บทที่ 5 วางแผนร้าย
“โอ๊ย! ฉันจะไปห่วงมันทำไม ไม่ใช่ลูกใช่เต้าของฉันสักหน่อย อย่าไปสนใจมันเลยน่า มันจะเป็นอะไรก็ช่างหัวมันเถอะ เรามาสนใจเรื่องของเราดีกว่า ว่าแต่ว่า... คุณชอบไหมล่ะ” มัลลิกาเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อนที่สามีจะพูดจบ ชายหนุ่มอ้าปากค้าง แอบตกตะลึงกับความใจดำของมัลลิกายิ่งนัก แต่ของในมือหล่อนก็น่าสนใจเกินกว่าจะคัดค้าน
“ชอบสิ คุณนี่รู้ใจผมจริงๆ เลยนะ” เขาก้มลงหอมแก้มมัลลิกาฟอดใหญ่ หล่อนยิ้มกว้างดีใจจนเนื้อเต้น
“แค่คุณชอบฉันก็ดีใจแล้ว ฉันหายเหนื่อยแล้วล่ะ เรามาทำอะไรๆ กันต่อดีไหม” มืออวบๆ ของหล่อนลากไล้ไปตามเรือนร่างหนุ่ม เขาดันตัวมัลลิกาลงแนบกันเตียงนอน ก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงสวาทกับม่ายสาวมากตัณหา พิมพ์ลภัสเอามือปิดริมฝีปากไว้แน่น น้ำตาไหลอาบไปทั่วใบหน้า เธอกลืนเสียงสะอื้นลงคอก่อนจะรีบวิ่งไปที่ห้องนอนตัวเองด้วยความเสียใจ แม้จะรู้ว่ามัลลิกาเป็นคนอย่างไร แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะมีจิตใจดำขลับราวกับนกกาไม่ผิดเพี้ยน ตอนนี้เธอคิดถึงพ่อเหลือเกิน
ชะตากรรมอันเลวร้ายของเธอเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่พ่อเธอเสียชีวิต มัลลิกาถลุงเงินของพ่อเธอจนหมด ไม่เหลือส่งเสียให้เธอเรียนหนังสือในเทอมสุดท้าย เธอต้องดิ้นรนทำงานหาเงินด้วยตัวเอง เวลาผ่านมา 1 ปี เธอทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่มัลลิกาไม่เคยนึกถึงเลย เหมือนเธอทำงานหาเลี้ยงคนอีกคนซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่หล่อนมีสองมือ สองขา แต่กลับไม่สนใจจะทำอะไร ถ้าไม่ติดคำสัญญาที่ให้ไว้กับบิดาก่อนเสียชีวิตว่าจะดูแลมัลลิกาแทน เธอคงไม่ต้องลำบากขนาดนี้...
หลังจากที่โฮเลติโออาบน้ำชำระล้างร่างกาย และคราบอาหารให้สะอาดหมดจดแล้ว เขาก็เดินไปเดินมาอยู่ในห้องนอนตัวเองพักใหญ่ พอเดินจนเมื่อยแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหงุดหงิด พอนั่งได้สักพักก็ลุกขึ้นมาเดินต่อ เขาเอามือจับปลายคางอย่างใช้ความคิดไปเรื่อยๆ ในใจก็รอลุ้นให้เชลดอลกับมาอย่างได้เรื่องได้ราว ไม่ใช่คว้าน้ำเหลวมาให้เขาหงุดหงิดเพิ่มขึ้นอีก
ความแสบร้อนบนผิวเนื้อของชายหนุ่มยังไม่ทุเลาลงแม้แต่น้อย คิดแล้วก็แค้นนัก คนอย่างโฮเลติโอไม่เคยพลาดท่าอะไรขนาดนี้ อย่าให้หญิงสาวมาอยู่ในกำมือนะ เขาจะบีบขยี้ให้ไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
โฮเลติโอคิดอย่างหมายมาดในใจ แล้วเสียงก๊อกๆ ดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ประตูห้องนอนของเขาจะถูกเปิดออกโดยลูกน้องคนสนิท เชลดอลก้มศีรษะเล็กน้อยเหมือนขออนุญาต
“เป็นยังไงบ้าง ได้เรื่องหรือเปล่า” โฮเลติโอถามเชลดอลด้วยความกระหายใคร่รู้
“ได้ครับ...”
“ได้ยังบ้าง รีบเล่ามาสิ ชักช้าอยู่ได้” น้ำเสียงหงุดหงิดของโฮเลติโอดังขึ้นอีกครั้ง เชลดอลลอบถอนหายใจเบาๆ เพราะระอากับความใจร้อน มุทะลุของเจ้านายหนุ่มนัก แต่ก็ฝืนยิ้มรายงานความคืบหน้าอย่างละเอียด
“เธอชื่อพิมพ์ลภัส กนกเนตร ชื่อเล่นว่าหมี่หยก อายุ 23 ปี เรียนจบปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด แต่เธอไม่ออกไปทำงานข้างนอก เลือกที่จะมาขายอาหารที่บ้านมากกว่า เธอมีความรู้ ความสามารถในเรื่องของการทำอาหารมาก บิดาและมารดาแท้ๆ ของเธอเสียชีวิตไปหมดแล้ว เธออยู่กับแม่เลี้ยงชื่อมัลลิกาครับ” เชลดอลพูดจบก็พักหายใจเพื่อคลายความเหนื่อย โฮเลติโอขมวดคิ้วมุ่น แล้วถามต่อ
“มีอะไรเพิ่มเติมอีกไหม”
“ชาวบ้านแถวนั้นเค้าลือกันว่าหมี่หยกน่ะทำงานเลี้ยงครอบครัวคนเดียว ส่วนแม่เลี้ยงที่ชื่อมัลลิกาคอยแต่จะใช้เงินที่หมี่หยกหามาได้ เค้ายังพูดกันอีกด้วยนะครับว่ามัลลิกาเงินที่หมี่หยกทำงานไปเลี้ยงชายชู้ที่ติดการพนันงอมแงม” เชลดอลเดินเข้ามากระซิบเสียงเบาๆ ข้างโฮเลติโอ เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเชลดอลจะต้องกระซิบทำไม ในเมื่อบ้านหลังนี้เขาก็อยู่กันแค่สองคนเท่านั้น
“อย่างนั้นเร๊อะ!” โฮเลติโออุทานเสียงสูง เหมือนเขาจะพึงพอใจกับข้อมูลที่ได้มาเพิ่มเติมยิ่งนัก
“อ้อ... ที่สำคัญอีกเรื่อง คือ หมี่หยกยังไม่มีแฟนครับ” เชลดอลเอาข้อมูลเด็ดมาตบท้ายอีกครั้ง คราวนี้โฮเลติโอยิ่งยิ้มกว้างเข้าไปใหญ่
“จริงเร๊อะ!!” เจ้านายหนุ่มเอามือลูบปลายคางอย่างคนที่ใช้ความคิดอีกครั้ง บ้าจริงเชียว ไม่คิดว่าอะไรๆ มันจะง่ายดายขนาดนี้ เรียกได้ว่าเธอแทบจะไม่มีข้อผูกมัดใดๆ กับใครเลยสักคน มันช่างเหมาะที่จะให้เธอมาตกอยู่ในกำมือให้เขาข่มเหงรังแกเสียเหลือเกิน ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจ อยากได้เธอมาอยู่ในมือเขาเสียตั้งแต่คืนนี้!
