บทที่ 1 ตอนนำ

ณ บางปลาม้า ต้นเดือนกันยายน

ปลายนาของอำเภอเดียวกัน

“หยุด ! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ”

เสียงกร้าวของดาบพิทักษ์ที่คุ้นเคยดังทะลุอากาศร้อน บ่อนไก่เถื่อนกลางสวนชมพู่แตกฮือทันที ฝุ่นแดงใต้ตีนพวยขึ้นตลบคละกลิ่นบุหรี่ราคาถูกกับกลิ่นสาบไก่ชน

กระต๊าก !

ไก่ชนกระพือปีกวุ่นวาย เสียงด่าทอ เสียงสับเท้าบนพื้นดิน ทุกอย่างระเบิดขึ้นพร้อมกัน

โป่ง เด็กหนุ่มสูงชะลูดวัยสิบหกปีตระหนกผุดลุก นักพนันอีกคนคว้าไก่ของตัวเองออกวิ่งขาขวิด

“ฉิบหายแล้ว !” โป่งเสียงหลง ขาสั่นพับ ๆ

จอมขวัญยังนั่งยองอุ้มปีเตอร์ ไก่ชนแสนรักในอ้อมแขน เอื้อมมือตะครุบเงินบนดิน “เงินกู” แล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ตัดขา แหงนหน้ามองโป่ง

“ไหนบอกเคลียร์แล้ว”

แต่ตรงที่ลูกน้องเคยยืนกลับมีแต่ฝุ่นลอยคลุ้ง แว่วเสียงฝีเท้ากระแทกดินจากทางป่ากล้วยทำเธอขนลุก จอมขวัญอุ้มไอ้ปีเตอร์แนบอก ออกวิ่งปรูดตามชาวบ้านไปติด ๆ

“ซวยแน่…”

แม้โตมากับคันนาและทางดินพวกนี้ แต่เสียงฝีเท้าที่ไล่กวดมาข้างหลังไม่ใช่ของคนธรรมดา หนัก แน่น และจี้เข้ามาทุกทีจนขนที่ต้นคอลุกชัน เธอรีบสับตีนแตก ไม่สนว่าใบกล้วยจะบาดแขนจนแสบ

…ฉิบหายแล้วไอ้ขวัญ นี่มันตำรวจสายเงียบหรือฆาตกรวะ

จอมขวัญสบถ กระโดดข้ามคลอง แผ่นหลังชื้นเหงื่อร้อนผ่าว ลมวืดด้านหลังทำให้เธอสะดุ้งรู้สึกกลัวเป็นครั้งแรก

เธอรัดไก่รักจนแน่น เจ้าปีเตอร์เอี้ยวหัวมองสิ่งที่ตามมา มันหวีดเสียงสูง กระต๊าก ! จิกเล็บลงแขนเธอ

“โอ๊ย ! ไอ้ไก่เนรคุณ”

ฉับพลันโลกหมุนคว้างเมื่อเท้าจมลงในดินแฉะร่องน้ำ เธอปล่อยไก่ทิ้งตามสัญชาตญาณ ร่างบางเสียหลักถลาลงพื้น แต่ก่อนที่หน้าจะทิ่มเลน วงแขนแข็งแรงปานคีมเหล็กก็รวบหมับเข้าที่เอวแล้วเหวี่ยงเธอหงายตึงลงบนหญ้ารกเรื้อ

“โอ๊ย ! ไอ้ห่า...”

คำด่าค้างอยู่ที่ลำคอ เมื่อเงาตะคุ่มของชายหนุ่มทาบทับลงมาบดบังแสงอาทิตย์ กลิ่นเหงื่อจาง ๆ ผสมกลิ่นฝนฟุ้งกระจายอยู่เหนือร่าง นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาเหมือนจะสะกดกันให้ตายคาดิน

คลิก ! เสียงเหล็กกระทบกันเย็นเยียบที่ข้อมือทำเอาเธอตาสว่าง ไม่เคยมีใครกล้าทำกับลูกสาวกำนันจอมพลแบบนี้

“นี่นาย... !”

“โจรอะไร สวยขนาดนี้”

เสียงนั้นแหบพร่า แต่มุมปากกลับแสยะยิ้มที่ดูเหมือนปีศาจมากกว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตรึงมือเธอเหนือศีรษะ ทั้งที่ควรปล่อย แต่เขากลับไม่ปล่อย ทาบทับแนบแน่นเกินจำเป็น

“ปล่อย ! ฉันลูกกำนันจอมพล นายไม่ได้ตายดีแน่” เธอตวาดแว้ด

เขาหัวเราะกวาดตามองหน้าเธอชัด ๆ ราวกับจำได้ตั้งแต่วินาทีแรก“สวัสดีจอมขวัญ”

“นาย...” เธอหยุดดิ้น แรงตำรวจกระชากเธอขึ้นจากพื้น หมุนหันหลังแล้วอีกมือหนึ่งก็ถูกตรึงล็อคแน่นหนา เสียงหวานแผ่วลงอย่างสงสัย “รู้จักฉัน ?”

“วิ่งเก่งขนาดนี้ ลงทีมชาติคงพอได้ประโยชน์ ไม่ใช่มาเป็นผีพนัน” เขาลากเธอให้ออกเดิน “เธอถูกจับแล้ว”

จอมขวัญอ้าปากค้าง เธอถูกตำรวจจับ ! แต่ฉันกำลังจะเป็นเมียตำรวจ

“ผัวฉัน... ต้องไม่ปล่อยนายไว้แน่ไอ้ประทวน” เธอตะโกนใส่หน้า

เขาช้อนคว้าปีเตอร์จากพื้นได้ก่อนมันจะวิ่งเตลิด แล้วลากร่างเล็กของเธอออกจากสวนโดยมีไก่ตัวนั้นอยู่ในวงแขนแกร่งราวกับอุ้มมันมาทั้งชีวิต

กลางแดดเปรี้ยงคือรถกระบะสี่ประตูสีแดงขาวและนายตำรวจอีกห้าหกคน ไอร้อนพุ่งขึ้นใบหน้าแดงซ่าน

เขาเหวี่ยงเธอขึ้นท้ายกระบะหน้าคะมำกลางแผ่นเหล็กร้อน เธอพลิกตัวกลับสบตาส่งแววอาฆาต

“ผู้กองเตชินทร์” การุณเอ่ยปราม

ผู้กองเตชินทร์...

เธอตะลึงงัน ชื่อที่กระแทกใส่หูจนหัวใจเธอเหมือนร่วงวูบลงไปกองที่พื้นรถ ชื่อที่ติดอยู่ในหัวเธอมาตลอดสองอาทิตย์แต่ไม่กล้าออกเสียง ไม่ใช่เพราะว่ากลัวเพียงแค่ไม่กล้ายอมรับว่ากำลังจะเป็นเรื่องจริง

 “ของกลาง” ผู้กองชูไก่ดิ้นในมือ มันตีปีกจิกเนื้อตำรวจ “โอ๊ย ! แสบเหมือนเจ้าของ” เขายิ้มสยอง โยนไก่เข้าไปในรถปิดประตู

“และใช่… ถ้าเธอกำลังสงสัย” เขาค้อมตัววางแขนพาดข้างกระบะ “ฉันคือผู้กองคนใหม่ของบางปลาม้า”

“และก็… ผัวเธอ” เขายิ้ม

“นาย...”

ปัง ! เขาตบรถกระบะ ตำรวจกรูขึ้นรถ เธอสะดุ้ง ริมฝีปากขยับพึมพำกับตัวเอง เร็วเกินไป... สบตาพยัคฆ์ที่กวาดมองเธออย่างพอใจเสี้ยววินาที

ดาบพิทักษ์กระโดดขึ้นนั่งท้ายกระบะพร้อมหมู่ไสวคนกันเอง แต่วันนี้พวกเขาไม่ทักคุย เงียบสนิท จากนั้นรถตำรวจแดงเลือดหมูก็พาทุกคนตะบึงฝ่าดงกล้วยกลางหลืบนา มุมลับที่เธอเฟ้นหามาอย่างดี เข้าสู่ถนนลูกรังฝุ่นแดงตลบกลบรถจนมิด

ฉันโดนจับโดยว่าที่สามี !

ขณะที่ลูกสาวกำนันนั่งกรุ่นโกรธกลางแดดร้อน ภายในห้องโดยสารเย็นสบาย เตชินทร์นั่งนิ่งเบาะหน้าข้างคนขับ เหลือบมองทางกระจกหลังเห็นศีรษะของคนร่างเล็กโยกตามแรงเหวี่ยงรถ แผ่นหลังเหยียดตึง

ดื้อขนาดนี้...

“ไอ้เต” การุณเรียกเบา ๆ ด้านเบาะหลัง สบตาผ่านกระจก “นั่น... ว่าที่ภรรยา” เขาหันออกไปมองถนน

ว่าที่ภรรยา...

คำที่เขาบอกตัวเองว่าไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว แต่สายตากลับวกมองกระจกอีกครั้ง ต้นคอขาวนวลใต้เส้นผมที่รวบลวก ๆ ปลิวไสวตามแรงลม ชีพจรเขารัวไม่จางราวกลองชุดตั้งแต่ปะทะสายตากลางดินใต้ร่มไม้

สัมผัสนุ่มร้อนตรงเอวยังติดอยู่ที่ฝ่ามือ ทั้งที่เขาไม่ควรจำมันเลยแม้แต่วินาทีเดียว

“แค่อยากเตือน ทำอะไรควรเกรงใจ” การุณพูดนิ่ง ๆ “ถ้าคิดเล่นเกม... มึงอาจแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม”

แพ้ ? เขาหยันมุมปาก เอาสิ

หวอ... เสียงหวูดแหลมบนหลังคารถที่พาเธอแล่นผ่านกลางอำเภอบางปลาม้า ถิ่นเมืองคนสำเนียงเหน่อ แดนปลาชุกชุมและของเถื่อนที่ยังชุกในบางพื้นที่

โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเกมนี้… จะทำให้เขาเสียมากกว่าที่คิด

บทถัดไป