บทที่ 6 ข่าวลือเริ่มสะพัด
ณ บ้านกำนันจอมพล ในเวลาต่อมา
“โอ๊ย ! โอ๊ยยยย แม่ อย่าตีขวัญ” เสียงหวานร้องโอดโอยดังลั่นบ้านเรือนไม้ทรงไทย ร่างบางสะดุ้งโหย่งทุกครั้งที่ก้านมะยมตวัดลงบนต้นขาขาวเนียน
“ไม่ตีแล้วจะหยุดพฤติกรรมนี่ไหม” ไอรินหอบหายใจ มือสั่นนิด ๆ อดีตนางเอกชื่อดังที่แม้อายุล่วงเลยร่วมห้าสิบปีทว่าใบหน้ายังคงสวยหวาน เวลานี้กำลังเดือดจัด
“หนูทำอะไรผิด” ลูกสาวหันไปเถียง “โอ๊ย !” จึงโดนฟาดซ้ำอีกครั้ง
เธอขบฟัน ความเจ็บจากก้านมะยมของแม่น่ะไม่เท่าไรหรอก เพราะมันไม่ได้เจ็บเท่าความรู้สึกที่ไม่มีใครสักคนเอ่ยถามว่าเธอกลัวแค่ไหน ในวันที่ถูกคนอันตรายอย่างโภคินเริ่มตามล่า เธอยืนเกร็งรอไม้เรียวลงต้นขาอีกครั้ง แต่แม่ไอรินกลับหยุดมือ
ส่วนพ่อกำนันได้แต่นั่งเขย่าขา สายตามองแม่สลับกับเธอราวกับขอให้เรื่องจบลงเสียที เธอรู้ว่าพ่อรักทั้งแม่และลูก แต่ตอนที่เธออยากให้พ่อยืนข้างเธอที่สุด เขากลับเลือกนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นความน้อยใจจึงยิ่งจุกแน่นขึ้นมา
ถ้านี่คือความรักแล้วเธอเหมือนถูกขังแบบนี้ ขอแหกกรงดีกว่า...
“เปิดบ่อนไก่” ไอรินกดเสียงต่ำ “ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม พอไหม”
“งั้นทำไมไม่ปล่อยหนูกลับกรุงเทพ !”
จอมขวัญขึ้นเสียง แม้ใจสำนึกผิดและไม่ได้อยากเถียงแม่ แต่ในเมื่อชีวิตนี้เธอยังเลือกเองไม่ได้ เธอก็จะป่วนมันให้พังพินาศแบบนี้นี่แหละ
“ขวัญ...” เสียงของพ่อลากเสียงแล้วหยุดเพียงเท่านั้น เธอหันไปมองใบหน้าแก่ชราวัยหกสิบกว่าของพ่อจืดเจื่อน
“ยุ่งเรื่องคนอื่นจนจะเอาชีวิตไม่รอด ไหนจะข่าวฉาว... เมียน้อยผัวชาวบ้าน คิดถึงหัวอกคนเป็นแม่ พ่อ ไหม หื้ออ ?” ไอรินทุบอกตัวเองด้วยความร้าวราน โยนก้านมะยมลงพื้น
จอมขวัญมองตามพลางกัดริมฝีปากจนเจ็บ เมียน้อยงั้นหรือ… มันก็แค่การจัดฉาก “ลุงภูมิเป็นเกย์ แม่รู้ดีเพราะลุงเป็นเพื่อนแม่” เธอเถียงฉอด ๆ พลางเดินถอยออกห่างไปเรื่อย ๆ
“แล้วเรื่องโภคิน” ไอรินเอ่ยเสียงสูง จอมขวัญเริ่มหน้าเสีย “เป็นคนดี เสี่ยงเพื่อคนอื่น... มันคุ้มไหม ?” แม่สั่นไหล่น้อย ๆ อย่างคนใจเสีย “ถ้าพ่อกับแม่ไม่รู้เรื่อง ขวัญจะแก้ปัญหายังไง”
“แจ้งความสิ” เธอเถียงทั้งที่น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง
“ไม่ได้ผล” กำนันพูดแทรกขึ้นบ้าง “อิทธิพลทั้งพ่อทั้งลูก”
“แต่พ่อให้ขวัญแต่งกับไอ้ตำรวจหัวเกรียน... ไม่สิไม่ได้แต่งด้วยซ้ำ” เสียงเธออ่อนระโหยลงในประโยคท้าย ความจริงที่ทำเธอปวดใจทั้ง ๆ ที่เธอไม่ควรรู้สึก
“พรุ่งนี้ ไปขอโทษผู้กองเตชินทร์”
“แม่ !” จอมขวัญร้องเสียงหลง ขอโทษงั้นหรือ… ให้ไปขอโทษผู้กองหัวเกรียนคนนั้นเนี่ยนะ !
ไอรินถอนหายใจยาว “ผู้กองเพิ่งมาใหม่ เขาตั้งใจทำงาน”
จอมขวัญหลบตาวูบ กัดขอบปากจนเจ็บ “แต่... ขวัญกำลังจะเป็นภรรยาเขา”
“งั้นยิ่งสมควรถูกจับ แม่จะลงโทษสถานเบา ลองคิดเอาในเมื่อขวัญบอกเองว่าโตแล้ว”
เสียงของแม่ยื่นคำขาดเสียจนจอมขวัญปฏิเสธไม่ออก ก่อนที่คุณนายกำนันจะสะบัดหน้าเดินกลับไปทางครัวเพื่อเตรียมมื้อเย็น
“เอาไอ้โป่งไปเป็นเพื่อน” กำนันลากเสียงปลอบขวัญ พลางลุกตามภรรยาไปติด ๆ ทิ้งให้บุตรสาวยืนฮึดฮัดอยู่กลางบ้าน
“ฉันจะเตรียมของขวัญให้นายอย่างดีเลย เตชินทร์”
เธอเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความมาดมั่น และแรงอาฆาตของลูกสาวกำนันคงส่งผลเร็วเกินคาด เพราะคนที่กำลังถูกพาดพิงอยู่ถึงกับจามฉุน
“ฮัดเช้ย !”
เตชินทร์ยกนิ้วขึ้นขยี้จมูก “อะไรวะ” เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดสนิท หรือน้ำค้างแรงเกินกว่าจะนั่งริมฟุตพาท เขายักไหล่
ในเวลานี้ ยามค่ำคืนของบางปลาม้าเงียบสงัดกว่าที่ควรจะเป็น ถนนโล่งเตียน มีเพียงร้านข้าวต้มเหรียญบาทมื้อดึกที่ยังคงคึกคัก ซึ่งเป็นแหล่งรวมข่าวลือชั้นดีของอำเภอ
“ว่าไงผู้กอง”
พันตำรวจโทสืบสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางปลาม้า อยู่ในชุดลำลองวัยรุ่น กางเกงยีนส์รัดรูปเข้าคู่กับเสื้อคอโปโลสีดำสนิท เดินมาถึงก็ตบบ่าตำรวจหนุ่มรุ่นน้องสองป้าบขณะเดินผ่านเพื่อเข้าไปในร้าน ใบหน้าของสารวัตรวัยสี่สิบกว่าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม
“ข่าวว่าวันนี้ได้เข็นรถไปอู่”
เตชินทร์ยิ้มไม่ออก น้ำเสียงเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพราะว่าที่เมียตัวแสบทำเขาเสียหน้าไปทั้งโรงพัก “เปล่าครับ เรียกอู่มาเอา”
สารวัตรหัวเราะสนุกสนาน นาน ๆ ทีเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จะมีเรื่องให้คุยลือกันอย่างออกรส
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ ฮ่ะ ฮ่า”
“จริงสิ” เถ้าแก่จุ่น เจ้าของร้านวัยหกสิบปลาย ๆ เดินออกมาสมทบวงสนทนา คนชราลูบพุงพลุ้ยผ่านเสื้อขาวคอกลม เบิกตาสงสัยไปทางผู้กองคนใหม่
“ข่าวที่ว่ากำลังจะแต่งงานกัน จริงไหม ?”
ทุกคนในร้านข้าวต้มพร้อมใจกันเงียบเสียง ต่างจ้องเขาเขม็งเพื่อรอคำตอบ เตชินทร์พ่นลมหายใจ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแล้วส่งให้การุณชงมาใหม่
“ครับ” เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“ไอ่หยา... จุ๊ ๆ ๆ” เถ้าแก่ส่ายหน้าจุ๊ปาก “หนูขวัญแสบใช่ย่อย ผู้กองคงต้องลำบากหน่อย”
“แสบขนาดนั้น พ่อกำนันคงรักมากนะครับ” เตชินทร์ถามกลับเจือเสียงหัวเราะในลำคอ
“ครับ ลูกคนโปรด” สารวัตรตอบเสียงเย็น หย่อนร่างลงนั่งที่โต๊ะไม่ไกลกันนักพลางยกแก้วขึ้นดื่ม “กำนันเขามีลูกสามคน แต่จอมขวัญเป็นลูกที่แกรักมากที่สุด”
เขาโก่งคิ้ว รักที่สุด หรือรักมากเกินไป… เขามองทุกคนที่ยังจดจ่อฟังอย่างตั้งใจจึงย้ำอีกเรื่องเพื่อโหมไฟข่าวลือ
“แต่ผมกะไว้ว่าคงแต่งทีหลัง” ผู้กองจุดบุหรี่สูบยาว ๆ ทิ้งระเบิดลูกโตไว้ให้คนฟังสงสัย การุณเตะขาเพื่อนใต้โต๊ะเพื่อปรามห้ามพูด แต่ตำรวจห่ามกลับยิ่งยิ้มกว้าง “พรุ่งนี้ จอมขวัญจะย้ายเข้ามาอยู่กับผม”
“อะไรนะ !” เสียงฮือฮาดังกระหึ่มรอบวง ก่อนที่ทุกคนจะตั้งสติได้แล้วยกแก้วขึ้นชน “งั้นคงต้องอวยพรให้ผู้กองซะหน่อยแล้วมั้ง ฮ่ะ ฮ่า”
ลูกค้าในร้านข้าวต้มสรวลเสเฮฮา พูดคุยหยอกเย้าเรื่องข้าวใหม่ที่ใกล้หุงสุกพอหอมปากหอมคอแล้วแยกย้าย โดยไม่มีใครเอะใจเลยว่ายังมีคนหนึ่งที่ยิ้มเจื่อนและเงียบขรึมลงไปในทันใด
“มึงพูดอะไรไอ้เต” การุณกัดฟันกระซิบถาม “ที่นี่บ้านนอก”
“ดี...” เขาพ่นควันออกด้านข้าง “ยิ่งลือเร็วเท่าไร… คนก็ยิ่งไม่กล้าแตะเธอ”
การุณเลิกคิ้วแล้วคลี่ยิ้มเมื่อเข้าใจความหมายแฝง พยักหน้าช้า ๆ “มึงนี่เจ้าเล่ห์ไม่เบา คุณจอมขวัญจะตามมึงทันไหม”
ดวงหน้าหวานผุดพรายขึ้นในห้วงความคิดทันทีเมื่อการุณเอ่ยถึง ลมเย็นพัดเอาควันบุหรี่ลอยจาง แต่กลิ่นน้ำหอมของเธอยังแจ่มชัดในความทรงจำ
“ทันไม่ทันเดี๋ยวก็รู้ไอ้รุณ แต่ดูทรงแล้วไม่ง่าย”
เตชินทร์เอนตัวมองถนนติดริมแม่น้ำที่มืดมน คงคล้ายกับใจดวงนี้ที่เฝ้ารอวันชำระแค้น ความลับในอดีตที่มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่อง
ไอ้โภคิน... มึงลองมาแตะของกูอีกครั้ง กระสุนกูจะไม่ปรานีมึงอีก
ควันขาวโขมงที่พ่นขึ้นฟ้าถูกลมพัดลอยไปไกล คล้ายกับเสียงลือภายในร้านข้าวต้มคืนนี้ ที่ซุบซิบส่งผ่านจากสามีสู่ภรรยา ลุกลามไปยังตลาดแม่ค้ายามเช้า กระทั่งไปถึงหูของไอ้โป่ง ลูกน้องคนสนิทขณะไปซื้อปาท่องโก๋ให้กำนัน
ด้วยความเป็นคนรักลูกพี่ยิ่งชีวิต โป่งจึงบึ่งมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปท้ายนาตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันขัน ลูกพี่สาวที่กำลังนั่งห้อยขาอยู่ที่เถียงนาพลางหย่อนเบ็ด นิ่วหน้าทันทีเมื่อได้ยินเรื่องเล่าที่ออกมาจากปากไอ้โป่ง
“ผู้กองสุดหล่อประกาศลั่นร้าน” โป่งพูดไปก็ยังขนลุก
“ไอ้ปากสุนัข” เธอขบกรามแน่น
เธอยังไม่ทันได้ไปขอโทษตามคำสั่งของแม่ แต่ตอนนี้คนคงรู้กันทั้งบางแล้วว่า ลูกสาวกำนันกำลังย้ายเข้าบ้านผู้ชายทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน ใจหนึ่งเธอไม่อยากยอมรับเลยว่ากำลังน้อยใจ ไม่ใช่เพราะอยากจัดงานแต่งกับเขานักหนาหรอก แต่เพราะสถานะประหลาดที่เธอถูกผลักให้ไปอยู่ที่บ้านผู้กองหัวเกรียน ไม่ใช่เจ้าสาว ไม่ใช่คนรัก ก็แค่ผู้หญิงที่ถูกส่งไปกักไว้ในบ้านผู้ชาย โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้ศักดิ์ศรีของคำว่า ‘เมีย’ นั่นต่างหากที่มันทำให้เธอระอุกรุ่นในอกขึ้นมา
“ในเมื่อผู้กองอยากได้หญิงงามร่วมหอนัก” จู่ ๆ จอมขวัญก็หัวเราะออกมา
“พี่ขวัญ...” โป่งขนลุกสะท้านวาบ ไม่น่าจะเป็นเรื่องดีหรอกถ้าลูกพี่ทำหน้าแบบนี้
“พี่พริ้ง” เสียงลูกพี่สาวเอ่ยชื่อหนักแน่นจนโป่งสะดุ้งสุดตัว
“พี่ขวัญ ! พี่พริ้งเป็นหมอนวด”
“ยิ่งดี” ลูกพี่สาวยิ้มกวน “เย็นนี้ฉันต้องไปบ้านไอ้หัวเกรียนแล้ว เอากลางวันนี้เลย” เธอทอดสายตาไปยังปลายขอบฟ้าที่เมฆฝนกำลังก่อตัวทะมึน
“แต่งทีหลังงั้นหรือ ? ด๊ายย... ฉันจะให้นายได้แต่งงานสมใจ ผู้กอง แต่ไม่ใช่กับฉัน”
เสียงหวานเอ่ยคำมั่นราวกับตอกย้ำตัวเองว่าอย่ายอมลงให้ศัตรูหน้าหล่อเทพบุตร แม้ว่าแผนการใช้หญิงงามมาล่อลวงจะดูหยาบช้าและไม่ใช่วิถีทางของตน ทว่าเธอเองก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ยกเว้นหน้าตาและศักดิ์ศรี
อย่างน้อยฉันต้องแย่งอำนาจการควบคุมของตัวเองคืนมา ส่วนนาย... ถ้านายยอมรับหญิงงามโดยง่าย ฉันคงผิดหวังอย่างแรง เตชินทร์
ดังนั้นในเวลาต่อมา ไอ้โป่งกับไอ้บอยจึงควบรถคันโปรดออกไปอีกรอบ เบรกเอี๊ยดจนตัวโก่งอยู่หน้าร้านนวดชื่อดังประจำอำเภอ สถานที่ซึ่งชาวบ้านต่างรู้ดีว่าเบื้องหลังการให้บริการนวดนั้น มีบริการ ‘นาบ’ พร้อมสรรพ
จอมขวัญเลือกเขียนจดหมายน้อยแทนการใช้โทรศัพท์เพื่อให้ดูลึกลับเจ้าแผนการ แผ่นกระดาษนั้นถูกส่งต่อจนถึงมือพริ้งเพรา สาวสวยอวบอิ่มดาวเด่นประจำร้าน คนที่ลูกสาวกำนันเคยช่วยพาหนีตายมา หมอนวดสาวเปิดอ่านพลันขมวดคิ้ว
“เดี๋ยวนี้ ?” เสียงหวานเครือเสน่ห์เอ่ยถามไอ้โป่ง
โป่งพยักหน้าตอบโดยไม่มีเสียง หยิบกระดาษคืนกลับมาฉีกทิ้งทำลายหลักฐาน คำเล่าลือสนุกปากเรื่องของผู้กองหนุ่มกับลูกสาวกำนันเพิ่งผ่านไปได้แค่คืนเดียวเท่านั้น แต่จอมขวัญเลือกเดินเกมเร็วกว่า ทว่า... เร็วกว่าใช่ว่าจะดี
“ผู้กองคนใหม่ไม่หมู” พริ้งเพราเปรยเตือนทันที
โป่งไม่ได้ตอบอะไร มันปาดรถเลี้ยวกลับเข้าสู่ถนน ทิ้งควันดำโขมงและคำสั่งของจอมขวัญไว้ให้พริ้งเพราต้องสานต่อ ส่วนตัวมันต้องไปทำหน้าที่โทรโข่งกระจายข่าวลือถึงบ่อนไฮโลที่จะเปิดอย่างเร่งรีบในเช้าวันนี้
ล่อให้ติดกับ ?
มันจะสำเร็จหรือ ? กับเป้าหมายอย่างผู้กองเตชินทร์เนี่ยนะ ?
พริ้งเพรายืนนิ่งขบคิด กิตติศัพท์ผู้กองคนใหม่ฉายาฉลามบกเล่าลือกันทั้งบางปลาม้า เข้มดุดัน ซ้ำจับไม่เลือกหน้า แต่เธอไม่มีหน้าที่เอ่ยเตือนหรือตั้งคำถามใด ๆ ในเมื่อคุณจอมขวัญผู้มีพระคุณสั่งมา ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ เธอต้องทำให้สำเร็จ
ดังนั้นเธอจึงเลือกผินหน้าไปทางทิศที่ตั้งของหลวงพ่อโต ศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน สวดภาวนาสั้น ๆ ในใจ
“ขอให้คุณจอมขวัญรอดจากผู้กองหน้าหล่อ สาธุ...”
