บทที่ 2 ส่งอาหารให้ลูกค้า

“หมี่หยก เย็นนี้เอากับข้าวไปส่งตามที่อยู่นี้นะ” มัลลิกา ม่ายสาววัย 45 ปียื่นที่อยู่ให้พิมพ์ลภัส หญิงสาวหยิบกระดาษแผ่นเล็กขึ้นมาดู ดวงตาคู่โตจับจ้องไปที่ลายมือยึกยือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาววัยกลางคนที่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงแล้วเอ่ยถาม

“ที่อยู่นี้เป็นบ้านพักตากอากาศที่พวกเศรษฐีฝรั่งชอบมาพักนี่คะ แล้วทำไมเขาถึงมาสั่งอาหารเราได้” พิมพ์ลภัสถามแม่เลี้ยงด้วยความสงสัย มัลลิกาทำสีหน้ารำคาญกับความขี้สงสัยของเด็กสาวนัก

“ฉันจะไปรู้หรือไง เขาสั่งมาก็ไปส่งให้ตามนั้นแหละ อย่าถามมากจะได้ไหม เสียเวลา!” หล่อนบ่นอย่างหงุดหงิดจากนั้นจึงหยิบแป้งพับออกมาประทินใบหน้าที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลา พิมพ์ลภัสเห็นอย่างนั้นก็อดถามต่อไปไม่ได้

“แล้วน้าจะไปไหนคะ”

มัลลิกาชะงัก เมื่อลูกเลี้ยงอย่างพิมพ์ลภัสเอ่ยถาม นางหันมาหาหญิงสาวก่อนจะยิ้มกว้างด้วยความอารมณ์ดี... ดีจนพิมพ์ลภัสเริ่มจะเดาอารมณ์ของนางไม่ออก

“ฉันก็ไปเที่ยวของฉันบ้างสิ แกมีหน้าที่ทำอะไรก็ทำไปเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของเด็ก”

“น้ามาคะ หมี่หยกคิดว่าเราคุยกันเรื่องนี้รู้เรื่องแล้วนะคะ”

พิมพ์ลภัสวางทัพพีที่อยู่ในมือลง เธอสบตามัลลิกาอย่างจริงจัง... จริงจังเสียจนมัลลิกาต้องถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย 

“แกอย่ามายุ่งอะไรกับฉันนักเลย นี่ก็สายแล้ว ฉันต้องรีบไป อ้อ... กลับมาแล้วก็อย่าลืมเก็บร้าน เก็บข้าวของให้เรียบร้อยด้วยล่ะ” มัลลิกาไม่สนใจพิมพ์ลภัสอีกต่อไป

นางเดินออกจากบ้านด้วยความเบิกบาน พิมพ์ลภัสแอบเดินตามไปดูก็พบรถเก๋งคันเก่าจอดอยู่หน้าบ้าน ภายในรถมีชายหนุ่มอายุสี่สิบกว่าๆ นั่งอยู่ เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่ามัลลิกามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้ชายคนนั้น คิดแล้วก็น่าเศร้า บิดาเธอเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว งานศพผ่านไปไม่ทันไร มัลลิกาก็ควงผู้ชายคนใหม่เข้าบ้าน ทั้งๆ ที่บ้านหลังนี้เป็นของบิดาเธอ

พิมพ์ลภัสพยายามไม่สนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอท่องไว้คำเดียวว่าทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น ถ้าวันหนึ่งมัลลิกาตกลงปลงใจจะไปอยู่กับผู้ชายคนนั้น เธอจะปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้เป็นร้านอาหารภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่น ไม่ทรุดโทรมอย่างที่เป็นในปัจจุบัน ทุกวันนี้เธอพยายามเก็บหอมรอบริบเพื่อให้มีเงินก้อน แต่รายได้ส่วนใหญ่จากการขายอาหารมักจะถูกมัลลิกานำไปใช้ในทางที่ไร้สาระ อย่างเช่น... เลี้ยงผู้ชาย!

หญิงสาวตักอาหารใส่ปิ่นโตเถายาว เธอปาดเหงื่อตัวเองออกจากใบหน้า แม้จะเหนื่อย จะร้อนที่ต้องอยู่หน้าเตา แต่เธอก็มีความสุข

พิมพ์ลภัสได้สูตรอาหารเหล่านี้จากบิดา มารดาของเธอ เมื่อก่อนตอนเป็นเด็ก พิมพ์ลภัสมักจะขลุกอยู่แต่ในครัวเพื่อหัดทำอาหาร โดยมีมารดาเป็นผู้สอน เธอจัดเตรียมอาหารเสร็จแล้วจึงไปอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายให้สดชื่นก่อนจะขี่จักรยานออกไปส่งอาหารตามที่อยู่ในกระดาษแผ่นน้อย

เธอมายืนอยู่หน้าบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ สายตาว่องไวกวาดมองไปบริเวณรอบๆ บ้าน เมื่อไม่เห็นใครอยู่แถวนั้นเธอจึงเดินไปกดกริ่งหน้าประตู เธอยืนรอไม่ถึงสามนาที ประตูบ้านก็เปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาเสียจนเธอยืนค้างไปชั่วลมหายใจหนึ่งก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความอาย

“มาส่งอาหารใช่ไหมครับ” ภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆ ถูกเปล่งออกมาจากลำคอ เธอพยักหน้าน้อยๆ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นไปสบดวงตาสีครามสดใสคู่นั้น

“ค่ะ ถ้าไม่รบกวนคุณจนเกินไป ช่วยถ่ายอาหารใส่ชามหน่อยได้ไหมคะ” โฮเลติโอยิ้มกริ่ม เขาผายมือเข้าไปในบ้าน พิมพ์ลภัสลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง เธอพยายามไม่คิดอะไร สองขาก้าวเดินเข้าไปในบ้าน โฮเลติโอมองตามหลังหญิงสาวสายตาแพรวพราว สะโพกอวบอิ่มบิดไปมาตามจังหวะการเดิน หัวใจเขากระตุกวาบ ถ้าได้สัมผัสเขาคงจะรู้สึกดีไม่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป