บทที่ 11 ให้เวลาเตรียมใจ

“ฮือ... ไม่นะ อย่าทำอะไรฉัน” หญิงสาวขอร้องอย่างน่าสงสาร ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระไปแล้ว เพราะคนอย่างเขาไม่ชอบฝืนใจใคร แต่กับเธอ... เขาขอเว้นไว้สักคนนึงก็แล้วกัน

“อย่าร้องขอไปให้เหนื่อยเลยดีกว่า ยังไงเสียฉันก็ไม่เปลี่ยนใจ หมี่หยก... ฉันใช้เงินซื้อเธอมาจากแม่เลี้ยงของเธอตั้ง 10 ล้านเชียวนะ จะให้ฉันปล่อยเธอไปง่ายๆ ได้ยังไง” โฮเลติโอพูดพลางเอามือจับหน้าอกอวบๆ ไปพลาง พิมพ์ลภัสเม้มริมฝีปากแน่น เพราะฝ่ามือของเขาทำให้เธอซ่านสยิวไปหมดทั้งกาย

“ไม่จริง... คุณโกหก!”

“ฉันไม่ได้โกหก ที่รัก... ฉันซื้อเธอมาแล้ว เธอต้องเป็นเมียบำเรอตอนที่ฉันอยู่เมืองไทย มันไม่มีอะไรยากเลย เพียงแค่เธอบำรุงบำเรอความสุขให้ฉันพอใจก็เท่านั้น ถ้าเธอทำตัวดีๆ ฉันจะให้เงินเธอเพิ่มโดยไม่รวมจากที่ให้แม่เลี้ยงเธอไป ฉันจะให้เงินเธอไปตั้งตัวใหม่ดีไหม ไหนๆ แม่เลี้ยงเธอก็ไม่อยากให้เธออยู่ที่บ้านหลังนั้นกับหล่อนแล้วนี่” โฮเลติโอปลอบใจพิมพ์ลภัส

“ฉันรู้ ว่าเค้าไม่อยากให้ฉันอยู่ที่บ้านหลังนั้น แต่บ้านหลังนั้นเป็นของพ่อฉัน ที่สำคัญฉันอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่เกิด” หญิงสาวร้องไห้

“แต่หล่อนกำลังจะขายบ้านหลังนั้นทิ้ง” โฮเลติโอบอกหญิงสาว นี่เป็นถ้อยคำที่ได้ยินจากชาวบ้านละแวกนั้นหลังจากที่มัลลิกาได้รับเชคจากเขาไป

“อะไรนะ!” พิมพ์ลภัสอุทานลั่น เธอแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย

“ฉันรู้มาว่ามัลลิกาจดทะเบียนสมรสกับพ่อเธอไม่ใช่หรือ? ในเมื่อเป็นอย่างนั้นหล่อนก็มีสิทธิ์ที่จะขายบ้านหลังนั้นทิ้งอย่างชอบธรรม”

“ไม่ๆ เค้าไม่มีสิทธิมาทำแบบนั้น แล้วฉันล่ะ ฉันจะไปอยู่ที่ไหน” พิมพ์ลภัสร้องไห้หนักขึ้น

“ก็มาอยู่กับฉันไง ฉันสัญญาว่าถ้าฉันกลับอเมริกาแล้ว ฉันจะให้เงินเธอไปตั้งตัวใหม่ ดีไหม” เขาถามเธออย่างใจเย็น

“ฉันไม่ต้องการ!” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง โฮเลติโอพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ เขากำลังพยายามทำความเข้าใจว่าเธออาจจะตกใจกับการกระทำที่รุนแรงของเขาก็เป็นได้ จะได้เขาทำอะไรๆ เธอขณะที่เธอร้องไห้น้ำตาไหลพรากก็ไม่ใช่เรื่อง

“ฉันให้เวลาเธอทำใจ 1 ชั่วโมง หรือเธอจะอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายให้สบายตัวก็ได้ ถึงเวลานั้นฉันจะเข้ามาอีกที แต่ฉันหวังว่ากลับเข้ามาอีกครั้งจะไม่เห็นน้ำตาของเธออีก ไม่อย่างนั้นฉันจะจัดการกับเธอขั้นเด็ดขาด!” โฮเลติโอบอกเสียงเข้ม พิมพ์ลภัสถอยกายไปจนชิดหัวเตียง ไม่นะ... ให้ตายยังไงเธอก็จะไม่ยอมเป็นเมียเขาแน่ๆ 

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสองสามครั้งทำให้เขาและเธอหลุดจากภวังค์ความคิด “เข้ามาได้” สิ้นเสียงอนุญาต เชลดอลก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สามใบ ดูแล้วมันคุ้นหน้าคุ้นตาพิมพ์ลภัสนัก

“เสื้อผ้า ข้าวของ เครื่องใช้ ของคุณหมี่หยกครับ พอดีว่าคุณมัลลิกาขนมาวางหน้าบ้านตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว” เชลดอลรายงานให้หญิงสาวหายงง ได้ยินเพียงเท่านี้น้ำใสๆ ก็ไหลพรากออกมาจากดวงตาคู่โต เธอกล้ำกลืนเสียงสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอไม่มั่นใจในตัวเองว่าถ้าเจอมัลลิกาอีกครั้ง เธอจะอดใจไม่เข้าไปตอบแทนบุญคุณหล่อนอย่างสาสมหรือเปล่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป