บทที่ 2 เจ้านาย
ตอนที่2 เจ้านาย
บ้านเรือนหอขนาดใหญ่ที่มีแม่บ้านเพียงคนเดียว เพราะเจ้าของบ้านอย่างชนะภพได้ส่งแม่บ้านคนอื่นๆ ไปอยู่ที่บ้านแม่ของตนเอง เขาต้องการให้งานบ้านทุกอย่างเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของบัวบูชา ส่วนแม่บ้านที่ยังเก็บไว้หนึ่งคนก็ไม่ใช่เพื่อไว้ให้ช่วยเหลืองานเธอ แต่เขาเก็บไว้เพื่อให้ดูความประพฤติของบัวบูชาเพื่อรายงานเขานั่นเอง
และไม่ว่ากลางคืนบัวบูบัวชาจะถูกรังแกอย่างหนักหนาสาหัสแค่ไหน แต่เธอก็ต้องแบกร่างบอบช้ำของตัวเองเพื่อลุกมาทำหน้าที่ของเธอตั้งแต่เช้าเหมือนทุกวัน และทุกอย่างต้องพร้อมก่อนที่ชนะภพจะลงมา เพราะไม่อย่างนั้น...
“ไหวไหมคะ” น้ำหวานแม่บ้านที่เชื่อฟังคำสั่งของเจ้านายอย่างชนะภพ คอยทำหน้าที่ทุกอย่างอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เกลียดชังบัวบูชาจึงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นร่างบางของบัวบูชาเหมือนจะยืนไม่ไหว
“ไหวจ้ะ” หญิงสาวตอบกลับออกไปด้วยรอยยิ้มบางเบาฝืนแตง่ และแม้จะตอบแบบนั้นแต่เธอก็รู้ว่าตัวเองต้องฝืนร่างกายแค่ไหน
ตอนนี้เธอแทบจะล้มทั้งยืนแล้วก็ว่าได้ แต่เธอก็ต้องรีบทำอาหารเช้าให้เสร็จ เพราะนี่ก็ใกล้เวลาที่ชนะภพจะลงมาแล้ว ยังดีที่เขามักจะลงมาในเวลาปกติเดิมๆ ตลอด ไม่ได้คิดกลั่นแกล้งกันตลอดเวลาด้วยการลงมาเร็วขึ้นให้เธอกลายเป็นคนผิดได้ง่ายๆ
“งั้นฉันไปรดน้ำต้นไม้ก่อนนะคะ” เพื่อไม่ให้บัวบูชารู้ว่าเธอมีหน้าที่เฝ้าจับตาดูพฤติกรรมของบัวบูชา น้ำหวานจึงไม่สามารถทำตัวให้ติดกับบัวบูชาได้ตลอดเวลา และการยืนอยู่ใกล้ๆ โดยไม่ได้ช่วยหยิบจจับอะไรเลยมันอาจจะทำให้บัวบูชารู้ตัวได้
แต่ทั้งชนะภพและน้ำหวานเองกลับไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าบัวบูชานั้นรู้ตัวอยู่แล้ว ว่าทุกการกระทำของเธออยู่ในสายตาของชนะภพตลอด เธอไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้อะไรเลย เพราะเธอเองก็รู้ว่าก่อนหน้านี้บ้านชนะภพมีแม่บ้านหลายคน มันจะบังเอิญไปหรือเปล่าที่พอเธอเข้ามาชนะภพจะให้แม่บ้านไปบ้านแม่เขา โดยเหลือแม่บ้านไว้เพียงแค่คนเดียวในเมื่อเขาไม่ได้ต้องการให้ใครช่วยเหลืออะไรเธออยู่แล้ว
เมื่ออาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย บัวบูชาก็จัดการตักข้าวต้มร้อนๆ เพื่อยกไปให้ชนะภพทันที แต่ด้วยเรี่ยวแรงและรีบร้อนของเธอทำให้มือเรียวสั่นเทาและอ่อนแรงจนเผลอทำน้ำข้าวต้มกระฉอกใส่มือบางของตัวเอง
เคร้ง!
“อ๊ะ!” ความร้อนที่ลวกมือ ความอ่อนแรงของแขนทำให้ถ้วยข้าวต้มตกแตก นั่นยิ่งทำให้ข้าวต้มร้อนๆ กระเด็นโดนขาเธอเป็นวงกว้างจนสะดุ้งหลุดเสียงร้องออกมาจากความเจ็บปวด
“จานหนึ่ง ชามหนึ่ง คืนนี้รับผิดชอบสิ่งที่เธอทำเสียหายด้วยล่ะ” แล้วเสียงเข้มของชนะภพที่ลงมาได้สักพักและตรงมาเพื่อต่อว่าบัวบูชาที่ยังไม่ตั้งโต๊ะ ทำให้เห็นเธอทำถ้วยจานตกแตกพอดี นั่นเลยทำให้เขาพูดออกไปแบบนั้นโดยไร้ซึ่งความห่วงใยของสามีภรรยาอย่างที่ควรจะมีให้กัน
“.....” บัวบูชาทำได้เพียงเม้มปากแน่นอย่างหวั่นใจก่อนจะรีบคุกเข่าลงเพื่อเก็บเศษจานที่แตกให้เรียบร้อย
แต่เพราะเธอรีบเกินไปและได้รับแรงกดดันจากใครอีกคนที่ยังอยู่ไม่ไกล ทำให้เศษถ้วยแหลมๆ ทิ่มมือของเธอจนเลือดไหลออกมา
“อ๊ะ!” ร่างบางสะดุ้งขึ้นด้วยความตกใจเจ็บ แต่ก็ทำได้เพียงข่มความเจ็บไว้ก่อนจะเอาเศษจานไปทิ้งเพื่อกลับมาเตรียมอาหารเช้าให้ชนะภพต่อไม่ให้เขาว่าได้
แน่นอนว่าทุกการกระทำของบัวบูชาตกอยู่ในสายตาของชนะภพทุกอย่าง เพียงแต่ร่างสูงทำเพียงมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่มีความรู้สึกใด
“ฉันให้เวลาสองนาที” ชนะภพพูดออกมาเสียงเรียบนิ่งแต่กลับทำให้คนฟังกดดันได้อย่างมาก พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวโดยไม่สนใจความเจ็บปวดของบัวบูชา
“.....” เมื่อไดยินแบบนั้นแล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากรีบเอาข้าวต้มใส่ถาดก่อนจะเทกาแฟใส่แก้วแล้วยกออกไปเสิร์ฟให้กับสามีที่เป็นเจ้านายของเธอไปแล้วนั่นเอง
แต่หน้าที่ของบัวบูชาไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เพราะหลังจากเธอยกอาหารมาเสิร์ฟแล้วไม่ได้หมายความว่าภรรยาอย่างเธอจะมีสิทธิ์นั่งร่วมโต๊ะกับสามีอย่างชนะภพอีกเช่นกัน และไม่ใช่ว่าเธอจะออกไปไหนได้ด้วย เพราะเธอต้องยืนรอให้ชนะภพทานอาหารให้เสร็จเรียบร้อย ต้องคอยดูแลรับใช้ความต้องการของเขาที่จะมีมาตอนไหนก็ไม่รู้ นั่นแหละมันถึงจะหมดหน้าที่ของเธอ
“เที่ยงนี้จัดอาหารแล้วเอาไปส่งฉันที่บริษัทด้วย” เมื่อจัดการมื้อเช้าเสร็จ ชนะภพก็เอ่ยขึ้นบอกหญิงสาวส่งๆ ก่อนจะหยิบสูทเดินออกไปเพื่อไปทำงาน
แต่ได้ยินแบบนี้อย่าได้หลงดีใจคิดว่าเขาเห็นเธอสำคัญจนอยากให้เธอทำอาหารไปส่งให้เขาเหมือนหน้าที่ของภรรยาทั่วไป แต่การที่ชนะภพทำแบบนี้นั่นก็เพื่อประจานให้บัวบูชาต้องอับอายผู้คน เพราะเรื่องของบัวบูชากับชนะภพนั้นคนส่วนใหญ่รับรู้กันไปทั่ว รวมถึงพนักงานบริษัทของชนะภพเองก็เช่นกัน
แน่นอนว่าการไปหาชนะภพที่บริษัทนั้นเป็นสิ่งที่บัวบูชาไม่อยากไปเลยสักนิด แต่คิดว่าเธอจะเลี่ยงได้อย่างนั้นเหรอ...
