บทที่ 3 ก่อนชีวิตยุ่งเหยิง 2
“หากคุณช่วยคุ้มครองยายขวัญ ผมยอมหมด อยากได้อะไรขอให้บอก”
“ใคร ?”
กำนันมีท่าทีอึกอัก ใจไม่อยากเอ่ยชื่อนั้นออกมาเวลานี้ เกรงความลับรั่วไหลถึงหูศัตรู แต่ขืนปิดปากเงียบ ผู้กองหน้าโหดตรงหน้าคงไม่มีทางยอมตกลงแน่
ขณะริมฝีปากเหี่ยวย่นขยับเอ่ย เสียงเครื่องยนต์รถกระบะสี่ประตูสีดำแล่นเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทภายในโรงสีเสียก่อน ร่างระหงก้าวลงจากรถ ปรากฏตัวในชุดกางเกงขาสั้นกุดอวดเรียวขาขาวเนียนละเอียดราวเนื้อกระเบื้องเคลือบ
ท่อนบนสวมเสื้อลายสกอตตัวสั้นเอวลอย โชว์ส่วนเว้าโค้งสัดส่วนสาวสะพรั่งชัดเจน ผมรวบหางม้าแกว่งไกวเบา ๆ ตามจังหวะก้าวเดิน
“มาแล้ว” จอมพลเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นลูกสาว
เตชินทร์ชะงักค้างเสี้ยววินาที กาแฟในแก้วเย็นชืดไปนานแล้ว ทว่าปลายนิ้วกลับรู้สึกร้อนผ่าวประหลาด
เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย... ความรู้สึกชาวาบแล่นปลาบอย่างควบคุมไม่ได้ มันกำลังทำให้การตัดสินใจเริ่มขุ่นมัว กับดักนี้... หากเผลอตกลงไป คงไม่มีทางตะเกียกตะกายขึ้นมาง่ายๆ
ถ้าปฏิเสธปล่อยเธอไว้ที่นี่ เธอจะถูกตามล่า แต่หากยอมรับเธอเข้าความคุ้มครอง เธอจะเกลียดชังเขา
ไม่ว่าเลือกทางไหน... เขาก็ไม่มีวันชนะ
“ไม่” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“โภคิน” เสียงคนแก่แปร่งปร่า ตาเหี่ยวชราสบนิ่งอย่างพ่อกำลังขอร้อง ขอให้ช่วยคุ้มครองบุตรสาวสุดที่รัก
“ลูกสาวผมเข้าไปช่วยผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากเงื้อมมือคนชั่ว” เมื่อกำนันเห็นผู้กองขมวดคิ้วหนัก จึงรีบพูดต่อ “ผมรู้ว่าตำแหน่งผู้แทนราษฎรของโภคินอาจทำให้คุณเป็นกังวล แต่ผมไม่เห็นทางออกจึงได้ขอร้องไปทางไอ้ต๊อบ...”
แต่สำหรับเตชินทร์... ‘โภคิน’ คือชื่ออัปมงคลไม่มีวันลืม
กลิ่นคาวเลือดเคยเปื้อนค้างปลายนิ้วยังอวลวนในอก เสียงหวีดร้องห้ามปรามกลิ่นคาวสวาทคละคลุ้งในห้องวันนั้น ยังตามหลอกหลอนชวนสะอิดสะเอียน ทว่าหากปะทะกับมันตอนนี้... ความคิดนายตำรวจหนุ่มหยุดชะงักแค่นั้น
เมื่อลูกสาวกำนันเอียงใบหน้ามองตรงมาทางบิดา รอยยิ้มน้อย ๆ ประดับแตะมุมปาก แม้ไม่ได้ยกมือโบกทักทาย ทว่าภาพความงดงามกลับทำเอาหัวใจคนลอบมองเต้นผิดจังหวะรัวเร็วอย่างห้ามไม่ได้ จะเป็นยังไงถ้าเธอตกอยู่ในมือคนชั่ว แต่แทนจะเอ่ยตกลง ปากกลับถามถึงหญิงอีกคนเธอช่วยออกมา
“แล้วผู้หญิงคนนั้น...” เขาเบือนหน้าหนีภาพเผลอประทับเข้าสมอง
“ผมเอาไปฝากไว้ที่ร้านนวดแผนไทย”
“แต่โภคินเป็นผู้แทนบางปลาม้า ทำไมคุณถึงพาเธอกลับมาบ้าน” การุณนิ่งฟังพักหนึ่งเพิ่งเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เพราะโภคินเกรงกลัวพ่อของเขา โภทรัพย์ ผมเชื่อว่าเขาไม่กล้าลงมือในบ้านของตัวเอง ถิ่นฐานเสียง”
“อีกสองอาทิตย์” เสียงผู้กองนุ่มผิดคาด “ไม่ต้องรอผูกข้อมือ ไม่สำคัญ”
“แต่ว่า...” จอมพลตกใจจริง หากไอรินภรรยาคู่ชีวิตรู้เรื่องข้อตกลงนี้
“แลกกับความคุ้มครอง มันคุ้มค่า”
เตชินทร์ผุดลุกยืนเต็มความสูงโดยไม่เอ่ยคำลา สายตาคมกริบทอดมองตามแผ่นหลังบางคนร่างเล็กเพิ่งผลุบหายเข้าห้องทำงานด้านใน
ราวสายลมจงใจหอบกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ละมุนกุหลาบผสมมัสก์ลอยกระทบจมูก... เป็นกลิ่นหอมทำเอาช่องท้องอุ่นวาบจนร้อนรุ่ม
“ตกลง” จอมพลพูดในที่สุดพร้อมลุกยืน ยื่นมือออกไปข้างหน้า
ผู้กองหนุ่มมองมือยื่นมาเพียงอึดใจ เขาตระหนักดีว่า... ทันทียื่นมือจับ เธอจะตกเป็นสิทธิ์เขาทันที อยู่รอดปลอดภัยใต้ปีกเขา จะมีก็แต่ตัวเขานี่แหละ... อาจไม่รอด
ชั่วสองวินาทีแห่งการตัดสินใจ ฝ่ามือกร้านนายตำรวจหนุ่มยื่นกระชับจับมือกำนันเฒ่า เขย่าหนักแน่นสองครั้งแทนคำสัญญา
“สองอาทิตย์” เสียงทุ้มห้าวแหบเอ่ยในคอราวกล่อมตัวเองให้เชื่อเช่นนั้น
“แน่ใจหรือ” การุณถามทันทีเมื่อเดินห่างออกมา
“กูไม่แน่ใจ” เตชินทร์ตอบ “แต่มันมีทางเลือกอื่นอีกหรือ”
ผู้กองคนใหม่แห่งบางปลาม้าก้าวขึ้นรถปิดประตูเบากริบ นัยน์ตาสีสนิมมองผ่านกระจกรถ จดจ้องลูกสาวกำนันเดินกลับออกจากห้องทำงานอีกครั้ง
ภาพเธอก้มสวมกอดคอผู้เป็นพ่อจากด้านหลัง พลางหัวเราะร่าเริงเผยซี่ฟันขาวสะอาดเรียงตัวสวยงาม ช่างดูใสซื่อห่างไกลเงื้อมมือมัจจุราชกำลังคืบคลานเข้ามา
“กูต้องพึ่งกำนันถิ่นนี้เป็นของแก และพ่อกูขอร้องมา” ปากเอ่ยพูดไปเขายังรู้ตัวว่าโกหก
“แต่เกมนี้เดิมพันถึงตาย” การุณย้ำคำ จุดบุหรี่ส่งให้เพื่อนผู้เป็นฝ่ายขับ
“ฮึ ! ก็แค่อีกเกมหนึ่ง และกูไม่เคยพ่าย”
จะไม่ยอมพ่ายแพ้อีกเด็ดขาด... ไอ้โภคิน
การุณรู้สึกสะท้านวาบลึก ๆ ในอก ถึงเตชินทร์เอ่ยไม่หมดประโยค แต่ฐานะเพื่อนสนิทย่อมเข้าใจแจ่มแจ้งดี ตัวลูกสาวกำนันเองมีความจำเป็นต้องพึ่งพาบารมีเตชินทร์เช่นกัน เพราะภัยร้ายจากชื่อเพิ่งเอ่ยเมื่อครู่อันตรายเกินคนธรรมดารับมือไหว
ทว่า... หากกำนันจอมพลล่วงรู้ความจริงว่า เตชินทร์กับโภคินเคยมีอดีตพัวพันกัน เป็นศัตรูคู่อาฆาตเชือดเฉือนกันมาหลายปีก่อน กำนันจะยังกล้ายกลูกสาวให้ผู้ชายคนนี้อีกหรือไม่ ?
การุณหันมองเสี้ยวหน้าเพื่อนสนิทอย่างรู้ใจคนนัยน์ตาดุ ถ้าไอ้เตชินทร์อยากชำระแค้น มันยอมทำได้ทุกอย่าง… แม้กระทั่งใช้คำว่า ‘คุ้มครอง’ เป็นข้ออ้างบังหน้า
แต่ไม่ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นอย่างไร... ขอเพียงผลลัพธ์สุดท้ายบรรลุเป้าหมายวางไว้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ ?
ส่วนจอมขวัญ เมื่อรู้พ่อบังเกิดเกล้าแอบทำข้อตกลงยกลูกสาวให้คนอื่นโดยไม่ปริปากถามความสมัครใจสักคำ ทำเอาเธอโกรธจัดร้อนผ่าวทั่วใบหน้า ในอกตีบตันด้วยมวลอารมณ์ความรู้สึกอัดอั้น
“ไม่ค่ะ” จอมขวัญยืนกราน
“พ่อรับปากไปแล้ว อีกสองอาทิตย์ย้ายไปอยู่กับผู้กอง”
ไอรินผู้เป็นแม่ได้แต่จ้องหน้าสามีพลางส่ายศีรษะช้า ๆ อย่างอ่อนใจ แต่จอมพลคืออดีตกำนันคนดัง ชายผู้ถือสัจจะยิ่งชีพ เมื่อตกปากรับคำใครย่อมไม่มีวันกลืนน้ำลายตัวเอง
“ถ้าบังคับหนูจะหนี”
ปัง ! จอมพลทุบโต๊ะหน้าแดงก่ำ “ถ้าหนี พ่อจะขัง”
“พ่อ !”
“พี่พล...” ไอรินรีบเอื้อมมือลูบท่อนแขนสามีเบา ๆ เอาน้ำเย็นเข้าลูบ เอียงหน้าส่งยิ้มหวานช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้ลูกสาว “ไม่ต้องรุนแรงถึงขนาดนั้นก็ได้มั้งคะพี่พล เราจ้างคน...”
“ไม่ได้ ไอ้โภคิน... พี่ไม่มีวันเสี่ยง”
“แต่พ่อยอมเอาหัวใจหนูไปเสี่ยง” เธอขึ้นเสียงสูง หน้าเปลี่ยนสี “หนูทำผิดอะไร ทำไมพ่อไม่จัดการคนที่คุกคามหนู”
“ขวัญ...” ไอรินรีบหันปรามเสียงอ่อน
ดาราสาวผุดลุกยืน ขบกรามแน่นจนร้าวทั่วใบหน้า หยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นทะลักออกมา
“ถ้าพ่อคิดจะย่ำยีกันทางอ้อมแบบนี้ หนูเลือกเก็บของกลับกรุงเทพฯ ยังจะดีเสียกว่า ขอกลับไปสู้ทั้ง ๆ ที่จนตรอกนั่นแหละ !”
คนเป็นพ่อถึงกับขบกรามกรอด ด้วยความรักลูกสุดหัวใจ เพียงเห็นน้ำตาจอมขวัญหยดเดียว กำแพงความแข็งกร้าวแทบพังทลายใจอ่อนยวบ
ทว่า... หากใจอ่อนยอมตามใจลูกวินาทีนี้ เขาอาจไม่มีโอกาสเห็นหน้าลูกสาวคนนี้อีกตลอดชีวิต
“พริ้งเพรา” จอมพลเอ่ยเสียงเย็น
จอมขวัญชะงักเท้ากำลังก้าวหนี เอี้ยวตัวหันขวับกลับมาเบิกตากว้าง “พี่พริ้ง...” น้ำเสียงเคยแข็งกร้าวอ่อนแรงลงแทบฟังไม่เป็นคำ ภาพผู้หญิงต่างด้าวเธอเสี่ยงชีวิตพาหนีออกจากงานวันเกิดคืนนั้นผุดขึ้นในหัว
“ถ้าดื้อไม่แต่ง” จอมพลสบตาลูกดุดัน “พ่อจะส่งพริ้งเพรากลับพม่า ตัดขาดช่องทางส่งเงินให้พ่อกับแม่นังพริ้ง”
“พ่อ !”
เสียงหวานกังวานกลางโถงบ้าน ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องถูกบังคับแต่งงานอีกต่อไป แต่มันคือการถูกคนอื่นขีดเส้นชะตาชีวิต โดยไม่มีใครสนใจสักนิดว่าเธอเองมีหัวใจ มีความหวาดกลัว สมควรมีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตตนเอง
จอมขวัญมองบิดาด้วยสายตาตัดพ้อรุนแรง พ่อไม่ได้แค่บีบบังคับให้แต่งงานกับชายแปลกหน้า แต่กำลังใช้วิธีสกปรกบีบให้เธอเป็นคนฆ่าเพื่อนตัวเองทางอ้อม... หากไม่ยอมจำนน...
“พ่อไม่รักขวัญแล้ว ใช่ไหม หรือพ่อรักหนูแค่ตอนหนูเชื่อฟัง”
น้ำเสียงสั่นเครือเจือความร้าวรานของลูกสาว กรีดบาดลึกลงจิตใจคนเป็นพ่อจนปวดหนึบ ทว่า... เขาก็ไม่อาจถอยหลังกลับได้อีกแล้ว
“กลับเข้าห้อง อีกสองอาทิตย์...” เขาสะอึกก้อนจุกในคอ กลั้นใจพูดจนจบ ส่วนไอรินมองหน้าลูกน้ำตาคลอเบ้า “ไปอยู่กับผู้กองเตชินทร์ ถ้าไม่ พ่อเอาจริง !”
จอมขวัญค่อย ๆ ก้าวถอยหลังทีละก้าว ดวงตากลมโตมองพ่อบังเกิดเกล้าผ่านม่านน้ำตาเริ่มไหลไม่ขาดสาย
พ่อ... ผู้ชายรักปกป้องเธอยิ่งกว่าสิ่งใด ทว่าบัดนี้พ่อกลับเลือกเชื่อใจคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่า วันหนึ่งพ่อจะยอมเอาตัวเธอใส่พานประเคนให้ผู้ชายอื่นเพื่อแลกความปลอดภัย แต่หากจะให้ยอมแพ้วิ่งหนีหางจุกตูด... นั่นก็ไม่ใช่นิสัยจอมขวัญเช่นกัน
ร่างบางเดินกลับเข้าห้องปิดประตูเบามือ ขัดแย้งเพลิงโทสะกำลังเดือดพล่านปะทุขึ้นแทนความเสียใจเมื่อครู่ เธอปาดหยาดน้ำตาทิ้งลวก ๆ เชิดหน้าอย่างคนหยิ่งทะนงศักดิ์ศรี
ผู้กองบางปลาม้างั้นรึ !
เอาสิ... ลองดูสักตั้งว่าระหว่างนายกับฉัน ใครมันจะทนใครไม่ได้ก่อนกัน
