บทที่ 8 เกมอำนาจ 2
ผู้กองหนุ่มก่นบ่นตัวเองพลางหมุนตัวหันหลังกลับทิศทาง สองมือกำหมัดแน่นเจ็บใจที่เกือบเสียรู้ตกหลุมพรางสาวแสบบางปลาม้า ในเมื่อลูกสาวกำนันอยากลองดีท้าทายนัก...
มุมปากหนาคลี่ยิ้มเย็นชา ช่างขัดแย้งกับลมหายใจร้อนระอุที่พ่นระบายออกมาตลอดทาง บางที... การพรากเอาของรักไป อาจดัดนิสัยช่วยทำให้เธอยอมก้มหัวลงให้เขาได้บ้าง
ทางด้านการุณเพื่อนสนิทได้แต่ถอนหายใจยาวหนักอก เขาเอื้อมมือรับเสื้อยืดมาจากไอ้โป่ง แล้วทำหน้าที่ช่วยสวมคลุมปิดบังเรือนร่างอวบอัดให้สาวพม่าอย่างเบามือ นัยน์ตาคมเข้มลอบสบตาเธอกลับไปแวบหนึ่ง
“คุณขวัญจะรอดไหม” เสียงพริ้งเพราเบาหวิว
“มันไม่ทำอะไรคุณขวัญหรอก ไม่ต้องกังวล” เขาขยับปกเสื้อ “พรุ่งนี้ฉันจะไปหา”
พริ้งเพราเอียงใบหน้ามองความสงสัย เธอและนายตำรวจคนนี้ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน แต่เธอพอเดาออกว่าผู้กองคนนี้น่าจะรู้จักตัวตนและอาชีพของเธอดีอยู่แล้ว... หญิงรับจ้างนวด ดาวเด่นประจำร้านนวดดาวรวี
“มันไม่เหมาะ...” เธอปรามถ่อมตัว
“ฉันจะเป็นคนตัดสินเอง”
การุณก้าวถอยห่างออกมาก่อนจะหมุนตัวเดินตามแผ่นหลังเพื่อนสนิทและเหล่าลูกน้อง กลับไปขึ้นรถกระบะสายตรวจท่ามกลางแสงแดดจ้าที่แผดเผาลงมาบนศีรษะจนร้อนโดยเฉพาะหัวใจ เพียงแต่ว่าเพลิงโทสะในอกเพื่อนสนิทเวลานี้ มันกำลังคุกรุ่นจนแผ่ไอผ่าวแจ่มชัด
แล้วตัวเขาเองเล่า...
การุณเหลียวหน้ากลับไปมองทางดงกล้วย ทิศทางที่ใบหน้าสวยคมสาวพม่าลับสายตาไปแล้ว ลึก ๆ เขารับรู้ว่าเธอยังยืนหลบซ่อนตัวในมุมมืดนั้น ในพื้นที่ที่ถูกจำกัดไว้สำหรับคนอย่างเธอ
คำถามตีรวนขึ้นมาในหัว... เขาจะมีความกล้ามากพอที่จะดึงเธอออกมาให้พ้นเงามืดนั้นหรือไม่ แล้วคำครหานินทาของชาวบ้านที่จะตามมาจากนี้ เขาจะทนรับไหวหรือเปล่า ?
เสียงเครื่องยนต์รถกระบะคันเดิมคำรามลั่นขณะออกตัว ล้อรถหมุนบดขยี้พื้นดินพุ่งทะยานออกจากแดนลับตาของลูกสาวกำนัน มุ่งหน้ากลับคืนสู่สถานีตำรวจ สถานที่พึ่งพิงที่ประชาชนต่างวางใจให้ช่วยพิทักษ์ปกปักษ์รักษา ทว่าหัวใจสองหนุ่มคงไม่อาจพึ่งพาสถานที่แห่งนี้ได้ เพราะแรงสิเน่หาปักใจจากสองสาวกำลังตรึงแน่นรัดรึงอยู่กลางอก แม้แต่สายลมที่พัดควันบุหรี่ยังดันเป็นกลิ่นเดียวกับสองนาง
รถตำรวจสีเลือดหมูแล่นจากไปได้สักพักใหญ่ ทิ้งไว้เพียงฝุ่นดินสีแดงที่ยังลอยค้างอยู่กลางป่ากล้วย
จอมขวัญจึงค่อย ๆ คลายฝ่ามือที่เผลอกำแน่นมาตลอด หลุดจากภวังค์เมื่อเสียงหวานสาวพม่าเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“คุณขวัญ พี่กลับก่อนนะคะ”
“ขอบใจพี่พริ้งมาก” ลูกสาวกำนันพยักหน้าพลางส่งยิ้มที่เหี่ยวแห้งเต็มที
“ไม่เป็นไรค่ะ”
โป่งรอจนกระทั่งพริ้งเพราเดินลัดป่าไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ยืมมาขับออกไป จึงค่อยกล้าเปิดปากพูดเป็นครั้งแรก
“พี่ขวัญ... เบามือไหมพี่ ผู้กองคนนี้...”
“แค่ยังไม่รู้จุดอ่อน” เธอค่อย ๆ คลี่ยิ้มร้ายกาจ “แต่อย่างน้อยไอ้หัวเกรียนมันโกรธตอนที่พูดถึงพ่อ”
จอมขวัญย่ำเท้า พลันชะงักกึก แสงสะท้อนแดดวับวาบบนพื้นดินเตะตา เธอก้มหยิบมีดพับขนาดครึ่งฝ่ามือขึ้นมาดู เมื่อลองดีดคมมีดออก ใบมีดเรียวแหลมรูปร่างแปลกตาก็ปรากฏขึ้น
‘Kill or Be Killed’
ตัวอักษรสลักสีดำตัดพื้นโลหะสีเงินวาววับ แต่ไม่รู้ว่าทำไม… เธอกลับเห็นใบหน้าดุดันของผู้กองหนุ่มซ้อนทับอยู่บนคมมีดนั้น ชีพจรเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ร่างบางรีบพับมีดเก็บใส่กระเป๋า
เธอโยนความรู้สึกหวามไหวยามที่เขาชะโงกเหนือร่างเมื่อครู่ทิ้งไป เธอรู้ดีว่าที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพื่อคุ้มครองเธอ แต่ทำไมมันถึงรู้สึกยุบยิบในหัวใจชอบกล แล้วถ้าหากเขาทำมันอย่างเต็มใจ... มันจะแตกต่างไปจากนี้ไหม ? แต่ไม่ว่าอย่างไรเสียคงเปล่าประโยชน์ที่จะไปคิดถึงมัน เธอเชิดหน้า
อย่าหวังเลยว่าจะได้ฉันไปอย่างเต็มใจ เย็นนี้ หากคิดก้าวล้ำเส้น ฉันจะเฉือนนายด้วยมีดของนายเอง เตชินทร์ !
ทว่าเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้น มิได้จำกัดวงรู้กันแค่คนในโรงพักหรือร้านนวดดาวรวีเท่านั้น คลิปวิดีโอที่ดาบประวิตรถ่ายเอาไว้ หลุดว่อนเข้าสู่โลกโซเชียลราวกับมีใครบางคนตั้งใจปล่อยมันออกไปเพื่อจุดประเด็น พ่อกำนันคนดังผุดลุกขึ้นพรวด นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด โยนโทรศัพท์ในมือทิ้งลงพื้นเสียง ไม้ตะพดกระแทกพื้นสั่นสะเทือนดังปัง !
“ไอ้ห่า ! กูให้มึงช่วยดูแลไม่ใช่...” เขากัดฟันกรอด ไม่กล้าเอ่ยคำด่าทอออกมาจนสุดประโยค รู้เต็มอกว่าอาจไม่ใช่ผู้กองที่เป็นฝ่ายเริ่ม
ไอ้โป่งที่เพิ่งขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาจากเหตุชุลมุนหมาด ๆ ในสภาพเหงื่อโซมกายถึงกับสะดุ้งสุดตัว ตายห่า... โป่งสบถในใจ ตั้งท่าสับตีนแตกวิ่งไปทางยุ้งข้าว แต่เสียงตวาดกัมปนาทของกำนันทำเอามันต้องชะงักเท้า
“ไอ้โป่ง !!”
มันหันขวับกลับไปช้า ๆ ดวงตาเบิกโพลงยามเห็นปลายกระบอกปืนลูกซองยาวจ่อเล็งมานิ่ง เสียงง้างนกสับไกดังกึก ! มันตัวสั่นเทิ้มเป็นลูกนกตกน้ำ
“มึงมานี่”
โป่งจำต้องลากขาสั่นระริกกลับขึ้นเรือนไทย ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ปากเอาแต่สวดภาวนาขอให้ลูกพี่สาวปลอดภัยจากพายุอารมณ์ในคราวนี้
ส่วนตัวมันเอง... ขอแค่มีโลงศพใส่ก็พอแล้ว
คำขอร้องกันตายของโป่งดังก้องในใจ ผสานไปกับเมฆดำบนฟ้าที่กำลังตั้งเค้าทะมึนมืด ลมพายุพัดกระโชกพาใบไม้ปลิวว่อนระคนฝุ่นดินจนแสบตา ลางร้ายเริ่มปรากฏ เพราะคนที่เห็นคลิปฉาวนี้ไม่ใช่แค่ชาวบ้านบางปลาม้า สื่อสังคมออนไลน์ได้แพร่กระจายคลิปวิดีโอนั้นไปนับหมื่นแชร์ พร้อมพาดหัวหรา
‘ดาราสาวข่าวฉาวกับผู้กองหนุ่มลูกบิ๊กต๊อบ พลอดรักกลางดงกล้วย!’
ณ เมืองหลวง
คุณหญิงกัลยา เตชาธร กำโทรศัพท์แน่น ภาพลูกชายคนเล็กกำลังกดร่างผู้หญิงคนหนึ่งไว้ใต้ตัว ทำให้ริมฝีปากที่แต่งแต้มสีสันกระตุกสั่นเบา ๆ ข่าวฉาวพรรค์นี้ แม้รู้อยู่เต็มอกว่าทั้งสองจำต้องแต่งงานกัน แต่ในฐานะคนเป็นแม่และลูกสาวอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย เธอย่อมรู้สึกเหมือนถูกลดเกียรติและหยามหน้า
“ไอ้เต...” บิ๊กต๊อบ หรือ พลตำรวจเอกเตชภูมิ เตชาธร เปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ให้มันไปกบดานดันกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง”
กัลยาเบือนสายตามองสามีแวบหนึ่ง อาหารมื้อเที่ยงหรูหรากลับฝืดเฝื่อนในลำคอจนเธอต้องวางช้อนลงแล้วหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปาก
“แน่ใจหรือว่ากำนันเพื่อนคุณยังมีอิทธิพล” เธอตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่ทันไร... คลิปว่อนทั่วเมือง”
“โทษเพื่อนผม ? ไม่โทษไอ้เตมันบ้าง” เตชภูมิสวนกลับเสียงสูง “แค่ทำตัวให้เหมือนพี่ยังทำไม่ได้”
กัลยาอึ้งงัน ถ้อยคำเปรียบเทียบที่สามีมักเอ่ยพร่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาหลายปี มันคือคมมีดที่กรีดเฉือนความรู้สึกลูกชายคนเล็กมาทั้งชีวิต หัวอกคนเป็นแม่ย่อมรู้ดีอยู่เต็มอก แต่อดีตอธิบดีผู้ผยองพองขนมักยึดเอาความคิดตนเองเป็นใหญ่เสมอ เธอจะกล่าวท้วงสิ่งใดก็ล้วนกลายเป็นเรื่องผิดแผก
“พอเถอะค่ะ” กัลยาจิบน้ำช้า ๆ ปลายนิ้วสั่นระริกน้อย ๆ “คุณก็รู้ว่าเด้งคราวนี้เพราะใคร แม้แต่คุณยังห้ามแตะ”
บิ๊กต๊อบถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหนักอก ตระกูลเตชาธรเป็นสายเลือดตำรวจมาหลายชั่วอายุคน ล้วนเป็นตำรวจน้ำดีตงฉิน แต่ในยุคสมัยอันเน่าเฟะนี้ ขอแค่ให้ลูกชายมีชีวิตรอดปลอดภัยก็ถือว่าดีมากพอแล้ว
“เพราะเรารักลูกไม่ใช่หรือ ? ถึงต้องบังคับให้มันแต่งกับลูกเพื่อนผม”
“เพื่อนเก่าสามสิบกว่าปีมาแล้ว” เธอรวบช้อนส้อมเข้าหากัน “ไม่รู้ว่าจะยังสนิทเหมือนเดิมไหม หรือจะซ้ำร้ายกว่าเดิม”
เตชภูมิเงียบงัน ได้แต่ฟังเสียงภรรยาถอนหายใจแผ่วเบา การยืนอยู่เหนือผู้อื่นด้วยตำแหน่งและฐานะอันสูงส่ง ย่อมตกเป็นเป้าสายตาและเป็นที่จับจ้องในวงสังคม โดยเฉพาะเมื่อลูกชายทั้งสองคนต่างยืนอยู่แถวหน้าวงการสีกากี หน้าตาและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลย่อมเป็นสิ่งที่ต้องรักษา แม้ต้องแลกมาด้วยเศษเสี้ยวหัวใจที่หล่นหายไปก็ตาม
“ความสุขของลูกสำคัญกว่าสิ่งใดเสมอ” อดีตอธิบดีกล่าวทิ้งท้ายสั้นๆ แล้วผุดลุกเดินออกจากห้องอาหารไป
หากลูกสาวของไอ้พลทำให้ไอ้เตมันยอมอ่อนลงได้บ้าง...
เขาเปรยกับตัวเองเบา ๆ ขณะเดินเชื่องช้าเข้าไปในโดมกระจกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสวนเรือนกล้วยไม้กลางกรุง งานอดิเรกเพียงหนึ่งเดียวที่พอทำให้หัวใจอันแห้งผากของเขากลับมากระชุ่มกระชวยได้บ้าง แล้วหวนคิดไปถึงอดีตที่ถูกฝังเก็บมิดชิด คนที่เขาไม่ได้คำนึงถึงมาเนิ่นนาน เขาสลัดศีรษะไล่ความคิดนั้นทิ้งไป
ขอแค่อย่าให้ชีวิตสมรสของแก ต้องหนาวเหน็บเย็นชาราวน้ำแข็งเหมือนพ่อก็แล้วกัน... ไอ้เต
คำขอของคนเป็นพ่อที่หวังไม่ให้ชีวิตคู่ ‘เย็นราวน้ำแข็ง’ ดูเหมือนจะได้ผล เพราะในเวลานี้ ณ ร้านนวดดาวรวี กลางอำเภอบางปลาม้าในช่วงบ่ายจัด กำลังลุกเป็นไฟด้วยฝุ่นตีนของกองกำลังตำรวจนับสิบนาย โดยมีเตชินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้าร้าน
“เรา จ่าย... ทุกเดือน...” เสียงหวานแม่ดาวเจ้าของร้านสั่นเครือ
“ไม่ใช่อีกแล้ว” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “จับไปโรงพักให้หมด ส่วนเธอคนนั้น” เขาชี้นิ้วตรงไปทางพริ้งเพรา พลางส่งรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมดั่งปีศาจร้ายสมฉายาฉลามบก “เข้าห้องสอบสวน”
“ผู้กอง...” พริ้งเพราครางเสียงเบาหวิว ไม่กล้าขัดขืน
เตชินทร์กวาดสายตามองเหล่าหมอนวดสาวอย่างลวก ๆ เขารู้ดีว่าถึงจะกวาดล้างจับกุมไปจนหมดวันนี้ พรุ่งนี้แม่ดาวก็ประกันตัวมาเปิดร้านใหม่ได้อยู่ดี โกรธงั้นหรือ ? เปล่าเลย เขาไม่ได้รู้สึกโกรธผู้หญิงพวกนี้แม้แต่น้อย แต่เขาโกรธตัวเองต่างหาก... โกรธที่ดันเผลอเสียการควบคุมตัวจนเกิดเรื่องบ้า ๆ นั่นขึ้น
ความโกลาหลวุ่นวายที่กินเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงได้ยุติลง เมื่อบรรดาสาว ๆ ถูกรวบตัวต้อนขึ้นท้ายรถกระบะตำรวจสีแดงเลือดหมู ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านบางปลาม้า... รวมถึงตัวต้นเหตุของเรื่องนี้ด้วย
เตชินทร์หันขวับไปปะทะสายตาจอมขวัญแวบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นรถ ริมฝีปากหยักลึกขยับเอ่ยถ้อยไร้เสียงที่รู้ความกันเพียงสองคน
เย็นนี้...
แต่เพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้แผ่นหลังจอมขวัญแตกเหงื่อ ฝ่ามือชื้นจนเธอเผลอเช็ดกับกางเกงยีนส์ตัวเอง
ผู้กองใจห่ามคนนี้กำลังเปิดฉากทำสงครามที่เธออาจไม่มีวันเอาชนะ เธอไม่เคยนึกเกรงกลัวผู้ชายคนไหนบนโลกใบนี้ แต่กับผู้ชายคนนี้... มันต่างออกไป และที่สำคัญ เธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้ร้านนวดต้องเดือดร้อน
เสียงสะอื้นไห้ของเด็กสาวบนรถตำรวจยังดังก้องอยู่ในหูขณะที่เธอยืนกำหมัดแน่น พริ้งเพราถูกจับกุมตัวไปแล้วและอาจถูกส่งกลับประเทศพม่า
ฉันจะทำยังไงดี... ไปขอร้องเขางั้นหรือ ?
ไม่มีทาง ! มันต้องมีวิธีอื่นสิ วิธีใดก็ได้ที่จะแก้ไขเรื่องนี้โดยไม่ต้องบากหน้าไปเอ่ยปากขอร้องหมาบ้าอย่างเขา
พลันภาพเหตุการณ์ทับซ้อนกลางป่ากล้วยก็สว่างวาบเข้ามาในหัว สายตาผู้หมวดการุณในจังหวะที่ช่วยสวมเสื้อคลุมให้พริ้งเพรา... มันคือสายตาผู้ชายที่กำลังปรารถนาในตัวหญิงสาวอย่างปิดไม่มิด
นายเล่นเล่ห์... ฉันก็จะเล่นด้วยกล เตชินทร์...
