บทที่ 9 เช้าวันใหม่ในสถานะ 'เมีย' ที่ถูกซ่อน
ตลอดยามเช้าอันแสนอึดอัดลากยาวมาจนถึงตอนเดินทางมามหาวิทยาลัย ปลายฝนเอาแต่เหม่อมองออกไปนอกกระจกรถไฟฟ้า ความเจ็บแปลบที่ช่วงล่างยังคงประท้วงตอกย้ำถึงความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้น หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจลึกๆ ปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในโรงอาหารใต้ตึกคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งเต็มไปด้วยเสียงจอแจของนักศึกษาในช่วงพักกลางวัน
"ตกลงแกจะกินไหมเนี่ยข้าว เขี่ยจนหมูแดงจะเปื่อยรวมกับน้ำแกงอยู่แล้วนะ"
พิมสะกิดแขนเพื่อนสนิทที่เอาแต่นั่งจ้องจานข้าว ปลายฝนสะดุ้งเล็กน้อย รีบจับส้อมในมือให้ถนัดเพื่อเรียกสติ
"กินๆ แค่คิดเรื่องรายงานเพลินไปหน่อยน่ะ" เธอโกหกคำโต ก่อนจะฝืนตักข้าวเข้าปากเคี้ยวช้าๆ
"เลิกเครียดได้แล้วน่า คราวก่อนแกเพิ่งโดนอาจารย์บดินทร์ซักจนหน้าซีด ฉันล่ะสงสารแกจริงๆ โหดเกินเบอร์มากคนอะไร" พิมดูดน้ำแดงพลางส่ายหน้า
"แต่จะว่าไป... แกไม่คิดบ้างเหรอว่าอาจารย์เขามีเสน่ห์แบบแปลกๆ"
"เสน่ห์ตรงไหนก่อน ดุจะตายชัก ต่อให้หล่อแค่ไหน แต่หน้าตาก็บอกบุญไม่รับตลอดเวลาปะ" 'มิ้นท์' เพื่อนอีกคนในกลุ่มแย้งขึ้น
"ก็ตรงที่ดุนั่นแหละแก! นิ่งๆ เนี้ยบๆ ตอนอาจารย์เขากอดอกมองกราดลงมานะ ฉันแทบละลาย หล่อทะลุเสื้อกาวน์สุดๆ" พิมทำหน้าเคลิ้มฝัน
"เออ ฉันเห็นด้วยกับพิม" เพื่อนอีกคนพยักหน้ารับ
"ต่อให้ดุแค่ไหน แต่ความหล่อมันกระแทกตาจริงๆ แววตาคมๆ แบบนั้นเวลามองมาทีไร ฉันขนลุกซู่ไปหมดเลย"
"ขนลุกเพราะกลัวโดนหักคะแนนสิไม่ว่า" ปลายฝนพยายามพูดติดตลกเพื่อกลบเกลื่อนความขื่นขม
"แหม ยัยฝน แกก็ลองมองข้ามเรื่องเรียนไปก่อนสิ ลองมองอาจารย์ในฐานะผู้ชายคนนึง แกไม่หวั่นไหวบ้างเหรอ ผู้ชายอะไรเพอร์เฟกต์ไปซะทุกอย่าง" พิมยังคงคะยั้นคะยอ
เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วและเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ดังประสานกัน มีเพียงปลายฝนที่นั่งเงียบ พยายามทำตัวให้กลมกลืน ทั้งที่ในใจยังคงปวดหนึบเมื่อนึกถึงคำพูดเย็นชาของผู้ชายคนนั้นเมื่อตอนเช้า
"แล้วแกล่ะฝน คิดว่าหมอบดินทร์ตรงสเปกแกไหม" พิมหันมาถามจี้จุด
ปลายฝนได้แต่ฝืนยิ้มแห้งๆ ซ่อนความบอบช้ำทั้งหมดไว้ในใจ
"เรา... ไม่ชอบผู้ชายใจร้ายหรอก"
...
ช่วงบ่าย ก่อนเวลาขึ้นวอร์ด...
"แกเดินเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมพิม เดี๋ยวก็เตรียมตัวเข้าวอร์ดสายหรอก" มิ้นท์บ่นพลางเร่งฝีเท้าไปตามโถงทางเดินกว้างของอาคารเรียนรวม
"รู้แล้วน่า ก็คนมันอิ่มจนจุก กินข้าวเสร็จก็ต้องเดินย่อยปะ" พิมเถียงกลับ ก่อนจะหันมามองเพื่อนสนิทที่เอาแต่เดินเงียบอยู่ข้างๆ
"เออ ฝน วันนี้ทำไมแกติดกระดุมเสื้อนักศึกษาซะมิดคอขนาดนั้น ร้อนจะตายชัก"
ปลายฝนสะดุ้งเบาๆ รีบยกมือขึ้นแตะคอเสื้อตัวเองอย่างลืมตัว
"เอ่อ... พอดีฉันรู้สึกเจ็บคอเหมือนจะเป็นหวัดน่ะ เลยไม่อยากให้แอร์เป่าโดน"
"อ้าว กินยาหรือยังล่ะ หน้าแกดูซีดๆ ตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้วนะเว้ย"
"กินแล้วๆ ไม่เป็นไรมากหรอก พวกแกรีบเดินเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน" หญิงสาวพยายามเบี่ยงประเด็น ไม่อยากให้เพื่อนสังเกตเห็นพิรุธไปมากกว่านี้
"เฮ้ย พวกแก หลบทางหน่อย อาจารย์หมอเดินมากันเป็นแผงเลย" พิมกระซิบเสียงตื่นเต้น พลางรีบดึงแขนเพื่อนทั้งสองให้ขยับเข้าไปชิดกำแพง
ปลายฝนก้มหน้ามองพื้นทันที สองมือบีบสายกระเป๋าสะพายไว้แน่น เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของกลุ่มอาจารย์แพทย์
"สวัสดีค่ะอาจารย์"
กลุ่มนักศึกษาตามทางเดินพากันยกมือไหว้ทำความเคารพ ปลายฝนยกมือขึ้นไหว้อย่างเก้ๆ กังๆ โดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมอง
"บ่ายนี้อาจารย์บดินทร์มีเคสผ่าตัดต่อเลยใช่ไหมครับ" เสียงอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งเอ่ยถามขึ้นใกล้ๆ
"ครับ เป็นเคสช่องท้อง น่าจะใช้เวลาสักพัก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่คุ้นหูดังขึ้นห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ปลายฝนรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ เธอเผลอเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินอยู่ตรงกลางกลุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เขากวาดสายตามองกลุ่มนักศึกษาด้วยท่าทีนิ่งขรึม ทว่าในจังหวะที่กำลังจะก้าวผ่านไปนั้น... นัยน์ตาคมกริบกลับหยุดชะงักอยู่ที่เธอ
บดินทร์ไม่ได้เอ่ยทักทาย เขาเพียงแค่จ้องมองตรงมา นัยน์ตาสีนิลหลุบต่ำลงเล็กน้อยไปยังบริเวณคอเสื้อนักศึกษาที่ติดกระดุมไว้จนสุด รอยแดงจางๆ ที่โผล่พ้นขอบเนื้อผ้าออกมาเพียงนิดเดียว ทำให้แววตาที่เคยเย็นชาเกิดความวูบไหวพาดผ่านเพียงเสี้ยววินาที มันมีความขัดแย้งและสับสนซ่อนอยู่ลึกๆ ก่อนที่เขาจะดึงสายตากลับไปอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวเดินต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"พวกแกเห็นปะ! เมื่อกี้อาจารย์มองมาทางพวกเราด้วยล่ะ" พิมกระซิบเสียงระริกระรี้เมื่อกลุ่มอาจารย์เดินคล้อยหลังไป
"เขามองแกมั้ง ยืนยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมขนาดนั้น" มิ้นท์ส่ายหน้าขำๆ
"ไปเถอะ รีบไปรวมกลุ่มกันได้แล้ว"
ปลายฝนไม่ได้ตอบรับคำหยอกล้อของเพื่อน เธอทำเพียงแค่ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังหมอดินทร์เดินพ้นสายตาไป มือบางยกขึ้นจับคอเสื้อตัวเองให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อปกปิดร่องรอยค่ำคืนอันวาบหวาม... และรอยร้าวในหัวใจของเธอเอง
