บทที่ 7 เกมอำนาจ 1

10.00 น. ณ ห้องกองปราบปราม วันเดียวกัน

ฝนหน้ามรสุมเพิ่งหยุดตก กลิ่นดินชื้นแฉะยังลอยคลุ้งเข้ามาในห้องกองปราบปราม เตชินทร์ยืนข้างโต๊ะทำงาน มือหนาหยิบปืนสั้นคู่กายเสียบเข้าซองคาด อกด้วยท่าทีทะมัดทะแมง

หมู่ไสวลอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก สายตาจับจ้องดวงหน้าคมสันดุดันของผู้กองคนใหม่ นี่มันร่างทองของปีศาจชัด ๆ มิน่าล่ะ... คดีปราบแก๊งค้ายาไอซ์ล็อตใหญ่ถึงได้ราบคาบไม่เหลือซาก หมู่เหลือบมองนาฬิกาบนผนัง เพิ่งจะสิบโมงเช้าเท่านั้น แต่งานใหญ่กำลังจะเข้าเสียแล้ว

“กี่คน” เสียงผู้กองเย็นเยียบราวน้ำแข็ง

“เออ...” หมู่ไสวอึกอัก ภายในใจสับสนหนัก ไหนเมื่อคืนคนเขายังร่ำลือกันทั้งบางว่าลูกสาวกำนันจะย้ายเข้าบ้านผู้กองเย็นนี้ ไฉนเช้ามาถึงจะไปบุกจับเสียแล้วล่ะ...

ปึก ! เตชินทร์กระแทกแม็กกาซีนเข้าซองปืนเสียงดังลั่นจนคนถูกถามสะดุ้ง

“สิ สิบกว่าคนครับ” ตำรวจชั้นผู้น้อยรีบลุกพรวดตามผู้กองที่ก้าวนำออกไปก่อนแล้ว

ไสวคว้าหมวกตำรวจมาสวมเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง ก้าวยาวเกือบวิ่งแต่ยังช้ากว่า จนตามทันเมื่อถึงรถตำรวจ เขายิ้มเจื่อนให้ผู้กองการุณ

“ไม่อยากจะเชื่อ” การุณผละตัวออกจากรถกระบะแดงเลือดหมูส่ายหน้า “เอาจริงดิ นั่นว่าที่เมีย”

เตชินทร์กวาดมือผลักเพื่อนสนิทให้พ้นทางแล้วก้าวขึ้นนั่งประจำที่ข้างคนขับ เขาเองก็ไม่ได้นึกอยากบุกจับคดีบ่อนไฮโลอะไรนักหนาหรอก แต่เจ้าของบ่อนคนใหม่ดันเป็น ‘จอมขวัญ’ ว่าที่เมียตัวแสบ ขืนปล่อยให้ออกลายทำตัวอยู่เหนือกฎหมายตั้งแต่ยังไม่ทันข้ามวัน ผมเขายังไม่ทันหงอกคงได้โดนผู้หญิงคนนี้ถอนจนหัวโล้นก่อนเป็นแน่

ผู้กองหนุ่มแค่นลมหายใจแรง ทิ้งความเงียบอึดอัดไว้ภายในห้องโดยสาร จะมีก็แต่เพื่อนสนิทอย่างการุณที่ผิวปากเบา ๆ คล้ายกำลังขับรถออกไปเที่ยวเล่นเสียมากกว่าไปบุกจับนักพนัน

ใครจะไปหยั่งรู้ใจผู้กองหน้าเหี้ยมว่าคิดอะไรอยู่ ในเมื่อตอนนี้ว่าที่เมียตัวแสบกำลังหาเรื่องป่วนเมือง ราวกับต้องการประลองเชิงท้าทายอำนาจอย่างผู้กองโจ่งแจ้ง

ผู้กองหนุ่มเสมองออกนอกหน้าต่าง รถกระบะตำรวจคันเก่าพุ่งทะยานผ่านสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ตวัดเลี้ยวเข้าถนนลูกรังจนฝุ่นสีแดงตลบฟุ้ง นัยน์ตาพยัคฆ์หรี่แคบลงเมื่อรถแล่นมาถึงกลางป่ากล้วยใกล้คันนาเปลี่ยว

เขาถอดเสื้อแจ็กเกตสีดำโยนไปไว้เบาะหลังเมื่อรถเลี้ยวเข้าดงกล้วยแล้วจอดสนิท ร่างสูงใหญ่ก็ก้าวลงจากรถทันที

ใบกล้วยสีเขียวครึ้มพลิ้วไหวตามแรงลม ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเงียบสงัด... เงียบจนผิดสังเกต

เขายกมือขึ้นระดับศีรษะ กำหมัดนิ่งเพื่อส่งสัญญาณให้ทีมตำรวจทุกนายหยุดฝีเท้าลงพร้อมกัน มือกร้านโบกสั่งให้การุณเป็นฝ่ายเดินนำหน้าไปก่อน ส่วนตัวเขาเองค่อย ๆ ชักปืนออกจากซองคาดอก ปลายกระบอกปืนจ่อเล็งไปเบื้องหน้าขณะก้าวเท้าอย่างแผ่วเบา

เปาะ ! เสียงเหยียบกิ่งไม้แห้งดังขึ้น เขาหันควับไปมอง ทว่ากลับพบเพียงสายลมที่กำลังพัดยอดไผ่ให้เอนไหว

แสงแดดยามสายสาดส่องลอดทิวไผ่พลิ้วไหว เสียงกิ่งไผ่เสียดสีกันฟังดูคล้ายดนตรีธรรมชาติที่ดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ

“เรียบร้อยหรือยัง” จอมขวัญกระซิบถามเสียงแผ่ว

พริ้งเพราพยักหน้ารับแม้คิ้วเรียวขมวดมุ่น หญิงสาวชาวพม่าอยากเอ่ยเตือนลูกพี่สาวเหลือเกินว่าแผนการคราวนี้เสี่ยงอันตรายมากขนาดไหน ทั้งเสี่ยงต่ออารมณ์เดือดดาลของผู้กองหนุ่ม และเสี่ยงต่อการเสียชื่อเสียงของตัวจอมขวัญเอง แต่ไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด เสียงกิ่งไม้หักก็ดังใกล้เข้ามาทุกที

“มาเร็วฉิบ...” ลูกสาวกำนันบ่นอุบ โบกมือหยอย ๆ สั่งให้ไอ้โป่งย่องไปหลบซ่อนตัวหลังกอต้นกล้วย ทุกคนเฝ้ารอนิ่งงันจนแทบกลั้นลมหายใจ แต่ทุกอย่างพลันเงียบกริบ

ไอ้ผู้กองหน้าโหดนั่นหายไปไหนว่ะ ?

จอมขวัญค่อย ๆ ชะโงกหน้าแง้มมองผ่านใบกล้วย เห็นเพียงลูกตาคู่สวย ทว่าเพียงแค่ใบกล้วยน้ำว้าสะบัดไหว คนร่างสูงใหญ่ทรงผมสกินเฮดก็โผล่พรวดมาหยุดตรงหน้าประดุจอสูรร้าย ร่างบางผงะถอยหลัง สัญชาตญาณสั่งให้สองมือผลักอกกว้างออกพร้อมตะโกนสุดเสียง

“ไอ้โป่ง พี่พริ้ง !”

สิ้นเสียงเรียก ร่างอวบอิ่มของพริ้งเพราก็พุ่งทะยานออกมาจากทางด้านซ้าย แต่กลายเป็นผู้หมวดการุณก้าวเข้ามาขวางทาง เขาตวัดวงแขนรวบเอวเปลือยเปล่าของสาวพม่าตาคมเอาไว้แน่น ผิวขาวผ่องและเรือนผมยาวสยายที่ไร้อาภรณ์ปกปิดท่อนบนทำเอาคนจับชะงัก

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เด็กหนุ่มร่างชะลูดอย่างไอ้โป่งก็โผล่พรวดออกมาพร้อมแหทอดหาปลาในมือ เมฆดำทะมึนเคลื่อนตัวผ่านท้องฟ้า กลิ่นดินชื้นยังลอยอวลค้างในอากาศ

เตชินทร์ก้มหลบวิถีแหอย่างรวดเร็ว เอื้อมมือคว้าหมับเข้าที่ตัวลูกสาวกำนัน ฝ่ามือใหญ่ตะปบลงบนเอวกิ่วอย่างพอดี สัมผัสนั้นนุ่มละมุนมือกว่าที่เขาคาดคิดและช่างอันตรายต่อจังหวะเต้นของหัวใจมากกว่าที่ควรจะเป็น

แหตาข่ายในมือโป่งถูกหว่านลอยคว้างค้างอยู่กลางอากาศราวสองวินาที ก่อนจะร่วงครอบคลุมสองร่างเอาไว้ แต่คนที่ติดร่างแหกลับกลายเป็นผู้กองการุณและพริ้งเพรา หาใช่คู่ที่ลูกสาวกำนันวางแผนให้ฉาวโฉ่ นั่นคือเตชินทร์และพริ้งเพรา

ส่วนเป้าหมาย ‘คนหัวเกรียน’ ที่อยากให้ติดแห กลับใช้แขนรัดคนคิดแผนแนบตัว พากันเสียหลักล้มตึงลงกองกับพื้นดินกลางกอใบกล้วยที่อยู่ใกล้กัน ด้วยสัญชาตญาณ ผู้กองหนุ่มพลิกตัวยอมเป็นฝ่ายเอาแผ่นหลังกระแทกพื้นดินได้ทัน โดยมีจอมขวัญทาบทับอยู่ด้านบน นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

“ถ่าย !” ผู้กองเตชินทร์ตะโกนกร้าว

สิ้นคำสั่ง นายตำรวจสี่ห้านายก็ปรากฏตัวพ้นแนวต้นไม้ พริ้งเพราดิ้นขลุกขลักพยายามเอาตัวรอดในวงแขนแกร่งของผู้กองการุณ ที่ตอนนี้ยิ้มกริ่มพึงพอใจ ท่อนแขนนั้นรัดร่างอวบอัดสาวหมอนวดแน่นจนปลายนิ้วแทบจมลงในเนื้อนวล ส่วนไอ้โป่งได้แต่ยืนหน้าซีดเผือด ก้าวขาไม่ออกราวถูกสาป

บนพื้นดิน เตชินทร์พลิกตัวกลับขึ้นมาเป็นฝ่ายคุมเกมอีกครั้ง ส่งผลให้ลูกสาวกำนันเป็นฝ่ายถูกทาบทับนอนราบอยู่เบื้องล่าง หยาดเหงื่อจากขมับผู้กองหนุ่มหยดแหมะลงบนผิวแก้มนุ่ม จอมขวัญสะดุ้งเฮือก ลมหายใจของเธอหอบสะท้านอยู่ใต้ปลายคางของเขา

เตชินทร์ขบกรามแน่น ข่มใจไม่ให้กอดรัดร่างนุ่มนิ่มนี้นานเกินจำเป็น

“คิดเล่นตลก ? ฉันไม่กลัวข่าวฉาว แต่เธอ...” น้ำเสียงทุ้มต่ำคุกคามกรีดลึกจนจอมขวัญใจหล่นวูบ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวแก้มอย่างจงใจ “ยิ่งดัง ยิ่งง่าย”

แสงแฟลชสะท้อนเลนส์กล้องสมาร์ตโฟนสว่างวิบวับในมือดาบประวิตร ซึ่งตอนนี้หน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับไก่ต้ม

“นาย... ไม่ได้ตายดีแน่” เธอกัดฟัน ดิ้นในกรงมือเหล็ก

“ฮึ ! เราผัวเมียกัน งั้นตายด้วยกัน”

นัยน์ตาสีสนิมของคนด้านบนจ้องลึกนิ่งสนิท ราวกับคนที่เคยเฉียดผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน สัญชาตญาณบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้คงกล้าทำจริงอย่างที่ปากเอ่ย อาจเป็นเพราะบุคลิกดุดันน่าครั่นคร้าม หรือสันกรามเหลี่ยมที่ขบเข้าหากันแน่นดั่งกำลังสะกดกลั้นอารมณ์อยู่เสมอ นั่นทำให้ดาราสาวแก่นกล้ารู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาจริง ๆ เป็นครั้งแรก

แต่การถูกจับกดลงกับพื้นดินท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย มันแทงศักดิ์ศรีจนเธอปัดความหวาดกลัวนั่นทิ้งไป

ทันทีที่เขาเผลอคลายวงแขนเพียงเสี้ยววินาที จอมขวัญก็ใช้แรงทั้งหมดผลักอกเขาออกจนกระเด็น คนร่างสูงวาดแขนตามติดหมายคว้าตัวคนร่างเล็กไว้ เพราะคาดว่าเธอคงเตรียมสับเท้าวิ่งหนี... แต่เขาคิดผิดมหันต์

ทันทีที่เธอตั้งหลักได้ ฝ่ามือน้อยกำหมัดแน่นกระชับพอเหมาะตามหลักการเป๊ะอย่างที่พ่อกำนันเคยสอน เงื้อแขนจนสุดแล้วเหวี่ยงซัดเข้าเต็มหน้าเขาดัง พลั่ก !

“ไอ้หัวเกรียนเฮงซวย” เสียงเธอก้องพอ ๆ กับเสียงหมัด

ตำรวจทุกนายตกตะลึงจนตาค้าง เสียงฮือฮาดังขึ้นเบา ๆ การุณรีบผุดลุกขึ้นนั่ง ดึงแหตาข่ายออกจากตัวทุลักทุเล

ใบหน้าแกร่งกร้าวผู้กองเตชินทร์สะบัดหันตามแรงกระแทก หยาดเลือดสีสดซึมมุมปาก ชั่วชีวิตลูกผู้ชายสายปราบปราม... เขาไม่เคยโดนผู้หญิงคนไหนตบหรือชกหน้ามาก่อน และยิ่งเธอกล้าต่อปาก มันกลับยิ่งปลุกเร้าความท้าทายในตัวเขาให้ลุกโชน

ผู้กองหนุ่มเบือนหน้ากลับมาจ้องเธอช้า ๆ ปลายนิ้วหัวแม่มือยกขึ้นปาดหยดรสเค็มปร่ามุมปาก ตวัดปลายลิ้นเลียอย่างเยือกเย็น

“โง่หรือแกล้งโง่” เขากดเสียง กระชากเธอกลับมาชนกำแพงอก จนเธอรับรู้ทุกส่วนสัดที่เบียดดุน “หรือจริง ๆ อยากลองของ”

“ลองของ ?” จอมขวัญหยันปาก ในเมื่อหยามกันนัก เธอแค่นลมแรง ใส่ “มีดีแค่พ่อคือบิ๊กต๊อบล่ะว่ะ คงอาศัยบารมีจึงได้โตเร็ว”

เตชินทร์ชะงักนิ่งไปหลายวินาที ความรู้สึกหวามไหวเมื่อครู่ดับวูบลงดั่งถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด คำปรามาสที่เคยได้ยินมาตลอดชีวิตลูกตำรวจ ไม่เคยเจ็บเท่าออกจากปากกระจับของคนตรงหน้า นัยน์ตาสีสนิมวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ จนไม่ทันสังเกตถึงทุกคนรอบตัว

การุณสบถคำหยาบออกมาเบา ๆ พริ้งเพราสอดมือสั่นเทิ้มจับท่อนแขนผู้กองการุณเอาไว้แน่น หมู่ไสวตกใจยกมือทาบอก ส่วนโทรศัพท์ในมือดาบประวิตรสั่นตามแรงมือผู้ถือ ทุกสายตาในดงกล้วยต่างจดจ้องลุ้นระทึกไปกับฉากปะทะตรงหน้า

เขาใช้วงแขนคล้ำเข้มตวัดรัดเอวกิ่วของคนอวดดีเข้ามาแนบชิดอย่างดุดัน “เย็นนี้” หลุบตามองหน้าอกก่อนเลื่อนขึ้นช้า ๆ สบตาเธอ “ของดีหรือของปลอม… ดูไม่ยากหรอก”

“ไอ้... ไอ้...” เสียงจอมขวัญขาด ๆ หาย ๆ หน้าแดงก่ำ

เตชินทร์ผลักร่างบางออกห่างจนกระเด็นเซไปด้านหลังอย่างคนที่เกือบห้ามตัวเองไม่อยู่

“ปากดีแบบนี้” เขาจ้องนิ่ง “หวังว่าปากจะเก่งให้ตลอด โดยเฉพาะตอนที่...”

เขาหยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้น สบถด่าทอตัวเองอยู่ในใจหลายคำ เมื่อเหลือบไปเห็นเลนส์กล้องในมือของดาบประวิตรที่ยังคงบันทึกภาพอยู่

“หยุดถ่าย !” เขาตะคอกดังจนทุกคนสะดุ้ง

ไอ้ห่าเตชินทร์ มึงจะอะไรกับเด็กนั่นหนักหนา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป