บทที่ 5 กฎเหล็กที่ตกลงกัน

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก พื้นที่กว้างขวางของเพนต์เฮาส์ใจกลางเมืองก็ปรากฏแก่สายตา โทนสีขาว ดำ และเทาถูกจัดวางอย่างลงตัว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นอยู่ในสภาพเนี้ยบกริบราวกับห้องตัวอย่าง ไม่มีฝุ่นหรือรอยนิ้วมือเกาะอยู่บนผิวกระจกเลยแม้แต่น้อย แม้แต่พรมเช็ดเท้าก็วางขนานกับเส้นยาแนวพื้นพอดีเป๊ะจนน่าอึดอัด

"เปลี่ยนรองเท้าด้วย รองเท้าของคุณอยู่ตู้ชั้นล่างสุด" เขาเอ่ยสั่งขณะถอดรองเท้าหนังของตัวเองเก็บเข้าตู้ แล้วหยิบสลิปเปอร์สีดำมาสวม

"ค่ะ" เธอรีบวางลังกระดาษลง ถอดรองเท้าผ้าใบแล้วสอดเท้าเข้าสลิปเปอร์สีเทา

"กระเป๋าลากเข้ามาเลย แต่ระวังอย่าให้ล้อครูดกับพื้นไม้"

"งั้นเดี๋ยวฝนยกลอยเอาดีกว่าค่ะ จะได้ไม่มีปัญหา" เธอรีบหิ้วกระเป๋าขึ้นเหนือพื้น ท่าทางเก้ๆ กังๆ ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจ

"วางลงเถอะ ล้อกระเป๋าแค่นี้มันไม่ทำให้พื้นพังหรอก" บดินทร์เอ่ยเสียงนิ่ง

"โซนห้องนั่งเล่นกับครัว คุณใช้ได้ตามสบาย แต่มีข้อแม้คือใช้เสร็จต้องเก็บทุกอย่างกลับเข้าที่เดิม ห้ามมีคราบน้ำบนเคาน์เตอร์ หรือเศษขยะทิ้งไว้ข้ามคืนเด็ดขาด ถังขยะต้องมัดปากถุงทิ้งทุกวันก่อนแปดโมงเช้า"

"ฝนจะดูแลเรื่องความสะอาดให้ค่ะ พี่ดินไม่ต้องห่วง"

"ผมไม่ใช่แค่คนรักความสะอาด แต่ผมเกลียดความรกรุงรัง" เขายกแขนขึ้นกอดอก สายตาคมกวาดมองไปที่ลังกระดาษ

"หนังสือเรียนของคุณ ถ้าอ่านเสร็จก็เก็บเข้าชั้นให้เรียบร้อย อย่ากองไว้"

"เข้าใจแล้วค่ะ ฝนจะจัดมุมอ่านหนังสือไว้ในห้องนอนตัวเอง"

"ดี ส่วนห้องทำงานของผม...ประตูบานสีดำตรงนั้น" เขาพยักพเยิดหน้าไปที่ทางเดินฝั่งขวา

"ห้ามคุณเข้าไปเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ตอนทำความสะอาด ผมจัดการเอง คุณไม่มีหน้าที่เข้าไปยุ่ง"

"ค่ะ ห้ามเข้าห้องทำงาน"

"เรื่องซักผ้า เครื่องซักผ้าอยู่ระเบียงซักล้าง แยกผ้าสีผ้าขาวให้ชัดเจน ผมมีตะกร้าแยกไว้ให้แล้ว ห้ามเอาชุดชั้นในของคุณมาปนกับเสื้อเชิ้ตผมเด็ดขาด"

"ฝนซักมือค่ะ ของส่วนตัวฝนไม่เอาไปปนกับของพี่ดินแน่นอน"

"ก็ดี ตู้เย็นผมแบ่งชั้นไว้ให้แล้ว ชั้นบนสุดเป็นของผม คุณใช้ชั้นสองกับสามได้เลย พวกอาหารสดอย่าซื้อมาตุนเยอะ กลิ่นมันจะตีกัน"

"พี่ดินทานอาหารเช้าที่ห้องไหมคะ ฝนจะได้เตรียมเผื่อให้"

"ผมกินกาแฟดำแก้วเดียว ไม่ต้องวุ่นวายทำเผื่อ"

"แต่ข้าวเช้าสำคัญนะคะ ตอนเช้าฝนต้มข้าวต้มหรือทำอะไรง่ายๆ ทานอยู่แล้ว แบ่งให้พี่ดินนิดเดียว..."

"ปลายฝน" เสียงเข้มขัดขึ้นทันที สายตาดุดันมองตรงมาที่เธอ

"กฎข้อที่สองในสัญญาจำไม่ได้หรือไง ห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของกันและกัน ผมจัดการตัวเองได้"

"ขอโทษค่ะ ฝนแค่ถามดูเฉยๆ ไม่ทำเผื่อก็ไม่ทำค่ะ" เธอรีบก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่น

"เอาของไปเก็บซะ จะได้พักผ่อน พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่หรือไง"

"แปดโมงครึ่งค่ะ"

"ผมมีราวด์วอร์ดเจ็ดโมง ถ้าจะติดรถไปก็ต้องตื่นให้ทัน หกโมงสี่สิบห้าผมล้อหมุน"

"ฝนไปเองดีกว่าค่ะ นั่งบีทีเอสแป๊บเดียวก็ถึง ถ้าไปพร้อมกันเดี๋ยวมีคนสงสัย ฝนไม่อยากผิดสัญญาข้อแรก"

"ก็ตามใจ" เขายักไหล่ ก่อนจะเดินนำไปยังโถงทางเดินอีกฝั่งที่แยกตัวออกไปเงียบๆ

ปลายฝนรีบหอบข้าวของเดินตามไปติดๆ ร่างสูงหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ แล้วชี้มือไปที่ประตูห้องอีกบานที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

"คุณนอนห้องนี้ ส่วนผมนอนอีกห้อง...อย่าล้ำเส้นเข้ามาถ้าผมไม่ได้อนุญาต"

...

พัดลมดูดควันทำงานดังหึ่งๆ แข่งกับเสียงตะหลิวที่กระทบกระทะเทฟลอน ปลายฝนรีบตักผัดผักใส่จานเซรามิกสีขาวสะอาดตา แล้วหันไปปิดเตาแก๊ส กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแกงจืดเต้าหู้หมูสับที่เพิ่งยกลงจากเตาลอยแตะจมูก เธอรีบคว้าผ้าสะอาดมาเช็ดคราบน้ำซุปที่กระเด็นเปื้อนเคาน์เตอร์หินอ่อนอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ผิดกฎเหล็กที่เพิ่งตกลงกันไว้เมื่อวาน

เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น ตามด้วยร่างสูงของบดินทร์ที่เดินเข้ามา เขาปลดเนคไทสีเข้มให้หลวม คลายกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า ชายหนุ่มถอดนาฬิกาข้อมือเรือนหรูวางบนชั้นหน้าประตู ก่อนจะปรายตามองมาที่โต๊ะอาหารกลางห้อง

"ทำอะไร" เขาทักขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ฟังดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ

"แกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักรวมค่ะ" ปลายฝนตอบพลางชูจานในมือ

"ฝนเปิดเครื่องดูดควันเบอร์แรงสุดแล้วนะคะ พี่ดินไม่ต้องกลัวกลิ่นติดโซฟา แล้วก็เช็ดเคาน์เตอร์เรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ"

"ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่ถามเฉยๆ" เขาตอบเสียงเรียบ ยกมือขึ้นบีบนวดหลังคอตัวเอง

"มียาแก้ปวดไหม"

"มีค่ะ พี่ดินปวดหัวเหรอคะ"

"อืม ยืนผ่าตัดมาหกชั่วโมงติด สายตามันล้า"

"งั้นเดี๋ยวฝนเดินไปหยิบยาให้นะคะ อยู่ในกระเป๋า"

"ไม่ต้องหรอก กินข้าวก่อนเถอะ ยาพวกนี้กินตอนท้องว่างเดี๋ยวกัดกระเพาะ"

เขาเดินมาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงเอนหลังพิงพนัก หลับตาลงชั่วครู่ราวกับพยายามทิ้งความกดดันจากโรงพยาบาลไว้ข้างหลัง

"ตอนนี้หิวจนแสบกระเพาะแล้ว"

ปลายฝนรีบตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานสองใบ วางลงตรงหน้าเขาก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม มือเล็กรวบช้อนส้อมด้วยความประหม่า บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสนิท บดินทร์ตักแกงจืดเข้าปากเงียบๆ ใบหน้าคมคายไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป