บทที่ 2 จี้พระจันทร์ในคืนฝนตก
บทที่ 2
จี้พระจันทร์ในคืนฝนตก
เสียงฝนยังคงตกกระทบกระจกบานใหญ่ไม่หยุด
ลลินนั่งอยู่ปลายเตียงในห้องที่เงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกา เธอกอดเข่าตัวเองแน่น พลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา
เธอแต่งงานแล้ว
แต่งงานกับผู้ชายที่รู้จักกันแทบไม่ถึงสัปดาห์
และที่แปลกที่สุดคือ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ต้องการความรักจากเธอเลย
เขาต้องการเพียงภรรยาตามสัญญาหนึ่งปี
ลลินบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอีกหนึ่งปีทุกอย่างจะจบลง
เธอจะเอาเงินไปช่วยพ่อ
ชำระหนี้
แล้วเดินออกจากชีวิตของอคิน
มันควรจะง่าย
อย่างน้อยเธอก็อยากให้มันเป็นแบบนั้น
ลลินเปิดกระเป๋า หยิบกล่องเล็ก ๆ สีขาวออกมา
เมื่อเปิดฝากล่อง สิ่งที่อยู่ข้างในคือสร้อยเส้นเก่าและจี้รูปพระจันทร์เสี้ยวสีเงิน
เธอใช้นิ้วลูบมันเบา ๆ
จี้ชิ้นนี้อยู่กับเธอมานานกว่าสิบปี
แต่เธอกลับจำไม่ได้ว่ามันเป็นของใคร
สิ่งเดียวที่เธอจำได้ คือคืนฝนตกในอดีต
สิบปีก่อน...
ตอนนั้นลลินอายุเพียงสิบสี่ปี
รถของครอบครัวกำลังพาเธอกลับบ้านในคืนที่ฝนตกหนัก ถนนลื่นจนรถเสียหลัก
เสียงเบรกดังสนั่น
เสียงกระจกแตก
จากนั้นทุกอย่างก็มืดลง
ท่ามกลางความสับสน ลลินจำได้ว่ามีใครบางคนช่วยเปิดประตูรถ
เด็กสาวพยายามลืมตาขึ้น
เธอเห็นเพียงเงาของชายคนหนึ่ง
ใบหน้าของเขาเลือนราง
แต่เสียงของเขากลับชัดเจนอย่างประหลาด
“อย่าหลับ”
“ลืมตาสิ”
เด็กสาวพยายามขยับ แต่ร่างกายแทบไม่มีแรง
ชายคนนั้นช่วยพาเธอออกจากรถ ก่อนถอดสร้อยของตัวเองออกมาและวางลงบนฝ่ามือของเธอ
“เก็บเอาไว้”
“สักวันหนึ่ง...เราจะได้เจอกันอีก”
หลังจากนั้น ลลินหมดสติ
เมื่อเธอตื่นขึ้นอีกครั้ง เธอก็อยู่ในโรงพยาบาล
หมอบอกว่าเธอมีอาการกระทบกระเทือนทางศีรษะและสูญเสียความทรงจำบางส่วน
ทุกครั้งที่ลลินถามพ่อเกี่ยวกับอุบัติเหตุในคืนนั้น พ่อจะตอบเหมือนเดิม
“อย่าคิดถึงมันอีกเลย”
เธอจึงเลือกที่จะลืม
แต่จี้พระจันทร์ไม่เคยถูกทิ้ง
ลลินเก็บมันไว้จนถึงวันนี้
ก๊อก...
ก๊อก...
เสียงเคาะประตูทำให้เธอหลุดจากความคิด
เธอรีบเก็บจี้กลับเข้ากล่อง แล้วเดินไปเปิดประตู
อคินยืนอยู่หน้าห้อง
ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าคมยังคงเรียบนิ่งเหมือนเดิม
“ยังไม่นอน?”
“กำลังจะนอนค่ะ”
ลลินมองเขาอย่างระวัง
“คุณมาทำอะไร?”
“มาดูว่าเธอเป็นยังไง”
“ฉันสบายดี”
อคินเงียบไป ก่อนถาม
“แน่ใจ?”
“ค่ะ”
ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่
ในที่สุดลลินก็ตัดสินใจถามสิ่งที่สงสัยมาตลอด
“คุณเลือกฉันเพราะอะไร?”
แววตาของอคินเปลี่ยนไปเพียงชั่วครู่
“เพราะธุรกิจ”
“แค่นั้นจริงเหรอ?”
เขาไม่ตอบ
ลลินจึงถามอีกคำถาม
“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?”
คราวนี้อคินนิ่งไปนานกว่าปกติ
แต่สุดท้ายเขาก็ตอบเสียงเรียบ
“ไม่เคย”
เขาหันหลังเดินออกไป
ทันใดนั้นฟ้าร้องก็ดังขึ้น
เปรี้ยง!
ลลินสะดุ้ง
ภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว
ฝน...
รถยนต์...
กระจกแตก...
และชายคนหนึ่ง
เธอยกมือกุมขมับ
“คุณโอเคไหม?”
อคินหันกลับมาทันที
ลลินพยายามเรียบเรียงความทรงจำ
“ฉันเห็น...ผู้ชายคนหนึ่ง”
อคินชะงัก
“เขาช่วยฉัน”
“แล้วเขาพูดอะไร?”
ลลินหลับตา
เสียงในความทรงจำดังขึ้นอีกครั้ง
“เขาบอกว่า...สักวันหนึ่งเราจะได้เจอกัน”
อคินมองเธอโดยไม่พูดอะไร
“เขาให้ของบางอย่างกับฉันด้วย”
“อะไร?”
“จี้พระจันทร์”
ดวงตาของอคินไหววูบ
แต่เขาซ่อนมันไว้ได้อย่างรวดเร็ว
“นอนซะ”
เขาพูดเพียงเท่านั้น ก่อนเดินจากไป
ลลินมองตามด้วยความสงสัย
เธอไม่รู้เลยว่า...
คำว่า “จี้พระจันทร์” เพียงคำเดียว
กำลังเปิดประตูสู่ความลับที่ถูกปิดตายมานานถึงสิบปี
