บทที่ 10 หาทางเอาตัวรอด
“แต่ฉันมีสิ่งหนึ่งอยากจะบอกคุณนะ ว่าจริงๆ แล้วฉันเป็นคนสกปรก ดูสิ ปากฉันเหม็นจะตาย น้ำก็ไม่ค่อยได้อาบ คุณลองคิดดูว่าคนอย่างฉันที่เข้าครัวทุกวันและอยู่กับอาหารเกือบทั้งวันไม่ได้อาบน้ำ ลองคิดดูดีๆ ว่ามันจะสกปรกแค่ไหน ฟันก็ไม่ค่อยได้แปรง เสื้อผ้าก็ใส่ซ้ำๆ กันหลายวันมาแล้ว คุณคงไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้หรอกใช่ไหม มันไม่เจริญหู เจริญตาตอนคุณร่วมรักหรอก ปล่อยฉันไปเถอะ”
“โอ๊ะ โอ... เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง มายด์ดาลิงค์ ฉันจะจับเธอขัดสีฉวีวรรณให้เรียบร้อยก่อนที่รัก แล้วเมื่อครู่ที่ฉันจูบปากเธอน่ะ ฉันไม่เห็นได้กลิ่นปากเธอเลยนะ ไม่เชื่อฉันจะพิสูจน์ให้เธอดูอีกรอบ”
“มะ... ไม่ อื้อ...”
พิมพ์ลภัสเพิ่งรู้ตัวว่าสิ่งที่เธอพูดไปนั้นมันเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ เธอไม่น่าพลั้งปากพูดออกไปอย่างนั้นเลย เพราะว่าหลังจากที่เธอพูดจบเขาก็ครอบครองริมฝีปากเธอไปจนถึงบ้านพักตากอากาศ ทันทีที่เชลดอลจอดรถ โฮเลติโอก็ลากเธอเข้าไปในบ้านอย่างไม่ปราณี
“ไม่นะ ปล่อย!” หญิงสาวพยายามรั้งตัวเอาไว้สุดชีวิต ไม่ว่ายังไงเธอจะต้องหนีไปให้พ้นจากเงื้อมมือเขาให้ได้ โฮเลติโอขี้เกียจฉุดกระฉากลากถูให้เธอบอบช้ำไปมากกว่านี้ เขารวบร่างบางได้ก็ยกตัวเธอพาดบ่า เดินดุ่มๆ ขึ้นห้องนอนโดยไม่สนใจเชลดอลเลยสักนิด
“อะ... เอ่อ เจ้านายครับ...” เชลดอลพยายามจะเรียกโฮเลติโอเพื่อพูดอะไรบางอย่าง แต่เหมือนเจ้านายหนุ่มจะหลงในเรือนกายสาวไทยจนลืมเขาไปเสียแล้ว
“ปล่อยนะ ปล่อย! ไอ้คนบ้า ไอ้โรคจิต คุณจะข่มขืนฉันหรือไง ไอ้บ้าๆๆๆ” โฮเลติโออยากจะเอาผ้ามาอุดปากแม่สาวไทยขี้โวยวายคนนี้นัก เขาตีก้นเธอไปหลายครั้งด้วยความหมั่นไส้
“ว้าย!” หญิงสาวร้องลั่นเมื่อเขาโยนเธอลงบนเตียงนุ่ม ดูจากสายตาที่ส่งมาแล้วทำให้เธอต้องถอยกรูดไปจนติดหัวเตียง
“คุณอย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง” พิมพ์ลภัสยกมือไหว้หงกๆ หลังจากที่รู้ตัวแล้วว่าหาทางขัดขืนไม่ได้ เธอจำใจต้องแสร้งทำตัวน่าสงสารให้เขาปล่อยเธอไป
“เธอคิดว่าเธอกำลังพูดกับใครอยู่ หือ...” ชายหนุ่มโถมกายเข้าหา เธอเบียดกายชิดไปข้างหลังจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของหัวเตียงอยู่แล้ว
“ไม่รู้... ฉันไม่รู้จักคุณ คุณไม่รู้จักฉัน เราไม่รู้จักกัน เราจะมาทำอะไรๆ กันได้ยังไง”
“ทำไมจะไม่ได้เล่า! นี่เธอรู้จักคนอย่างโฮเลติโอ ไทม์โมลินอลน้อยไปซะแล้วนะ ไหน... มาดูสิ ว่าสินค้าที่ฉันซื้อมาน่ะ มันมีคุณภาพดีแค่ไหน” ว่าแล้วเขาก็ดึงเธอเข้ามาแนบชิด พิมพ์ลภัสหลับตาแน่น เธอตัวสั่นงั่นงกด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า ฉันไม่ทำอะไรเธอรุนแรงหรอก” ชายหนุ่มปลอบใจ แม้ว่าปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่ลึกๆ แล้วเขากลับคิดว่าจะต้องจัดการให้มันสาสมกับที่เธอทำกับเขาให้จงได้ เขายังจำแกงจืดร้อนๆ ที่ราดมาบนกายจนแสบไปทั้งตัว และผัดผักที่โป๊ะมาบนหน้าจนน้ำมันติดเยิ้มไปทั่วใบหน้า
“ไม่ๆ คุณไม่มีสิทธิทำกับฉันอย่างนี้ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันสัญญาว่าถ้าคุณปล่อยฉันไป ฉันจะไม่แจ้งตำรวจมาจับคุณ” โฮเลติโอยิ้มอย่างใจเย็น จะเชือดแม่แกะน้อยสักที มันต้องทำความเข้าใจอะไรมากมายขนาดนี้ด้วย เสียเวลาเปล่า... สู้เอาเวลาที่เขามาคุยกับเธอ ไปทำอะไรๆ ที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ไม่ดีกว่าหรือ...
โฮเลติโอคิดได้ดังนั้นก็ดันร่างบางให้นอนแนบกับเตียง ลมหายใจของเขาเป่ารดต้นคอนวลเนียนจนเธอขนลุกซู่ไปทั้งกาย
