บทที่ 7 ใต้ชายคาเดียวกัน
เธอเบิกตากว้าง รีบผุดลุกจากเก้าอี้แล้ววิ่งตรงไปหาเขาทันที
ร่างสูงที่เคยก้าวเดินอย่างมั่นคงและสง่างาม บัดนี้กลับเซถลาพิงเข้ากับผนังข้างตู้รองเท้า เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่เคยรีดจนเรียบกริบหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกงสแล็ก เนคไทถูกปลดทิ้งไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกที่ลอยคลุ้งออกมาจากตัวเขาทันทีที่ขยับตัว
"อืม...หลบไป" เสียงทุ้มครางในลำคอ ฟังดูอ้อแอ้ผิดจากปกติ
"จะให้หลบได้ไงคะ เดินยังไม่ตรงเลยเนี่ย พี่ดินไปดื่มมาเหรอคะ กลิ่นเหล้าหึ่งเชียว"
"นิดหน่อย...อย่ามายุ่งน่า ผมเดินเองได้" ชายหนุ่มปัดมือที่เธอยื่นไปหาออกเบาๆ พยายามยืดตัวขึ้นยืนให้ตรง แต่ขาทั้งสองข้างกลับโอนเอนจนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
"พี่ดิน ระวังค่ะ!" ปลายฝนรีบถลาเข้าไปประคองต้นแขนแกร่งไว้ได้ทันท่วงที
"บอกว่าอย่าดื้อไงคะ เดี๋ยวล้มหัวฟาดพื้นไปจะทำไง"
"บอกให้ปล่อย...ผมไม่ได้เมา"
"ไม่เมาแต่เดินชนขอบประตูเนี่ยนะคะ มาค่ะ ค่อยๆ ก้าวนะ ฝนจะพาไปนั่งที่โซฟา" เธอออกแรงดึงแขนเขามาพาดบ่าตัวเองอย่างทุลักทุเล ร่างใหญ่โตทิ้งน้ำหนักลงมาจนเธอแทบเซตาม
"หนัก...ปวดหัว..." เขาพึมพำชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดซอกคอ จนเธอหน้าร้อนวูบ
"ก็ใครใช้ให้ไปดื่มหนักขนาดนี้ล่ะคะ ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยแตะของพวกนี้เลย ไปเครียดเรื่องอะไรมา หรือว่ามีปัญหาที่โรงพยาบาลคะ"
"อย่าถาม...น่ารำคาญ" เขาตวัดเสียงใส่เล็กน้อย ก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างหมดสภาพ
"ตัวหนักเป็นบ้าเลยค่ะ ได้กินอะไรบ้างไหมเนี่ย นอกจากเหล้า" เธอหอบหายใจพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก
"ไม่ได้กิน..."
"มิน่าล่ะถึงได้เมาแอ๋ขนาดนี้ ท้องว่างแล้วยังจะฝืนดื่มอีก" ปลายฝนส่ายหน้าเบาๆ มองสภาพอาจารย์หมอจอมเนี้ยบที่บัดนี้ดูเปราะบางและไร้การระวังตัวอย่างประหลาด
"พี่ดินนั่งรอตรงนี้นะคะ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด ฝนจะไปหาผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าให้จะได้สร่าง"
ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร ทำเพียงพลิกหน้าหนีซุกเข้าหาหมอนอิง หญิงสาวจึงรีบผละไปในห้องน้ำ รองน้ำอุ่นใส่กะละมังใบเล็กแล้วบิดผ้าขนหนูผืนสะอาดติดมือออกมาอย่างรวดเร็ว
"หันหน้ามาทางนี้หน่อยค่ะ ฝนจะเช็ดหน้าให้" เธอกลับมาคุกเข่าลงข้างโซฟา
"อืม..."
"เสื้อยับยู่ยี่หมดแล้ว ฝนปลดกระดุมออกให้นะคะ จะได้หายใจสะดวก" เธอบ่นกระปอดกระแปดพลางเอื้อมมือไปปลดกระดุมคอเสื้อของเขาออกอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะแตะผ้าขนหนูอุ่นๆ ลงบนซอกคอหนา
เขาสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยอมอยู่นิ่งๆ ให้เธอเช็ดทำความสะอาดแต่โดยดี ปลายฝนใช้ผ้าขนหนูซับไปตามลาดไหล่และลำคอแกร่ง พลางลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติมักจะเรียบตึงและเย็นชา บัดนี้กลับดูอ่อนล้าจนน่าเห็นใจ
หญิงสาวนำผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ มาซับเบาๆ ตามกรอบหน้าคมคาย ทว่าจู่ๆ มือหนาที่ร้อนผ่าวกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธออย่างแรง
"พี่ดิน ปล่อยฝนก่อนค่ะ" ปลายฝนพยายามบิดข้อมือออก ผ้าขนหนูผืนเล็กเกือบร่วงหลุดจากมือ
"ฝนจะเอาผ้าไปชุบน้ำใหม่ ตัวพี่ดินร้อนมากเลยนะคะ"
ทว่าแรงบีบกลับเพิ่มมากขึ้น บดินทร์ค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้น นัยน์ตาสีนิลที่เคยเย่อหยิ่งและดุดัน ยามนี้กลับฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขามองตรงมาด้วยกระแสความเจ็บปวดล้ำลึกจนยากจะอ่านออก แววตาคู่นั้นดูเว้าแหว่งและเปราะบางเสียจนคนมองใจหาย
"อย่าเพิ่งไป..." น้ำเสียงทุ้มพร่าสั่นกระเส่า
"ไม่ไปไหนหรอกค่ะ แค่จะเปลี่ยนน้ำในกะละมัง พี่ดินปล่อยมือฝนก่อนนะ"
ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย ชายหนุ่มกลับออกแรงกระตุกข้อมือเล็กเพียงครั้งเดียว ร่างบางที่ขยับตัวไม่ถนัดอยู่แล้วจึงเสียหลัก ล้มคว่ำลงไปทับบนแผงอกแกร่งเต็มแรง
กะละมังใบน้อยพลิกคว่ำ น้ำอุ่นสาดกระจายลงบนพื้นพรม แต่คนใต้ร่างกลับไม่สนใจ บดินทร์ตวัดท่อนแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกอดรัดรอบตัวเธอไว้แน่น รัดแน่นเสียจนกระดูกแทบหัก ราวกับคนกำลังจมน้ำที่เพิ่งคว้าขอนไม้ชิ้นสุดท้ายไว้ได้
"พี่ดิน! ปล่อยนะ ทำอะไรเนี่ย!" ปลายฝนร้องลั่น สองมือรีบยันไหล่หนาเอาไว้ พยายามเบี่ยงตัวหนี
"ไม่ปล่อย...ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น" เขาพึมพำเสียงพร่า ซุกใบหน้าคมคายลงกับซอกคอขาวเนียนอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจร้อนจัดที่ปะปนด้วยกลิ่นวิสกี้รสเข้มเป่ารดผิวเนื้อจนหญิงสาวขนลุกซู่
"พี่ดิน เมามากแล้วนะ ลืมตาดูหน้าฝนชัดๆ ก่อนสิ! นี่ฝนเอง! ปลายฝน!" เธอเค้นเสียงดุ พยายามดิ้นขลุกขลักให้หลุดจากพันธนาการ
"อย่าไป...ได้โปรด...อย่าทิ้งผมไป..."
คำอ้อนวอนที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักนั้นสั่นเครืออย่างหนัก ปลายฝนชะงักงันทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากแผ่นหลังกว้าง
ร่างสูงใหญ่กำยำที่เคยยืนตระหง่านดุเธอต่อหน้าคนนับร้อยในวันนั้น บัดนี้กำลังสั่นเทาเหมือนเด็กหลงทางในความมืด ความอุ่นชื้นบางอย่างที่ซึมผ่านคอเสื้อนอนทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
เขากำลังร้องไห้...ผู้ชายที่แข็งแกร่งและเย็นชาคนนั้น กำลังร้องไห้ซบไหล่เธอ
"พี่ดิน..." น้ำเสียงที่เคยตื่นตระหนกอ่อนโยนลง มือเล็กที่ค้างอยู่บนอกแกร่งค่อยๆ ลดระดับลงมากุมสาบเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แผ่วเบา
"หนาว...” เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก ราวกับต้องการฝังร่างเธอไว้ในตัวเขา กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวโชยแตะจมูกในระยะประชิด
ความเงียบงันแผ่ซ่านเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากห้องครัว ปลายฝนหยุดดิ้นรน เธอปล่อยให้ร่างหนากอดก่าย ทาบทับอยู่บนโซฟาแคบๆ ความอบอุ่นจากร่างกายและจังหวะหัวใจของบดินทร์ที่เต้นระรัวสะท้อนผ่านแผงอกมาถึงตัวเธอ มันเต้นแรงและเร็วจนน่ากลัว...ไม่ต่างจากหัวใจของเธอเองที่กำลังเต้นประท้วงโครมครามอยู่ตอนนี้
ความใกล้ชิดใต้ชายคาเดียวกันในยามวิกาล บีบคั้นให้ความสับสนว้าวุ่นพุ่งสูงจนสติกระเจิดกระเจิง ปลายฝนนอนลืมตาโพลงอยู่ในอ้อมกอดของหมอดินทร์ท่ามกลางความมืด ฟังเสียงลมหายใจของเขาพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ
"นี่เรา...ปล่อยให้เขากอดแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย"
