บทที่ 2 ข้อเสนอจากผู้ใหญ่ที่ปฏิเสธไม่ได้

ปลายฝนหมุนตัวเดินออกจากห้องพักอาจารย์ทันทีที่สิ้นคำอนุญาต เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไล่ความร้อนผ่าวที่กระบอกตา

แต่พอก้าวเดินไปตามโถงทางเดินได้เพียงไม่กี่ก้าว สมาร์ทโฟนในกระเป๋ากระโปรงก็แผดเสียงร้องสั่นรัว

"ฮัลโหล น้าพร"

"ฝน! กลับมาบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะลูก!" เสียงปลายสายตะโกนกลับมาด้วยความตื่นตระหนก

"น้าพรใจเย็นๆ ก่อน เสียงน้าสั่นมากเลย เกิดอะไรขึ้นคะ"

"พวกแก๊งทวงหนี้เสี่ยชัย มันบุกมาล้อมหน้าบ้านเราแล้วฝน!"

"ว่าไงนะคะ! ล้อมบ้านเลยเหรอ แล้วพวกมันทำอะไรน้าพรหรือเปล่า" ร่างบางหยุดชะงักอยู่กับที่ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม

"มันยังไม่ได้เข้ามาในตัวบ้าน แต่มันเอาสีแดงมาสาดเต็มรั้วไปหมดเลย! มันบอกว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เงินก้อนแรก มันจะพังประตูเข้ามาแล้วยึดบ้านหลังนี้!"

"น้าพรตั้งสติก่อนนะคะ ล็อกประตูบ้านทุกบานแล้วใช่ไหม"

"ล็อกแล้วลูก แต่น้ากลัว มันมีกันตั้งห้าหกคน หน้าตาเอาเรื่องทั้งนั้นเลย ฝน...เราจะทำยังไงดีลูก บ้านหลังนี้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อแม่ฝนทิ้งไว้ให้นะ"

"ฝนรู้ค่ะ ฝนไม่ยอมให้พวกมันยึดไปแน่"

"แต่เราไม่มีเงินแล้วนะฝน เงินเก็บน้าก็เอาไปจ่ายดอกเบี้ยเดือนก่อนจนหมดแล้ว หนี้ตั้งสามล้าน เราจะไปหามาจากไหนทันวันนี้"

"เดี๋ยวฝนจะลอง...ลองโทรไปขอผลัดเสี่ยชัยดูค่ะ น้าพรอย่าเพิ่งออกไปหน้าบ้านเด็ดขาดนะคะ ซ่อนตัวอยู่แต่ในห้องนอน เข้าใจไหมคะ"

"รีบโทรนะฝน น้ากลัวจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว"

สายถูกตัดไปแล้ว แต่ความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมจิตใจ ปลายฝนก้าวขาสั่นๆ ผลักบานประตูเข้าไปในบันไดหนีไฟที่ไร้ผู้คน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่ขั้นบันได มือบางกำสมาร์ทโฟนแน่น ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้นหยดแหมะลงบนหน้าจออย่างหมดความอดทน

...

เสียงฝีเท้าของปลายฝนย่ำลงบนพื้นซีเมนต์หน้าบ้านอย่างเร่งรีบ รอยสีแดงสดที่ถูกสาดเลอะเทอะเต็มกำแพงรั้วทำเอาหญิงสาวต้องกลั้นหายใจ เธอรีบผลักประตูไม้บานเก่าเข้าไปด้านใน

กระเป๋าเป้ใบเก่งร่วงแหมะลงบนพื้นห้องนั่งเล่นทันทีที่เห็นน้าพรนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ท่ามกลางบรรยากาศในบ้านที่เงียบสงัดจนผิดปกติ

"น้าพร! พวกมันไปแล้วเหรอคะ น้าเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม" ปลายฝนถลาเข้าไปจับไหล่ผู้เป็นน้า กวาดสายตามองสำรวจความผิดปกติรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก

"น้าไม่เป็นไรลูก พวกมันเพิ่งกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วนี่เอง" น้าพรเงยหน้าขึ้นมาสบตา มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะลูบหลังมือหลานสาว

"คุณหญิงเพ็ญแข...ท่านให้คนมาเจรจา ยื่นข้อเสนอจะเคลียร์หนี้ก้อนนี้ให้เราแล้วนะฝน"

"คุณหญิงเพ็ญแข? ใครคะน้า ฝนไม่เห็นเคยได้ยินชื่อนี้เลย แล้วทำไมจู่ๆ เขาถึงต้องมาช่วยเรา"

หญิงสาวขมวดคิ้ว ปล่อยมือจากไหล่น้าสาวแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างกันบนโซฟาตัวเก่า

"คนที่พ่อกับแม่ของฝนเคยช่วยชีวิตท่านไว้ตอนเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อสิบกว่าปีก่อนไงลูก ฝนจำไม่ได้เหรอ ตอนนั้นฝนยังเด็กมาก"

"จำได้ค่ะ...แต่ทำไมเขาถึงเพิ่งจะยื่นมือเข้ามาช่วยเราตอนนี้ล่ะคะ หนี้บ้านเราไม่ใช่ร้อยสองร้อยนะน้าพร ตั้งสามล้านบาท ท่านจะจ่ายให้เราฟรีๆ เลยเหรอ หรือว่าท่านคิดดอกเบี้ยถูกกว่าเสี่ยชัย"

"ท่านไม่ได้จ่ายให้ฟรีๆ หรอกลูก และก็ไม่ได้คิดดอกเบี้ยเราด้วย" น้าพรหลบสายตา ก้มมองซองเอกสารในมือแล้วถอนหายใจยาว

"แต่มันมีข้อแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่ง"

"ข้อแลกเปลี่ยนอะไรคะ" ปลายฝนจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ

"อย่าบอกนะว่าท่านจะยึดบ้านเราไปแทนเสี่ยชัย ฝนไม่ยอมนะคะ นี่มันบ้านของพ่อกับแม่"

"ไม่ใช่เรื่องบ้านลูก...แต่เป็นเรื่องของฝน"

"เรื่องของฝน? หมายความว่าไงคะ ฝนไปเกี่ยวอะไรกับเงินสามล้าน"

"คุณหญิงท่านยื่นข้อเสนอว่า...ท่านยินดีจะล้างหนี้สามล้านบาทให้เราทั้งหมด แลกกับการที่ฝน...ต้องยอมจดทะเบียนสมรสกับลูกชายของท่าน"

"จดทะเบียนสมรส! กับใครคะ" ปลายฝนเบิกตากว้าง ผุดลุกขึ้นยืนทันที

"นายแพทย์บดินทร์...ลูกชายคนเดียวของคุณหญิง"

"ไม่จริงใช่ไหมคะน้าพร!" หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนต้องถอยหลังไปพิงพนักโซฟา

"ฝนแต่งไม่ได้นะคะ! เขาเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะฝน แถมเมื่อเช้าเขายังเพิ่งไล่ฝนออกจากคลาส ดุฝนสารพัดเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพ เขาเกลียดหน้าฝนจะตายไป ไม่มีทางที่เขาจะยอมแต่งงานกับฝนหรอกค่ะ!"

"แต่คุณหญิงท่านยืนยันมาแบบนี้นะลูก ทนายของท่านก็เพิ่งจะขับรถออกไปเมื่อกี้นี้เอง เขาบอกว่าทางผู้ใหญ่คุยกันรู้เรื่องและเตรียมเอกสารไว้หมดแล้ว รอแค่ฝนเซ็นตกลงเท่านั้น"

น้าพรลุกขึ้นมาจับมือหลานสาวแน่น ดวงตาแดงก่ำ

"ฝน...น้ารู้ว่ามันกะทันหันแล้วก็ฝืนใจลูก แต่นี่เป็นทางเดียวที่เราจะไม่ถูกยึดบ้านนะ หนี้ก้อนนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เราจะหามาใช้คืนไหวแล้วจริงๆ"

"แต่ฝนเพิ่งอายุยี่สิบสองเองนะคะ ฝนยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ จะให้ฝนไปจดทะเบียนเป็นภรรยาของผู้ชายที่เพิ่งด่าฝนฉอดๆ เนี่ยนะ ฝนทำไม่ได้หรอกค่ะ น้าพรก็รู้ว่าเขาดุขนาดไหน ขืนไปอยู่ด้วยฝนต้องประสาทกินแน่ๆ"

น้ำใสๆ รื้นขึ้นมาขอบตา ปลายฝนส่ายหน้าไปมาอย่างสับสน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป