บทที่ 4 สัญญาลับใต้ร่มเงาทะเบียนสมรส
"เซ็นชื่อตรงช่องนี้นะครับ...ทั้งสองท่านเลย"
เสียงเจ้าหน้าที่เขตวัยกลางคนเอ่ยบอก พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ลงบนเอกสารสำคัญแผ่นนั้น
"ค่ะ" ปลายฝนรับคำเสียงแผ่ว มือเล็กสั่นเทาเล็กน้อยขณะจรดปลายหัวปากกาลงบนกระดาษ
บดินทร์ตวัดลายเซ็นของตัวเองอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ก่อนจะปรายตามองคนข้างกาย
"รีบเซ็น คนอื่นรอคิวอยู่" เสียงทุ้มเอ่ยเร่ง
"เสร็จแล้วค่ะ" เธอรีบขีดเส้นสุดท้ายแล้วเลื่อนกระดาษคืนให้เจ้าหน้าที่
"เรียบร้อยครับ ยินดีด้วยนะครับ"
ไม่มีคำขอบคุณหรือรอยยิ้มตอบรับจากเจ้าบ่าวป้ายแดง ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าใบสำคัญการสมรสฝั่งของตนมาถือไว้
"ไปที่รถ"
ปลายฝนรีบสาวเท้าเดินตามแผ่นหลังกว้างออกไป ท่ามกลางผู้คนที่พลุกพล่านในสำนักงานเขต บรรยากาศระหว่างพวกเขากลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"เดินให้มันเร็วกว่านี้หน่อยปลายฝน ผมมีประชุมตอนบ่าย" เขาหันมาดุเมื่อเห็นว่าเธอเดินทิ้งระยะห่าง
"หนูพยายามแล้วค่ะอาจารย์ แต่คนมันเยอะ"
"เมื่อวานตกลงกันไว้ว่าไง" บดินทร์หยุดเดินกะทันหันจนเธอเกือบชนเข้ากับแผงอกกว้าง
"ค่ะ...พี่ดิน"
เขาไม่ตอบอะไร ทำเพียงหมุนตัวเดินนำไปยังลานจอดรถ
...
ภายในรถยุโรปคันหรู กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศอบอวลผสมกับกลิ่นเบาะหนังแท้ บดินทร์สตาร์ทเครื่องยนต์พลางเร่งแอร์จนเย็นฉ่ำ ก่อนจะเอื้อมมือเปิดช่องเก็บของหน้ารถ ดึงซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาแล้วโยนแหมะลงบนตักของเธอ
"อะไรคะ" เธอถามพร้อมกับก้มมองซองเอกสาร
"สัญญาระหว่างเรา เอาออกมาอ่านซะ"
ปลายฝนดึงกระดาษขนาดเอสี่สองแผ่นออกมา สายตากวาดมองตัวอักษรที่ถูกพิมพ์ไว้อย่างเป็นระเบียบ
"ข้อแรก ห้ามให้ใครรู้เรื่องทะเบียนสมรสนี่เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท รุ่นพี่ หรือคนในครอบครัวคุณที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลง ถ้ามีข่าวหลุดออกไป ผมจะถือว่าคุณเป็นคนทำผิดสัญญา"
บดินทร์พูดเสียงเรียบขณะทอดสายตามองออกไปนอกกระจกรถ
"ฝนไม่บอกใครหรอกค่ะ ฝนเองก็อยากให้เรื่องนี้เงียบที่สุดเหมือนกัน"
"แน่ใจนะว่าเพื่อนสนิทที่คุณนั่งคุยด้วยในคลาสเมื่อวานก็จะไม่รู้" เขาหันมาเลิกคิ้วถาม
"พิมจะไม่รู้เรื่องนี้ค่ะ ฝนรับรอง"
"ข้อสอง ห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของกันและกัน" เขาหันกลับมาสบตาเธอตรงๆ
"พื้นที่ของผมคือของผม คุณไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถาม หึงหวง หรือเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นภรรยาใดๆ ทั้งนั้น นี่เป็นการแต่งงานในนามเพื่อชดใช้บุญคุณ...ชัดเจนไหม"
"ชัดเจนค่ะ ฝนทราบดีว่าสถานะของเราคืออะไร ฝนจะไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของพี่ดินเด็ดขาด"
"ข้อสาม เวลาอยู่ข้างนอกหรือที่คณะ ผมคืออาจารย์บดินทร์ และคุณคือนักศึกษาปลายฝน ทำตัวให้เป็นปกติที่สุด อย่าให้ใครจับสังเกตได้ และอย่าหวังว่าผมจะให้สิทธิพิเศษอะไรกับคุณในฐานะลูกศิษย์"
"ฝนไม่เคยคิดจะใช้สิทธิพิเศษอะไรอยู่แล้วค่ะ ฝนเรียนด้วยความสามารถของตัวเอง" เธอเถียงกลับเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน
"รวมถึงถ้าผมต้องหักคะแนนคุณเพราะคุณทำผิดพลาด ผมก็จะทำโดยไม่ลังเล"
"ฝนเข้าใจค่ะ"
"ข้อสี่ เราจะแยกห้องนอนกันชัดเจน ห้ามคุณก้าวล่วงเข้าไปในห้องนอนของผมถ้าไม่ได้รับอนุญาต และห้ามพาใครเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมเด็ดขาด คุณมีหน้าที่แค่ดูแลรักษาความสะอาดในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง"
"ข้อนี้ฝนก็ไม่มีปัญหาค่ะ" เธอพยักหน้ารับ
"และข้อสุดท้าย...เราจะไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งใดๆ ต่อกันทั้งสิ้น"
ปลายฝนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก
"ฝนยินดีปฏิบัติตามทุกข้อค่ะ"
"อ่านให้ครบทุกตัวอักษร ถ้าแน่ใจว่าทำได้ก็เซ็นชื่อกำกับไว้ด้านล่างสุดของทุกหน้า"
ปลายฝนก้มหน้าอ่านรายละเอียดที่เหลือเงียบๆ มือเรียวยกปากกาขึ้นมาจรดลงบนแผ่นกระดาษ
"ถ้าวันหนึ่งหนี้สินทั้งหมดถูกจัดการเรียบร้อย หรือถึงเวลาที่เหมาะสม..." เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา
"เราจะหย่ากันใช่ไหมคะ"
"แน่นอน เมื่อถึงเวลา ผมจะเป็นคนจัดการเรื่องหย่าเอง คุณแค่ทำตามที่ตกลงไว้ก็พอ"
"ตกลงค่ะ"
ปลายฝนเซ็นชื่อลงในสัญญา บดินทร์ดึงกระดาษกลับไปเก็บพร้อมกับเอ่ยทิ้งท้าย
"หวังว่าคุณจะจำกฎทุกข้อได้แม่นยำเหมือนหนังสือเรียนนะ"
...
สี่สิบนาทีต่อมา ณ ลานจอดรถวีไอพีของคอนโดหรูใจกลางเมือง...
"มีของแค่นี้เหรอ"
เสียงทุ้มถามขึ้นขณะปรายตามองกระเป๋าเดินทางใบย่อมสีเทาเพียงใบเดียวและลังกระดาษใส่หนังสือเรียนที่ถูกยกมาวางไว้ท้ายรถ
"ค่ะ มีแค่นี้" ปลายฝนพยักหน้า มือเล็กกระชับสายกระเป๋าสะพายข้างไว้แน่น
"ผมนึกว่าผู้หญิงจะของเยอะกว่านี้ซะอีก"
"ฝนไม่ได้มีเสื้อผ้าอะไรเยอะแยะหรอกค่ะ ส่วนใหญ่ก็ชุดนักศึกษา แล้วก็ของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย หนังสือเรียนก็มีแค่ที่ต้องใช้เทอมนี้"
"ก็ดี ขนย้ายง่ายดี" เขาดันฝากระโปรงท้ายรถปิดลงจนสนิท
"ถือลังหนังสือนั่นมา ส่วนกระเป๋าเดี๋ยวผมลากไปเอง"
"ไม่เป็นไรค่ะ! ฝนถือเองได้ มันไม่หนัก" เธอรีบแย่งที่จับกระเป๋ามาถือไว้เองด้วยความเกรงใจ
"ไม่ได้อยากจะช่วยถือหรอกนะ แต่คุณเล่นอุ้มลังแบบนั้น แล้วจะลากกระเป๋ายังไงให้มันไม่ไปเกะกะทางคนอื่น ส่งมา"
"ข...ขอบคุณค่ะ" เธอปล่อยมือจากหูหิ้วกระเป๋าอย่างจำยอม
บดินทร์ไม่พูดอะไรต่อ เขาหมุนตัวเดินนำไปยังลิฟต์โดยสารส่วนตัว ปลายฝนรีบหอบลังกระดาษเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้าไปด้านใน บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิทจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ มีเพียงกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นสะอาดๆ ของสบู่ลอยมาแตะจมูก
"ลิฟต์ตัวนี้จะเปิดตรงเข้าห้องพักเลย รหัสผ่านคือศูนย์-เก้า-สอง-แปด"
"เดี๋ยวฝนจดไว้ในมือถือนะคะ"
"ไม่ต้องจด จำเอา ผมไม่ชอบให้มีบันทึกอะไรที่เกี่ยวกับห้องผมไปอยู่ในมือถือคนอื่น ถ้าเครื่องคุณโดนแฮกหรือทำหายมันจะวุ่นวาย"
"ศูนย์-เก้า-สอง-แปด...จำได้แล้วค่ะ"
