บทที่ 2 ข้อเสนอ
มันยิ่งเหมือนโหดร้ายป่าเถื่อนเข้าไปกันใหญ่ ในสถานการณ์แบบนี้ เป็นเหมันต์ที่นองเลือดได้ค่อนข้างน่ากลัวเลยทีเดียว
“ใบนั้นเฉือนแขนซ้ายงั้น.... ใบนี้เฉือนแขนขวาแล้วกัน จะได้เท่ากัน ไม่มีแขนข้างไหนน้อยใจข้างไหน กูเลือกได้ดีมึงว่าไหม”
ฉึก!
ความใจเย็น ความเลือดเย็น อารมณ์ที่คุกกรุ่น พอมันเข้ามาผสมปรนกันกลายเป็นความร้ายกาจได้อย่างน่าลงตัว เพราะทุกการกระทำมันมีเหตุผลของมันที่ต้องจ่ายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหนก็ตาม
“โอ้ยยย!”
ร่างของชายคนเดิมชื่อยิวได้ลงไปนอนดิ้นหมุนตัวพลิกไปมากับพื้น แสดงอากาศออกมาอย่างแสนเจ็บปวดรวดร้าวกับในสิ่งที่ตนได้รับอย่างไม่สิ้นสุด แม้ว่ายังมีลมหายใจแต่มันก็เป็นแค่แค่มีเท่านั้น
มือใหญ่ทั้งสองของยิวนั้นอยู่ไม่สุข สารวนกับความเจ็บปวดที่ได้รับเอาค่อนข้างมาก ใบหน้าบิดเบี้ยวแสดงความเจ็บปวดออกมาอย่างสุดฤทธิ์ เพื่อหวังกระจายความเจ็บปวดที่ได้รับมาให้มันเบาบางลง เขาต่างก็จับกุมแผลใสนสิ่งใด จิกเล็บเข้าร่างกาย ส่งเสียงคำรามร้องออกมา ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้
แต่มันก็แค่นั้น ไม่ช่วยได้ด้วยซ้ำ
การทำเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่ได้รับ ถึงเป็นแค่เพียงเสี้ยวเดียวในตอนนี้ต้องทำมัน ถึงแม้จะมีเปอร์เซ็นน้อย มีของเหลวสีแดงสดกลิ่นคาวต่างพร้อมกันหลั่งไหลออกมาราวกับเขื่อนแตกเต็มไม้เต็มมือก็ตาม
การกระทำอันแสนแสนโหดร้ายทารุณและเถื่อนแบบนี้ มันยิ่งกว่าการฆ่าให้ตายไปเลยทีเดียวเสียยังดีกว่าจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน
“ฉะ ฉันขอ ขอชีวิต”
“ขอชีวิต?”
ผีพนันอย่างไอ้ยิวเนี่ยนะขอชีวิตจากผม เหอะตลกสิ้นดีว่ะ ผมแสยะปากออกอย่างไม่เชื่อเพราะที่แท้ก็รักตัวกลัวตายเหมือนกัน หรืออีกประเด็นมันเริ่มที่จะกลัวมีดของผมแล้ว
น่ากลัวขนาดนั้นเชียว...
ความผิด ความกลัว ทางตัน ทุกอย่างเริ่มเข้าไปผสมผสานในหัวสมองของไอ้ยิว ทำให้คิดไปเรื่อย ยืนหนึ่งคงเป็นเรื่องทางออก
มันถึงแสดงออกมาแบบนี้ กลัวตายอย่างชิบหาย ยังไงไม่ก็ไม่ยอมหรอก เชื่อสิ ยังไงมันต้องหาหนทางออกให้กับตัวเองมาจนได้ แม้ว่าจะเห็นแก่ตัวก็ไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น
ถ้าถามว่าทำไมใช้มีดปืน ไม่ถนัดหรอ ตอบได้เลยว่าถนัดทั้งสอง ระเบิดก็ยังถนัดเลยแต่ที่เลือกไม่ใช้ปืนก็เพราะว่ารักความสงบ ไม่อยากทำให้เกิดเสียงดังในเวลากลางคืน ดึกดื่นแบบนี้ใช้มีดมันดีกว่าเยอะ ทั้งยังมีน้ำหนักเบาพกพาสะดวกสบาย ยิ่งได้เห็นเวลามีดมันปักเข้าไปที่เนื้อมันก็ยิ่งสะใจ มีดนำกลับมาใช้ใหม่ได้นะแต่สำหรับผมเองเมื่อใช้แล้วก็ทิ้ง
ไม่เคยเอามาใช้ซ้ำสักครั้งเดียว
“ชะ ใช่ขอชีวิต”
เสียงอันสั่นเครือและสะท้านไปยังลำคออย่างแหบแห้ง ไอ้ยิวมันพูดขึ้นมาพร้อมกับจ้องหน้าของซันอย่างเอาจริงตามที่เขาพูด
“ของที่ใช้แลกชีวิตมึงคือ?”
อยากจะรู้นักว่าถ้าให้โอกาสมันอีกครั้งหนึ่ง ‘ของ’ ที่ไอ้ยิวมันจะใช้แลกกับชีวิตของตนเองเป็นอะไร มีค่ามากแค่ไหน แล้วทำไมผมจะต้องเสียเงินตั้ง 10 ล้านเพื่อแลกกับของที่มันเอามาใช้แลกด้วย
ความเห็นแก่ตัวของมันเริ่มเข้ามาคืนคลานแล้ว ทางออกที่ถูกคิดและวางไว้อย่างเป็นระบบ เพียงแค่มองไปที่ตามัน ยังไงก็รับรู้ถึงว่าสารเลวที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากที่มันสร้างขึ้น
“นะ นะ น้องสาวฉันเอง!”
ชั่ว...
เนี่ยนะหรอวะความคิดของคนผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆ คิดสิ่งที่ทำกับน้องสาวสายเลือดเดียวกัน การแนะนำข้อเสนอที่ขายได้แม้กระทั่งน้องในไส้สายเลือดเดียวกับตัวเอง
เป็นพี่แทนที่จะดูแลปกป้องน้อง ไอ้นี่มันเลวระยำกว่าผมจริง ๆ ทางออกที่เหมือนจะใช้ไม่ได้แต่อีกทางก็อยากรู้ว่ามันจะทำได้หรือเปล่า
“น้องมึงเป็นอีตัวหรอวะถึงได้เสนอขายให้กู?”
“ไม่ใช่ มันไม่เคยมีใคร รับรองว่ายังสด ซิงไม่ผ่านผู้ชายคนไหนมาก่อนแน่นอนอีกทั้งยังมีหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา หัวอ่อน วาจาอ่อนหวาน รับรองถูกใจแน่”
“ถุย... สำหรับคนอย่างกู ไม่เคยขาดผู้หญิงสักครั้ง ข้อเสนอของมึงมันไม่ได้เรื่องแล้วไอ้ยิว อีกอย่างน้องสาวมึงไม่มีค่าถึง 10 ล้านหรอกว่ะ” ผมเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อไอ้ยิวให้มันลุกขึ้นจากพื้นขึ้นมาประจันหน้ากับตัวเองอย่างจัง “กูให้มึงดูหน้ากูเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตนะไอ้ยิว ก่อนที่จะหมดลมหายใจ”
เพราะคพูดที่เฉียบขาด การกระทำที่มั่นคง ทุกอย่างบ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดล่อเล่นอีกแล้ว ไม่มีการเลี้ยงไข้ให้เรื่องยืดยาว
“ฉันรับรองจริง ๆ นะว่ายาหยีน้องกูมันยังสดยังซิง จริง ๆ ขนาดเที่ยวกลางคืนยังไม่เคย นับประสาอะไรกับมันจะเคยเรื่องแบบนั้น”
ผัวะ!
“กูบอกว่า....”
ตุบ!
แรงกำปั้นของผมชกไปยังใบหน้าของไอ้ยิวอย่างจังอีกครั้งหนึ่ง จนตอนนี้ร่างของมันทรุดลงไปนอนราบกับพื้นเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยคก็มีเสียงวัตถุหนึ่งตกมากระทบอยู่บนเท้าของผมทันทีพร้อมกับแสงจะสว่างจ้า วัตถุนั้นมันทำให้ผมก้มเก็บขึ้นมาแล้วก็เจอกับบางสิ่งบางอย่างที่แสดงเป็นรูปภาพออกมาอย่างชัดเจน
