บทที่ 4 ยิ่งคิดยิ่งแค้น

“ตะ... แต่...”

“ไม่มีแต่! ภายในสองวัน ฉันต้องได้แม่นั่นมาอยู่ในกำมือ งานนี้ฉันจะล้างแค้นให้สาสมกับที่เธอทำกับฉันเอาไว้!” น้ำเสียงเข้มตะเบ็งจนคอเป็นเอ็นด้วยความโกรธ เชลดอลไม่กล้าทักท้วงได้แต่น้อมรับคำบัญชา แม้จะสั่งการลูกน้องไปเสียเรียบร้อยแต่กรามทั้งสองข้างก็ยังขบแน่นด้วยความโกรธขึง ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะมีผู้หญิงคนไหนกล้าทำกับเขาแบบนี้ แม่นั่นคิดว่าเขาเป็นใครกัน คนอย่างโฮเลติโอ ไทม์โมลินอล ไม่เคยถูกปฏิเสธจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน เธอกล้าทำกับเขาขนาดนี้เห็นทีจะอยู่เฉยไม่ได้ เขาต้องไปคิดหาวิธีแก้แค้นเมื่อได้เธอมาอยู่ในอุ้งมือ เขาจะทำให้เธอต้องเรียนรู้คำว่าเจ็บปวด ทรมานจากเขาให้จงได้!

จักรยานคันเก่าแล่นไปตามถนนด้วยความเร็ว พิมพ์ลภัสรีบปั่นสุดแรงที่มี เธอเหลียวหลังไม่เห็นมีใครตามก็เบรกพักด้วยความเหนื่อยหอบ เหงื่อกาฬไหลชุ่มโชกไปทั่วตัว เกือบไปแล้ว... เธอเกือบตกเป็นเมียฝรั่งใจหื่นเสียแล้ว! ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าทำกับเธอถึงเพียงนี้ พิมพ์ลภัสยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ แม้ว่าจะมีรสชาติเค็มๆ ของเหงื่อเธอก็ไม่สน ดวงตาของเธอแดงก่ำ น้ำใสๆ คลออยู่เต็มหน่วย

“ไอ้คนบ้า คนโรคจิต คนผีทะเล ชาตินี้ขออย่าได้เจอะ ได้เจอกันอีกเลย!” หญิงสาวก่นด่าพลางสาปส่งโฮเลติโอไปตลอดทางที่ขี่จักรยานกลับบ้าน คิดแล้วก็เสียดายโอกาส เธอน่าจะหยิบกระทะฟาดศีรษะไปให้รู้แล้วรู้รอด ให้เลือดหื่นๆ ของตาบ้านั่นไหลทะลักจนหมดตัวเสียก็ดี

ยิ่งคิดยิ่งแค้น คนเดี๋ยวนี้จิตใจทำด้วยอะไร ไร้ยางอายที่สุด คิดว่าเป็นเศรษฐีฝรั่งแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง ทุเรศ! ชาตินี้ชาติหน้าของอย่าให้ประสบพบเจออีกเลย

เธอเดินกลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาคู่โตเห็นรถเก๋งคันเก่าจอดอยู่หน้าบ้าน เธอพยายามไม่สนใจ เดินเข้าไปในครัวเพื่อล้างชาม แต่หูเจ้ากรรมก็ดันได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกของมัลลิกากับชายชู้

“อื้อ... อย่าน่า ฉันเหนื่อยแล้วนะ” เสียงมัลลิกาพูดพลางหัวเราะคิกคัก ทำให้พิมพ์ลภัสต้องหยุดยืนนิ่งข้างประตูห้องนอนของหล่อน สายตาว่องไวมองผ่านประตูไม้ที่แง้มออก ร่างอวบอัดจนเกือบจะอ้วนของมัลลิกาเปล่าเปลือยอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนบาง เช่นเดียวกับชายหนุ่มวัยสี่สิบกว่าๆ ที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง เขาใส่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว มือหนาของเขาลูบไล้ไปตามเรือนร่างของมัลลิกา

“คุณก็รู้ ว่าผมต้องการคุณขนาดไหน” เขาโอ้โลมหล่อนอีกครั้งด้วยความปรารถนา มัลลิกาเบือนหน้าหนียิ้มด้วยความเอียงอาย

พิมพ์ลภัสเม้มริมฝีปากแน่น ขนในกายลุกชันด้วยความขยะแขยง เตียงนั่นเป็นของบิดาเธอ ห้องนอนนั้นก็เป็นของบิดาเธอ เมื่อหลายปีที่แล้วบิดาเธอคิดอยากจะมีใครสักคนมาช่วยดูแลบ้าน ช่วยดูแลเธอ แทนมารดาที่เสียชีวิตไป เธอพยายามเข้าใจ และไม่ขัดขวางการแต่งงานใหม่ของบิดา เสียแรงที่บิดาเธอรักและไว้ใจ มัลลิกาไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย เธอถอนหายใจอีกครั้ง ร่างบางกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่บทสนทนาที่ดังขึ้นทำให้เธอชะงักฝีเท้าลง

“นี่คุณเอาเงินจากไหนไปซื้อให้ผมน่ะ” ชายชู้ของมัลลิกาเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ เสียงห้าวของเขาดังจนแทบจะตะโกนก็เป็นได้ พิมพ์ลภัสหันหลังไปมองอีกครั้ง สายตาของเธอเห็นนาฬิกาแบรนดังจากอเมริกาอยู่บนมือของแม่เลี้ยง มัลลิกายิ้มกว้าง มืออวบๆ ลูบนาฬิกาเรือนใหม่อย่างภาคภูมิใจที่เซอร์ไพรส์สามีใหม่ของหล่อนได้

“วันนี้มีเศรษฐีฝรั่งมาสั่งอาหารที่ร้านฉันแล้วให้หมี่หยกไปส่งที่บ้าน รู้ไหมว่าไอ้ฝรั่งนั่นมันให้เงินฉันมาเป็นปึก น่าตลกเนอะ”

“แล้วคุณไม่ห่วงหมี่หยกบ้างเหรอ ให้ไปส่งอาหารที่บ้านอย่างนั้นมันคงต้องการจะ...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป