หนูไม่รู้เรื่องอะไรนะคะ เมื่อวานจู่ ๆ พี่ไอริสก็เข้ามาขอโทษหนูเรื่องร้านขนมของหนู แล้วพี่ไอริสลากหนูไปแต่งตัว ขอร้องให้หนูไปนัดดูตัวคู่หมั้นแทนพี่ไอริส ซึ่งตอนนี้หนูก็ยังติดต่อพี่เขาไม่ได้ โอ๊ย!”

“ลูกสาวของฉันไม่มีทางตกต่ำเอ่ยปากขอร้องให้แกช่วยไปดูตัวคู่หมั้นของเธอแทนเด็ดขาด แกอิจฉาริษยาพี่สาวแกที่จะได้แต่งงานเป็นถึงพ่อเลี้ยง ลูกชายของเพื่อนพ่อแก เลยอาสาไปดูตัวแทนสินะ”

“เอมิมีพี่ทีปต์แล้ว คิดจะอยากได้ของของคนอื่นไปทำไมกันคะคุณแม่” เอมิไม่กล้าเอ่ยสวนตอบกลับมารดาต่อเพราะกลัวถูกรอยฝ่ามือตบของเอลล่าซ้ำเป็นครั้งที่สาม

“อย่ามาเรียกฉันว่าแม่ ฉันไม่คิดว่าแกเป็นลูกของฉัน”

เอลล่าโกรธจัดต่อลูกกาฝากอาศัยครรภ์ของเธอเท่านั้น หล่อนไม่มีวันรักลูกคนนี้ เพราะตอนท้องเอมิ สามีเธอไม่เคยสนใจ เพียงเธอไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายอีกคนตามที่ศรันย์ต้องการได้อีก

พวกเขาต่างรู้อยู่แล้ว จิรทีปต์คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง เอมิจะอิจฉาริษยาพี่สาวมีคู่หมั้นเป็นพ่อเลี้ยงเจ้าของรีสอร์ทชื่อดังได้อย่างไรกัน

และก่อนฝ่ามือของมารดาแท้จริงตวัดตบใบหน้าลูกกาฝากที่ไม่ต้องการ ไม่เคยรักแต่แรก ป้าหนิงเข้ามาห้ามคุณนายของบ้าน ไม่ให้ทำร้ายคุณหนูคนเล็กเพิ่มมากกว่านั้น

“หยุดเถอะค่ะคุณนายเอลล่า คุณหนูเอมิไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าทำร้ายตบตีคุณหนูเลย ยังไงคุณหนูเอมิก็เป็นลูกแท้ ๆ ของคุณนายนะคะ”

“ป้าหนิง”

“คุณหนูเอมิของป้าเจ็บบ้างไหมคะ” เอมิซาบซึ้งใจ ทุกครั้งแม่นมของเธอรักเสียมากยิ่งกว่าแม่แท้ ๆ คนหนึ่ง

“ฉันไม่นับมันว่าเป็นลูกฉัน ตั้งแต่ฉันท้องมัน ฉันพยายามทำทุกวิถีทางขับแกตายไม่ให้ออกมาลืมตาดูโลกแต่แรกเกิด แต่แกมันดื้อด้านอยากเกิดออกมาเอง เป็นเสี้ยนหนามตำใจฉันกับลูกไอริสแบบนี้ไง”

“พอเถอะคุณ ขืนตีลูกไปก็ไม่มีประโยชน์ คนที่ก่อเหตุคือไอริส ลูกสาวคนโตของเรานะเอลล่า ตอนนี้คุณติดต่อลูกได้หรือยังล่ะ”

ศรันย์ทนมองดูภรรยาทำร้ายตบตีลูกสาวคนเล็กไม่ไหว ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยสนใจใยดีเอมิ เปรียบเสมือนเธอคือบุคคลไร้ตัวตน

เขาแค่ไม่อยากมองเห็นภาพไร้สาระรกหูรกตา

“นี่พี่ศรันย์! พี่เปลี่ยนใจหันมาเข้าข้างลูกที่ไม่เคยอยากได้แต่แรกเหรอคะ หรือเกิดสงสารเห็นใจมันขึ้นมากันแน่”

“เรื่องผ่านมาแล้ว ตอนนี้คุณก็ทำกับลูกเกินไปหน่อย ถึงยังไงเอมิก็เป็นลูกโดยสายเลือดแท้ ๆ ของคุณ คุณก็ปฏิเสธความจริงข้อนี้ไม่ได้หรอก”

“พี่ศรันย์ ฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้าลูกไอริสได้เป็นฝั่งเป็นฝา แต่งงานย้ายไปอยู่บ้านพ่อเลี้ยงมิคาเอลเมื่อไหร่ แกต้องอยู่รับใช้พวกฉันที่นี่ตลอด อย่าหวังว่าจะได้แต่งงานกับคุณจิรทีปต์ ฉันไม่มีวันยอมให้แกได้ดีกว่าลูกไอริสแน่นอน”

เอมิไม่แม้เงยหน้ามองมารดากำลังโกรธจัดตรงหน้าเดินออกจากตรงนี้ ศรันย์มองลูกสาวคนเล็กว่าพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทีแรกช่วงธุรกิจล้มละลาย

เขาไม่เคยสนใจเอมิ พอนานวันเข้าเห็นพฤติกรรมร้ายกาจของเมียกับลูกสาวคนโตคอยกลั่นแกล้งเอมิ อดนึกสงสารเด็กสาวตัวเล็ก ๆ เกิดมาในยามที่ไม่มีใครต้องการ ต้องใช้ชีวิตไร้รัก อย่างโดดเดี่ยว

ศรันย์ละอายใจตนเองว่าเป็นพ่อที่เลวทรามมาก

“ป้าหนิงฝากดูแลเอมิให้ดี ๆ ด้วย เรื่องไอริส ฉันจะจัดการเอง อยู่แต่ในห้อง ห้ามออกมาเด็ดขาดภายในวันพรุ่งนี้”

ไม่อย่างนั้นความลับแตก พรุ่งนี้มิคาเอลอาจแปลกใจเห็นคู่หมั้นหน้าเปลี่ยนไป แล้วพวกเขาค่อยเล่าความจริงเองว่ามีลูกสาวสองคนแทน

“ค่ะคุณท่าน ไปเถอะค่ะคุณหนู”

เอมิเสียใจหนักถูกพ่อแม่ด่าต่อว่าเป็นความผิดของเธอ ทว่ายิ่งพูดพวกเขายิ่งไม่ฟัง ดังนั้นไม่พูดดีกว่า

สาวน้อยไม่แม้มองหน้าพ่อบังเกิดเกล้า ภายในใจเอมิมีแต่ความเกลียดชังต่อบุพการีเต็มสุดขีด เธออยากเจอหน้าแฟนหนุ่ม เพราะจิรทีปต์คือคนเดียวที่เอมิรัก และเขาเข้าใจแฟนสาวตัวเองมากที่สุด

“ป้าหนิงค่ะ ติดต่อพี่ทีปต์ได้ไหมคะ”

จนกระทั่งทั้งคู่ย้ายเข้ามานั่งภายในห้องนอนของคุณหนูเอมิ ซึ่งทุกคนปรนนิบัติตัวทำราวกับคุณหนูของป้าหนิงคือทาสรับใช้ไม่แตกต่างจากคนใช้ทั่วไป ทว่าเอมิไม่สน เธอชอบนอนอยู่บนห้องของแม่นมเท่านั้น เพราะที่นี่คือที่สบายใจของเธอ

“วันนี้ทั้งวันป้ายังไม่เห็นรถของคุณทีปต์ขับเข้ามาจอดเลยนะคะ มีแต่รถของคุณพ่อเลี้ยงมิคาเอลขับมาส่งคุณหนู ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมเขาถึงเข้าใจว่าคุณหนูเอมิคือคุณหนูไอริสกัน?”

“เรื่องนั้นไว้เอมิกลับมาค่อยเล่าให้ฟังทีหลังนะคะ”

“คุณหนูจะไปไหนคะ เพิ่งกลับมาแท้ ๆ ถ้าหากคุณท่านรู้เรื่องว่าคุณหนูออกไปข้างนอกอีก”

“ไม่มีใครสนใจหนูหรอกค่ะ ขนาดร้านขนมที่เอมิหาเงินมาเปิดร้านด้วยตัวเองพวกเขาคอยจ้องจะหาเรื่อง พวกท่านไม่มีทางมองเอมิเป็นลูกแท้ ๆ คนหนึ่ง หนูจะไปหาพี่ทีปต์ที่คอนโดฯ หนูไม่อยากทนอยู่ที่นี่แล้ว”

ป้าหนิงมองคุณหนูไม่เคยมีรอยยิ้มมีความสุขกับเขา

เอมิไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า คว้ากระเป๋าสะพายออกจากที่นี่โดยใช้ประตูหลังบ้าน ภานในคฤหาสน์เงียบสงบ พวกท่านไม่สนใจลูกสาวคนเล็ก สนใจเพียงจำนวนค่าสินสอดที่พ่อเลี้ยงป่าเถื่อนบ้าอำนาจประเคนให้ในวันพรุ่งนี้ แค่คิดอยากจะอ้วก

เพราะคนที่จะแต่งงานกับ ‘จอมมารดำ’ นั่นย่อมไม่ใช่เธอ

เอมิโบกรถแท็กซี่ขับมุ่งตรงมายังคอนโดฯ หรูใจกลางเมือง เธอเคยมากับแฟนหนุ่มหลายครั้ง และยังไว้วางใจให้คีย์การ์ดห้องอีกใบหนึ่ง เผื่อจิรทีปต์ทำงานดึกก็ปล่อยแฟนสาวเข้าไปรอข้างในก่อน

“ทำไมรถของพี่ไอริสถึงมาอยู่ที่นี่?”

ไม่มีเวลาสงสัยให้กับตัวเอง เอมิเดินเข้าข้างในคอนโดฯ แฟนหนุ่มอย่างง่ายดาย เพราะยามเฝ้าหน้าประตูต่างรู้จักคุ้นเคยเธอในฐานะคนสำคัญของจิรทีปต์ ภาพเอมิเข้าคอนโดหรูถูกเก็บด้วยสายตาจากใครบางคนแอบตามตัวเธอตั้งแต่บ้านสารัชมินท์

ภายในใจเต้นรุนแรง ความรู้สึกส่วนลึกมีลางสังหรณ์แปลก ๆ เอมิเอาคีย์การ์ดห้องเปิดประตูห้องส่วนตัวของแฟนหนุ่มออก วินาทีแรก เธอจำรองเท้าส้นสูงของพี่สาวได้ ทำไมถึงมีรองเท้าพี่ไอริสอยู่คอนโดฯ ของจิรทีปต์

“พี่ทีปต์อยู่ไหมคะ” เอ...หรือเขาจะกลับไปบ้านกัน

เอมิลองตะโกนร้องเรียกชื่อแฟนหนุ่ม เงี่ยหูฟังได้ยินเสียงบางอย่างดังเล็ดลอดจากห้องนอนส่วนตัวอยู่ฝั่งมุมซ้ายสุด ประตูไม่ได้ล็อค เปิดแง้มเอาไว้ เธอลองเปิดออกกว้างขึ้น

ภาพที่ทำร้ายความรู้สึกของเธอจนแหลกสลาย

ไม่คิดว่าคนใกล้ตัวสำหรับเธอจะทรยศ ภาพที่เห็นซึ่งก็คือแฟนหนุ่มกับพี่สาวกำลังระเริง ‘ร่วมรัก’ กันในสภาพเปลือยเปล่าแบบไม่ละอายใจตัวเอง

“พี่ทีปต์ พี่ไอริส ทำไมร่วมหัวกันทรยศ ทำกับเอมิได้แบบนี้!”

“เอมิ!”

จิรทีปต์ผลักร่างเปลือยเปล่าของไอริสกำลังนั่งขย่มควบขี่ม้าเขาคร่อมด้านบนออกรุนแรง เขาคว้าผ้าขนหนูวางอยู่ใกล้ตัวพันเอวรอบสอบ คิดไม่ถึงว่าเอมิจะตรงมาหาเขาถึงที่

เรื่องนี้จิรทีปต์อธิบายได้ ความจริงเขาไม่ได้พิศวาสพี่สาวของเอมิเลยสักครั้ง เพราะเมื่อคืนเขาเสียทีเล่ห์กล ไอริสจงใจวางยาปลุกเซ็กซ์เพื่อหวังแย่งของน้องสาวมาเป็นของเธอ คิดส่งเอมิไปดูตัวแทนกับพ่อเลี้ยงป่าเถื่อน

ตื่นมาเขาก็เจอเธอนอนบนเตียงเดียวกัน ยอมรับว่าครั้งแรกพลาด แต่พอทำครั้งต่อ ๆ ไป จิรทีปต์เผลอติดใจมีความสัมพันธ์กับไอริส แม้ตัวต้นเหตุไม่มีทีท่าตกใจเห็นน้องสาวมายังคอนโดฯ

“เอมิคงไว้ใจ รักคนผิดไปจริง ๆ ที่เอมิมาไม่ได้จะฟังคำแก้ตัว ในเมื่อภาพมันก็ชัดเจนเต็มตา งั้นเราสองคนเลิกกันเถอะค่ะ พี่ทีปต์จะได้คบกับพี่ไอริสแบบเปิดเผย ไม่ใช่มาแอบทำลับหลังเอมิอย่างนี้”

“ไม่นะ พี่ไม่เลิก เอมิ ฟังพี่ก่อน”

“เอมิไม่เสียเวลากับคำข้ออ้างของผู้ชายมักมาก ไม่รู้จักพอ เราสองคนเลิกกันแล้ว ต่างคนต่างอยู่ เอมิเกลียดพี่ทีปต์ ขอให้เราไม่ต้องมาเจอกันอีก”

“เอมิ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป