บทที่ 8 ตอนที่ 8 งานแต่งที่ไม่มีหัวใจ

ตอนที่ 8

งานแต่งที่ไม่มีหัวใจ

เสียงระฆังแก้วใบเล็กดังกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ เมื่อทีมงานเปิดประตูห้องแต่งตัวเข้ามา กลิ่นดอกไม้สด กลิ่นแป้งฝุ่น และกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกันอยู่ในอากาศ ห้องพักเจ้าสาวภายในโรงแรมหรูถูกจัดไว้อย่างงดงาม ทุกมุมประดับด้วยดอกกุหลาบสีขาว ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอ่อน และผ้าลูกไม้บางเบาที่พลิ้วตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศทุกอย่างสวยงามราวกับฉากในความฝันแต่เพลงพิณกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่กลางฝันร้ายที่ไม่มีทางตื่น

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ช่างแต่งหน้ากำลังเกลี่ยแป้งบาง ๆ ลงบนแก้มของเธออย่างเบามือ ส่วนช่างทำผมกำลังเก็บปอยผมด้านหลังให้เข้าที่อย่างประณีต เสียงพูดคุยของทีมงานดังอยู่รอบตัว แต่สำหรับเพลงพิณ ทุกเสียงเหมือนลอยมาจากที่ไกลมากไกลจนเธอจับความหมายไม่ชัด

ในกระจกตรงหน้า เธอเห็นเจ้าสาวคนหนึ่งกำลังมองกลับมา

ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดเจ้าสาวแขนยาวลูกไม้สีขาวสะอาดตา ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างงดงาม ดวงตากลมหวานถูกกรีดด้วยอายไลเนอร์บาง ๆ ให้ดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์ ริมฝีปากเคลือบสีชมพูกุหลาบจาง ๆ จนดูละมุน ผิวแก้มมีสีระเรื่อราวกับคนกำลังมีความสุข

ใช่…เธอดูเหมือนเจ้าสาวที่กำลังมีความสุข

แต่ดวงตาของเธอไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยมันมีเงาของความกลัวซ่อนอยู่ลึกเกินกว่าคนอื่นจะมองเห็น

“คุณเพลงคะ วันนี้สวยมากเลยค่ะ เหมือนเจ้าหญิงเลย”

ช่างแต่งหน้าพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มชื่นชม หลังจากถอยออกมามองผลงานของตัวเอง

เพลงพิณฝืนยิ้มบาง ๆ ให้เธอผ่านกระจก

“ขอบคุณค่ะ”

คำขอบคุณหลุดออกไปอย่างสุภาพ ทั้งที่หัวใจของเธอหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ช่างทำผมหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู

“เจ้าบ่าวเห็นต้องตะลึงแน่ ๆ ค่ะ คุณธีธัชหล่อมากอยู่แล้ว พอได้ยืนคู่กับคุณเพลง วันนี้ต้องเป็นคู่บ่าวสาวที่ทุกคนพูดถึงแน่นอน”

เพลงพิณนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของธีธัช

ภาพของเขาในวันเลือกแหวนย้อนกลับเข้ามาในความคิด เขายืนอยู่ข้างเธออย่างสุภาพ ไม่เร่งรัด ไม่กดดัน ไม่บังคับให้เธอเลือกอะไรที่ไม่ชอบ เขาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ทุกคำกลับทำให้เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยในชีวิตนี้ยังมีพื้นที่หนึ่งที่เธอสามารถหายใจได้

ถ้ามีเวลาอีกสักหน่อย… บางทีเธออาจรักผู้ชายคนนั้นได้จริง ๆแต่ความคิดนั้นทำให้หน้าอกของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาทันทีเพราะยิ่งธีธัชดีเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลอกเขามากขึ้นเท่านั้น

เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งสั่น เบา ๆ ทำให้เพลงพิณสะดุ้งจนช่างแต่งหน้าตกใจ

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณเพลง”

เพลงพิณรีบส่ายหน้า ดวงตาเหลือบไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างขึ้น เบอร์ไม่รู้จัก

แต่เธอรู้รู้ทันทีโดยไม่ต้องรับสาย

รามิล มือเรียวเย็นเฉียบขึ้นมาในวินาทีนั้น เธอพยายามบังคับตัวเองไม่ให้แสดงพิรุธ แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอกโทรศัพท์สั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนหยุดไป

เพลงพิณยังไม่ทันได้ถอนหายใจ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา

“ชุดเจ้าสาวสวยดีนะ เพลง”เลือดในกายของเธอเหมือนแข็งตัว เขาเห็นเธอเขาอยู่ที่นี่หรือไม่ก็มีคนของเขาอยู่ใกล้มากพอจะรู้ว่าเธอใส่ชุดแบบไหน

ปลายนิ้วของเพลงพิณสั่นจนต้องกำมือแน่นใต้โต๊ะ เธอหันไปมองประตูห้องแต่งตัวอย่างหวาดระแวงโดยไม่รู้ตัว

“คุณเพลงคะ สีปากอยากเติมอีกนิดไหมคะ หรือชอบแบบนี้”เสียงช่างแต่งหน้าทำให้เธอสะดุ้งอีกครั้ง ก่อนฝืนรวบรวมสติ

“แบบนี้พอแล้วค่ะ”เธอตอบเสียงเบามาก จนแทบไม่เหมือนเสียงของตัวเอง

ทีมงานไม่ทันสังเกตความผิดปกติ เพราะทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับรายละเอียดของงานแต่งใหญ่ที่ถูกจัดอย่างหรูหรา แต่ในใจเพลงพิณ ความกลัวเริ่มแผ่ขยายเหมือนหมึกดำที่หยดลงในน้ำใสโทรศัพท์สว่างขึ้นอีกครั้ง

“อยากรู้จริง ๆ ว่าธีธัชจะยิ้มได้อีกนานแค่ไหน ถ้ารู้ว่าเจ้าสาวของมันเคยเป็นของฉัน”

น้ำตารื้นขึ้นมาทันทีเพลงพิณรีบก้มหน้า กลัวช่างแต่งหน้าจะเห็นตาแดง ๆ ของเธอเธอไม่ควรร้องไห้วันนี้เป็นวันแต่งงานของเธอเป็นวันที่ทุกคนคาดหวังให้เธอยิ้มเป็นวันที่แม่มองเธอด้วยสายตาทั้งภูมิใจ ทั้งโล่งใจ ทั้งขอโทษอยู่ลึก ๆเป็นวันที่ธีธัชยอมยืนข้างเธอในฐานะเจ้าบ่าว ทั้งที่เขายังไม่ได้รักเธอ

เธอไม่มีสิทธิ์พังในวันนี้

ประตูห้องแต่งตัวถูกเคาะเบา ๆ ก่อนขวัญข้าว เพื่อนสนิทของเธอจะเดินเข้ามาในชุดเดรสสีชมพูอ่อน ใบหน้าสวยเฉี่ยวของเพื่อนสาวมีรอยยิ้มกว้าง แต่รอยยิ้มนั้นค่อย ๆ จางลงเมื่อเห็นสีหน้าของเจ้าสาว

“เพลง…”

ขวัญข้าวเดินเข้ามาหาเธอทันที สายตาคมมองหน้าเพื่อนอย่างจับผิด

“เป็นอะไร ทำไมหน้าซีดแบบนี้”

เพลงพิณรีบส่ายหน้า“เปล่า เราแค่ตื่นเต้น”

เธอตอบเสียงเบา พร้อมพยายามยิ้มให้เหมือนปกติ

ขวัญข้าวย่อตัวลงข้างเก้าอี้ มือจับมือเย็นเฉียบของเธอไว้แน่น

“อย่าโกหกฉัน เพลง ฉันรู้จักแกมานานกว่าธีธัชอีกนะ”คำพูดนั้นทำให้เพลงพิณเม้มริมฝีปากแน่น

ขวัญข้าวมองโทรศัพท์บนโต๊ะ ก่อนเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาทันที

“ขวัญ อย่า…”

เพลงพิณรีบห้าม แต่ไม่ทัน

ขวัญข้าวเห็นข้อความบนหน้าจอแล้วใบหน้าเปลี่ยนไปทันที ดวงตาของเพื่อนสาวแข็งกร้าวขึ้นในพริบตา

“มันยังไม่เลิกอีกเหรอ”

ขวัญข้าวถามเสียงต่ำ พยายามกดอารมณ์โกรธไว้เต็มที่

เพลงพิณรีบหันไปมองทีมงานในห้อง ก่อนกระซิบเสียงสั่น

“เบา ๆ ขวัญ อย่าให้ใครได้ยิน”

ขวัญข้าวกำโทรศัพท์แน่น“มันตามมาถึงงานแต่งแกนะเพลง แบบนี้ยังจะให้ฉันเบาอีกเหรอ”

“วันนี้เป็นวันแต่งงานของเรา”

เพลงพิณพูดทั้งที่น้ำตาเริ่มคลอ

“ขอร้อง อย่าให้มีเรื่องเลย”

ขวัญข้าวมองเพื่อนแล้วเจ็บแปลบในอก

เพลงพิณเป็นคนแบบนี้เสมอต่อให้เจ็บแค่ไหน ก็ยังพยายามไม่ทำให้ใครลำบากต่อให้ถูกทำร้ายจนแทบยืนไม่ไหว ก็ยังกลัวว่าคนอื่นจะเดือดร้อนเพราะตัวเอง

“แกต้องบอกธีธัช”

ขวัญข้าวพูดชัดถ้อยชัดคำ

เพลงพิณส่ายหน้าทันที

“ไม่ได้”

“ทำไมไม่ได้ เขากำลังจะแต่งงานกับแกนะ เขาควรรู้ว่ามีผู้ชายบ้าคนหนึ่งกำลังคุกคามแกอยู่”

ขวัญข้าวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง มือยังจับมือเพื่อนเอาไว้แน่นเพลงพิณหลับตาลงช้า ๆ

“ถ้าเขารู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือรามิลล่ะขวัญ”

ขวัญข้าวนิ่งไปทันทีชื่อรามิลทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นลงเหมือนมีใครเปิดประตูให้ลมหนาวพัดเข้ามา

“เขาเป็นศัตรูของคุณธีธัช”

เพลงพิณพูดต่อ เสียงเธอเบาจนแทบแตกสลาย

“ถ้าคุณธีรู้ว่าเราคือผู้หญิงที่เคยคบกับศัตรูของเขา เขาจะยังมองเราเหมือนเดิมไหม เขาจะคิดว่าเราแต่งงานกับเขาเพราะอะไร เขาจะเชื่อไหมว่าเราจบกับรามิลแล้วจริง ๆ”

ขวัญข้าวอ้าปากจะเถียง แต่กลับพูดไม่ออก

เพราะเธอก็รู้ดีว่าโลกของคนรวย คนมีศักดิ์ศรี และธุรกิจใหญ่โตนั้นโหดร้ายแค่ไหน ความจริงบางอย่างไม่ใช่แค่ความจริงแต่มันกลายเป็นอาวุธได้ในมือของคนที่อยากทำร้ายกัน

“เพลง…”

“ขอแค่วันนี้ผ่านไปก่อนนะขวัญ”

เพลงพิณจับมือเพื่อนแน่น น้ำตาคลอจนดวงตาสั่นไหว

“ขอให้เราแต่งงานให้จบก่อน แล้วหลังจากนั้นเราจะหาทางบอกเขาเอง”

ขวัญข้าวมองเพื่อนด้วยความสงสารและเจ็บใจ

“แกพูดแบบนี้ตั้งแต่ก่อนลองชุดแล้วนะเพลง แกบอกว่าจะบอกเขา แต่สุดท้ายแกก็กลัวทุกครั้ง”

เพลงพิณก้มหน้าเพราะขวัญข้าวพูดถูกทุกอย่าง

เธอกลัวกลัวจนขี้ขลาดกลัวเสียธีธัชไป ทั้งที่เขายังไม่เคยเป็นของเธอกลัวให้แม่ผิดหวังกลัวให้งานแต่งล่ม

กลัวทุกอย่างยกเว้นการทำร้ายตัวเอง

ขวัญข้าวถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนวางโทรศัพท์ลงและบีบไหล่เธอเบา ๆ

“วันนี้ฉันจะอยู่ข้างแกตลอด ถ้าไอ้รามิลโผล่มา ฉันจะจัดการมันเอง”

เพลงพิณรีบส่ายหน้า“อย่าทำอะไรนะขวัญ ขอร้อง”

ขวัญข้าวเม้มริมฝีปากแน่น“แล้วแกจะให้มันทำร้ายแกไปถึงเมื่อไร”คำถามนั้นกระแทกใจจนเพลงพิณพูดไม่ออก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป