บทที่ 1 ทวงหนี้

ผัวะ!

เสียงของกำปั้นที่ส่งออกไปอย่างเน้น ๆ เข้ากระทบกับใบหน้าเข้มอย่างหนักหน่วง จนทำให้ชายดังกล่าวร่วงหล่นเซลงไปกระทบพื้นหินปูน จนพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างทุทักทุเล ไม่นานนักสิ่งที่เป็นผลตามนั่นก็คือของเหลวมีกลิ่นคาวฟุ้งออกมาให้รับรู้ได้ด้วยตัวเอง

เมื่อถูกสัมผัสด้วยปลายลิ้นจะรู้สึกของความเค็มตรงมุมปาก ชายคนนั้นเช็ดออกอย่างลวกๆ ก่อนจะใช้สายตาของตัวเองมองไปสบกับดวงตาสีรัตติกาลของบุรุษที่ยังยืนอยู่ตรงหน้าของเขา

พลางคิดในใจว่าไม่น่าเข้ามาวงการนี้เลย

“ฉันขอเวลาสักนิดจะคืนให้ทั้งต้นและดอกเลย”

เขาเปล่งวาจาออกมาอย่างเป็นเชิงในการต่อรองก็ไม่ปาน ในเมื่อชายตรงหน้าเขานั้นเป็นเสมือนกับผู้ตัดสินชะตาชีวิตว่าถึงเวลาที่จะได้ไปเกิดใหม่แล้วหรือยัง สายตาสีรัตติกาลของบุรุษที่อยู่ตรงหน้าจ้องมองมายังเขานั้นช่างเป็นสายตาที่ค่อยข้างสื่อความได้อยากยิ่ง อีกทั้งวาจายังไม่เปล่งมาจากริมฝีปากที่ดำขลิบสักคำหรือแม้แต่ประโยคเดียว

มันก็ทำให้เขากลัวจนแทบคลั่ง

“...”

“คราวนี้ฉันพูดจริงไม่ได้โกหก”

“มันน่าเสียดายที่มึงใช้สิทธินั้นหมดไปแล้ว”

ประโยคแรกที่บุรุษตรงหน้าเปล่งเสียงอันเยือกเย็นผสมกับความหนักแน่นและเด็ดขาดออกมา สายตาสีรัตติกาลส่งไปยังชายที่พึ่งโดนกำปั้นไปเมื่อกี้ ก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มส่งมาให้เป็นการสมเพช

“…”

“ถึงเวลาที่มึงจะต้องชดใช้ให้กับกูแล้ว” 

ผมคว้าใบมีดอันคมกริบออกมาจากข้อเท้าของตัวเองก่อนที่จะควงในมืออยู่แบบนั้นอย่างไปมาก่อน รอเวลาของการตัดสินว่าจะใช้กับส่วนไหนของมัน เอาละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามากนัก

ขอแนะนำตัวเลยแล้วกันผมชื่อ “ซัน” หนึ่งในกลุ่มที่ทุก ๆ คนต่างขานนามให้เรียกว่า 7V [7 VILLAIN] หรือคำที่ได้ยินติดหู 7 วายร้าย

กลุ่มนี้ก็แค่หน้าตาดี โหด เถื่อน อันตราย โคตรเลว อีกนับไม่สิ้นที่ทุกคนต่างสรรเสริญเรียกขึ้น ซึ่งแต่ละคำมันไปในทางที่เลว ๆ ทั้งนั้น น่าแปลกที่ยังมีสาวสวยแต่โง่เข้ามาให้เป็นของเล่นอย่างมากมายจนนับไม่ถ้วน อย่างผมมันก็มีแค่ครบทั้งหมดเอง

เข้าเรื่องเลยแล้วกันไอ้ที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันชื่อยิวเป็นลูกหนี้คนสำคัญ สำคัญที่สุดในขณะนี้และในเวลานี้เลยแหละ 

ไม่ต้องสงสัยอะไรให้มันมากความยืดเยื้อ ยอมรับเลยว่าผมปล่อยเงินกู้ปล่อยแบบนอกกฎหมายเสียด้วยสิ เวลาทวงก็ใช้วิธีการทวงในแบบของตัวเองเนี่ยแหละ จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาขึ้นโรงขึ้นศาล บอกเลยว่ามันเปลืองเวลา เงินจ้างมันไม่เปลืองหรอก ส่วนไอ้ยิวมันติดหนี้ผมไม่ได้มากมายอะไรแค่ 10 ล้านต้น ๆ รวมดอกเบี้ยหน่อย ๆ และก็เพิ่มขึ้นในทุกวัน 

ตอนแรกที่เห็นว่ามันเข้ามายืมก็ส่งตรงเวลาดีอยู่หรอกแต่พักหลัง ๆ กับออกลายเสียได้ จะว่าผมโหดก็ได้นะไม่โกรธอะไรทั้งนั้น ในเมื่อก่อนยืมก็ได้ทำความเข้าใจในกฎที่ผมตั้งไว้แล้วเรียบร้อย ครบถ้วนสามารถอ่านทำความเข้าใจได้แต่ส่วนมากโง่ไงปล่อยผ่านไปเพียงแค่พลิกกระดาษไปด้านหลังสุดแล้วก็จรดปากกาเซ็นก็เท่านั้นเป็นอันเสร็จเรียบร้อย แล้วก็เอาเงินไปพอถึงเวลาทวงก็ร้องอวดอวย หาว่าใจร้ายบ้าง ทวงแบบป่าเถื่อนบ้าง สารพัดทุกอย่างของการอยากผลัดหนี้

จนกลายเป็นคนใจร้าย สารเลว ไม่เห็นใจใคร ทุกอย่างทั้งหมดมันมีเกิดขึ้น แล้วเรื่องอะไรที่ต้องช่วยเหลือพวกมันอีก ในเมื่อธุรกิจก็คือธุรกิจ ไม่ใช่การเปิดสถานสงเคราะห์ ช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนกลับ

แบบนี้ซันก็ช่างแม่งเหมือนกันนะครับ

“มึงพร้อมไปทัวร์นรกหรือยังไอ้ยิว”

ฉึก!

“โอ้ยยย!”

ยังไม่ทันได้ฟังคำตอบอะไรจากชายที่ชื่อยิว ใบมีดที่แสนคมกริบก็ได้ฉวัดเฉวียนหมุนไปตามแรงที่คนส่งได้กำหนด ก่อนที่จะถึงเป้าหมายแล้วเฉือนลงไปยังเนื้อของชายที่ชื่อยิวทันทีโดยไม่มีความลังเลใด ๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่ามันเป็นการกระทำอันแสนธรรมดาด้วยซ้ำ

ทันใดนั้นก็เกิดเสียงร้องอวดอวย ครวญครางฟังออกมาไม่ได้ศัพท์เลยสักประโยคเดียว เป็นเสียงร้องที่สนั่นหวั่นไหว ในคืนฤดูหนาวอันแสนเยือกเย็นและมืดสนิทในโกดังร้างแห่งหนึ่ง มีแต่แรงลมเท่านั้นที่ยังไม่หลับใหลอยู่ในขณะนี้

มันยิ่งเหมือนโหดร้ายป่าเถื่อนเข้าไปกันใหญ่ ในสถานการณ์แบบนี้ เป็นเหมันต์ที่นองเลือดได้ค่อนข้างน่ากลัวเลยทีเดียว

“ใบนั้นเฉือนแขนซ้ายงั้น.... ใบนี้เฉือนแขนขวาแล้วกัน จะได้เท่ากัน ไม่มีแขนข้างไหนน้อยใจข้างไหน กูเลือกได้ดีมึงว่าไหม”

ฉึก!

ความใจเย็น ความเลือดเย็น อารมณ์ที่คุกกรุ่น พอมันเข้ามาผสมปรนกันกลายเป็นความร้ายกาจได้อย่างน่าลงตัว เพราะทุกการกระทำมันมีเหตุผลของมันที่ต้องจ่ายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหนก็ตาม

“โอ้ยยย!”

ร่างของชายคนเดิมชื่อยิวได้ลงไปนอนดิ้นหมุนตัวพลิกไปมากับพื้น แสดงอากาศออกมาอย่างแสนเจ็บปวดรวดร้าวกับในสิ่งที่ตนได้รับอย่างไม่สิ้นสุด แม้ว่ายังมีลมหายใจแต่มันก็เป็นแค่แค่มีเท่านั้น

บทถัดไป