บทที่ 9 ตอนที่9 พยายามย้ำ
ตอนที่9
พยายามย้ำ
ประตูห้องถูกเคาะอีกครั้ง ก่อนแม่ของเพลงพิณจะเดินเข้ามา อาทิตยาสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนแต่งไว้อย่างงดงาม แต่ดวงตายังซ่อนความเหนื่อยล้าเอาไว้ชัดเจน เมื่อเห็นลูกสาวในชุดเจ้าสาว เธอก็หยุดยืนอยู่ตรงนั้นอย่างพูดไม่ออก
“เพลง…”เสียงของแม่สั่น
เพลงพิณรีบยกมือเช็ดหางตาอย่างแนบเนียน ก่อนหันไปยิ้มให้
“แม่ สวยไหมคะ”
อาทิตยาเดินเข้ามาหาอย่างช้า ๆ ก่อนจับไหล่ลูกสาวทั้งสองข้าง มองใบหน้าที่เธอเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความผิด
“สวยมากลูก”
แม่พูดเสียงเครือ“ลูกสาวแม่สวยที่สุดเลย”
เพลงพิณยิ้มทั้งที่หัวใจเจ็บ
อาทิตยาลูบแก้มลูกสาวเบา ๆ“แม่ขอโทษนะเพลง”คำขอโทษนั้นเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ แต่เพลงพิณได้ยินชัดเจน
“แม่อย่าพูดแบบนั้นสิคะ”
เธอรีบจับมือแม่ไว้
อาทิตยาน้ำตาคลอ“ถ้าไม่ใช่เพราะบริษัทของพ่อ ถ้าไม่ใช่เพราะปัญหาทั้งหมด ลูกคงไม่ต้องแต่งงานเร็วขนาดนี้”
เพลงพิณฝืนยิ้ม“เพลงไม่ได้ถูกบังคับค่ะ”
เธอพูดประโยคเดิมที่เคยพูดกับธีธัช แต่ครั้งนี้ แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจริงแค่ไหน
อาทิตยามองลูกสาวด้วยความเจ็บปวด เธอรู้ว่าลูกกำลังโกหกเพื่อปลอบใจทุกคน
“ธีธัชเป็นคนดีนะลูก”แม่พูดเบา ๆ เหมือนพยายามย้ำให้ตัวเองเชื่อด้วย
“แม่เห็นแววตาเขาแล้ว เขาไม่ใช่คนใจร้าย เขาคงดูแลเพลงได้”เพลงพิณพยักหน้า น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง
“ค่ะ เขาเป็นคนดี”และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บที่สุดเพราะธีธัชเป็นคนดี เธอจึงยิ่งไม่อยากโกหกเขาแต่เธอก็ยังทำ
ห้องจัดเลี้ยงใหญ่ของโรงแรมถูกตกแต่งอย่างหรูหรา สมฐานะของสองครอบครัว ดอกไม้สีขาวและสีฟ้าอ่อนประดับเต็มทางเดิน พื้นพรมสีครีมทอดยาวไปยังเวทีที่มีฉากหลังเป็นชื่อของบ่าวสาว
“ธีธัช & เพลงพิณ”
ตัวอักษรสีทองสะท้อนแสงไฟระยิบระยับราวกับคำประกาศของชีวิตคู่ที่งดงามแต่สำหรับเพลงพิณ ชื่อนั้นกลับเหมือนคำเตือนว่าเธอกำลังจะผูกชีวิตตัวเองเข้ากับผู้ชายคนหนึ่ง โดยที่ยังมีความลับใหญ่หลวงคั่นกลาง
แขกเหรื่อทยอยเข้างานไม่ขาดสาย ทั้งนักธุรกิจ ผู้ใหญ่ในสังคม ญาติสนิท เพื่อนร่วมงาน และคนที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย ทุกคนยิ้ม ยินดี ถ่ายรูป และพูดคำอวยพรซ้ำ ๆ
“ยินดีด้วยนะคะ เจ้าสาวสวยมาก”
“เหมาะสมกันจริง ๆ ค่ะ”
“คู่สร้างคู่สมมากเลย”
เพลงพิณยิ้มรับคำอวยพรเหล่านั้นจนแก้มเริ่มชา
ธีธัชยืนอยู่ข้างเธอในชุดสูทสีดำสนิท เขาดูหล่อสง่าและนิ่งสุขุม ทุกครั้งที่มีแขกเข้ามาทัก เขาจะวางมือไว้ด้านหลังเธออย่างสุภาพ ไม่แตะต้องมากเกินไป แต่ใกล้พอให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว
“เหนื่อยไหม”
เขาก้มลงถามเบา ๆ ในช่วงที่แขกซาลง
เพลงพิณเงยหน้ามองเขา ก่อนส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ”
ธีธัชมองเธอครู่หนึ่ง
“คุณตอบแบบนี้ทั้งที่หน้าซีดมาก”
เพลงพิณชะงัก ก่อนฝืนยิ้ม“อาจเพราะตื่นเต้นค่ะ”
“ถ้าไม่ไหว บอกผม”เขาพูดเสียงเรียบ แต่จริงจัง
“เราหยุดพักได้ ไม่จำเป็นต้องฝืนยืนยิ้มตลอดเวลา”ถ้อยคำนั้นทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอีกครั้ง
เขาเป็นแบบนี้เสมอไม่ได้หวาน ไม่ได้พูดมาก แต่กลับใส่ใจในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม
เพลงพิณยังไม่ทันตอบอะไร แขกกลุ่มใหม่ก็เดินเข้ามา
ธีธัชเปลี่ยนท่าทีกลับเป็นเจ้าบ่าวผู้สุขุมในทันที เขายิ้ม ทักทาย และพูดคุยอย่างเหมาะสม ส่วนเพลงพิณยืนเคียงข้างเขา ทำหน้าที่เจ้าสาวที่ดี ทุกอย่างควรผ่านไปได้ด้วยดี
จนกระทั่งเธอเห็นใครบางคนตรงปลายห้อง
ร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแขกจำนวนมาก เขาสวมสูทสีเทาเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาดูโดดเด่น ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่เธอพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่เธอรู้จักดี
รามิล...โลกทั้งใบของเพลงพิณเหมือนหยุดหมุน
เสียงแขก เสียงเพลง เสียงหัวเราะ ทุกอย่างค่อย ๆ เบาลงจนเหลือเพียงเสียงหัวใจของเธอที่เต้นรัวรุนแรง
มือของเธอเย็นเฉียบ
ธีธัชที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาเหลือบมองเธอทันที“เพลงพิณ”
เขาเรียกเสียงเบาหญิงสาวสะดุ้ง
“คะ”
“คุณเป็นอะไร”
ธีธัชมองตามสายตาของเธอไป แต่ในจังหวะนั้นรามิลหายเข้าไปในกลุ่มแขกแล้ว
เพลงพิณรีบส่ายหน้า“ไม่มีอะไรค่ะ”
เธอตอบเร็วเกินไปอีกครั้ง
ธีธัชขมวดคิ้วน้อย ๆ แต่ยังไม่ทันถามต่อ ผู้ใหญ่ฝ่ายเขาก็เข้ามาเรียกให้ไปเตรียมตัวขึ้นเวที
เพลงพิณก้าวเดินตามธีธัชไปด้วยขาที่แทบไม่มีแรง รามิลมาแล้ว เขามางานแต่งของเธอจริง ๆ
และเธอไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร
