บทที่ 3 ตอนที่ 3 เจ้าสาวที่ยังมีอดีต

ตอนที่ 3

เจ้าสาวที่ยังมีอดีต

กล่องกระดาษสีครีมใบนั้นวางนิ่งอยู่บนตักของเพลงพิณราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่กำลังหายใจร่วมกับเธอในความเงียบ

ด้านนอกหน้าต่างคอนโดสูง ฝนหยุดตกไปแล้ว เหลือเพียงคราบน้ำเป็นทางยาวบนกระจกใส ไฟเมืองกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนพร่าเลือนอยู่ไกลออกไปเหมือนภาพวาดที่ถูกน้ำตาละลายจนสีไหลปะปนกัน ทว่าในห้องนอนของเธอกลับเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองชัดเจน

เพลงพิณนั่งอยู่บนพื้นข้างเตียงมานานเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว โทรศัพท์มือถือถูกวางคว่ำอยู่ไม่ไกล เธอไม่กล้าแตะมันอีก หลังจากข้อความสุดท้ายของรามิลเด้งขึ้นมาเหมือนกรงเล็บที่ข่วนลงกลางหัวใจ

“เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก เพลง”ประโยคสั้น ๆ นั้นมีอำนาจมากพอจะทำให้หญิงสาวที่พยายามยืนให้มั่นคงมาหลายเดือน กลับมาสั่นสะท้านเหมือนคนหลงทางอยู่ในคืนฝนตก

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนค่อย ๆ เปิดฝากล่องบนตักออกอีกครั้ง ในนั้นมีของไม่กี่ชิ้น

รูปถ่ายเก่า ตั๋วหนังใบหนึ่ง สร้อยข้อมือที่รามิลเคยซื้อให้ในวันเกิด และกระดาษโน้ตที่เขาเคยเขียนด้วยลายมือของตัวเองเมื่อครั้งทุกอย่างยังดูสวยงาม

เพลงพิณหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า

ภาพในมือเป็นภาพของเธอกับรามิลในร้านกาแฟ          เล็ก ๆ ริมแม่น้ำ เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง โอบไหล่เธอไว้หลวม ๆ รอยยิ้มของเขาในภาพดูอบอุ่นจนใครเห็นคงคิดว่าเขาเป็นผู้ชายแสนดี ส่วนเธอในภาพก็ยิ้มกว้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความเชื่อใจและความรักอย่างหมดหัวใจผู้หญิงคนนั้นช่างดูไร้เดียงสาเหลือเกิน

ไร้เดียงสาจนไม่รู้เลยว่า มือที่เคยโอบไหล่อย่างอ่อนโยน วันหนึ่งจะกลายเป็นมือที่กำชีวิตเธอเอาไว้แน่นจนหายใจไม่ออก

น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนรูปถ่าย เธอรีบใช้ปลายนิ้วเช็ดมันออก แต่ยิ่งเช็ด ภาพในความทรงจำกลับยิ่งชัด

“เพลง อย่าแต่งตัวแบบนี้ออกไปข้างนอกอีกนะ ฉันไม่ชอบให้ใครมองเธอ”ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาหวง

“เพื่อนคนนี้โทรมาบ่อยเกินไป เธอสนิทกับมันมากกว่าฉันหรือไง”ตอนนั้นเธอคิดว่าเขารัก

“ถ้าเธอเลิกกับฉัน พ่อเธอจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้”

ตอนนั้นเธอจึงรู้ว่า ทุกอย่างไม่ใช่ความรัก

มันคือการครอบครอง

เพลงพิณหลับตาลงแน่น มือเรียวกำรูปถ่ายจนขอบกระดาษยับเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ วางมันกลับลงในกล่องเธออยากเผาทุกอย่างทิ้งอยากลบอดีตทั้งหมดให้หายไปจากโลกนี้แต่ความจริงคืออดีตไม่ได้หายไปง่ายเพียงเพราะเราต้องการลืมมันโดยเฉพาะอดีตที่ยังตามมาหายใจรดต้นคออยู่ทุกวัน

เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้นอีกครั้งหญิงสาวสะดุ้งจนกล่องบนตักเกือบหล่น เธอมองโทรศัพท์ด้วยแววตาตื่นกลัว ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น

เธอคิดว่าต้องเป็นรามิลแน่ ๆต้องเป็นเขาอีกแล้ว

แต่เมื่อหน้าจอสว่างขึ้น ชื่อที่ปรากฏกลับไม่ใช่ชื่อของผู้ชายคนนั้นเป็นชื่อของธีธัช

เพลงพิณนิ่งไปนานกว่าที่ควรจะเป็น ก่อนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความลังเล หัวใจเธอเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล ข้อความจากเขาสั้นมาก

“พรุ่งนี้คุณสะดวกไปเลือกแหวนไหมครับ”

เพลงพิณอ่านประโยคนั้นซ้ำอยู่หลายครั้ง มันเป็นแค่ข้อความธรรมดา เป็นเรื่องที่คู่แต่งงานควรทำร่วมกัน ทว่าทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนมีใครสักคนยื่นมือมาดึงเธอขึ้นจากหล่มโคลนของอดีต เธอมองกล่องในมือตัวเองอีกครั้ง แล้วมองข้อความบนหน้าจอ

ชีวิตหนึ่งกำลังตามหลอกหลอนเธอ

ขณะที่อีกชีวิตหนึ่งกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเธอ…ติดอยู่ตรงกลางโดยไม่รู้ว่าควรก้าวไปทางไหน

เพลงพิณพิมพ์ตอบกลับช้า ๆ“สะดวกค่ะ”

ไม่นานนัก ธีธัชก็ตอบกลับมา

“งั้นผมไปรับตอนสิบโมงนะครับ พักผ่อนเถอะ วันนี้ฝนตก คุณน่าจะเหนื่อย”

ข้อความนั้นเรียบง่ายมาก ไม่มีถ้อยคำหวาน ไม่มีความสนิทสนมเกินจำเป็น แต่กลับทำให้ปลายจมูกของเพลงพิณแสบร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เธออ่านมันซ้ำอีกครั้ง เขาไม่รู้เลยว่าเธอเหนื่อยจริง ๆ ไม่ใช่เหนื่อยเพราะฝนตก แต่เหนื่อยเพราะต้องวิ่งหนีอดีตที่ไม่เคยยอมปล่อยมือ

หญิงสาวกอดเข่าตัวเองแน่น โทรศัพท์ยังอยู่ในมือ เธออยากบอกธีธัชเหลือเกินว่าเธอมีเรื่องหนึ่งที่ควรพูดก่อนทุกอย่างจะสายไปแต่ทุกครั้งที่คิดจะบอก ใบหน้าของแม่ก็ลอยขึ้นมาในหัว

“เพลง แม่ขอโทษนะลูก แต่ถ้างานแต่งครั้งนี้ล่ม บริษัทของพ่ออาจไปต่อไม่ไหวจริง ๆ”น้ำเสียงของแม่ในวันนั้นยังสั่นอยู่ในความทรงจำ

“แม่ไม่ได้อยากขายลูกให้ใคร แม่แค่อยากให้เพลงมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ธีธัชเป็นคนดี อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายแบบรามิล”เพลงพิณหลับตาลง น้ำตาไหลเงียบ ๆ ใช่ ธีธัชไม่ใช่รามิลเพราะอย่างนั้นเธอยิ่งรู้สึกผิด

ผู้ชายคนนั้นไม่ควรถูกดึงเข้ามาในอดีตสกปรกของเธอ แต่ถ้าเธอบอกความจริงตอนนี้ เขาจะยังยอมแต่งงานกับเธอไหม

เขาจะมองเธอเป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร หรือมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เพิ่งหลุดจากผู้ชายคนหนึ่งแล้วรีบมาแต่งงานกับผู้ชายอีกคน เธอไม่กล้าพอจะรู้คำตอบ

สุดท้ายเพลงพิณจึงปิดฝากล่องลงอีกครั้ง แล้วนำมันไปซ่อนไว้ลึกที่สุดในตู้เสื้อผ้า ราวกับการซ่อนกล่องใบนั้นจะเท่ากับซ่อนอดีตทั้งชีวิตได้

ก่อนนอน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ข้อความของรามิลยังค้างอยู่บนหน้าจอ

หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ก่อนกดลบทุกข้อความออกทีละอัน แต่ถึงข้อความจะหายไป ความกลัวยังอยู่

มันนอนขดตัวอยู่ในอกเธอ เฝ้ารอวันที่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป